| การเสนอข่าวทางโทรทัศน์ |
ดร. ปิยะรัตน์ นุชผ่องใส
....๑๒ ธันวาคม ๒๕๔๕.... |
|
โทรทัศน์เปรียบเหมือนโรงเรียนของคนทุกคนที่
สามารถเข้าไปเรียนรู้ได้ตลอดเวลา สถานีโทรทัศน์จึงควรตระหนักถึงจรรยาบรรณ
และคัดสรรสิ่งที่ดีงามและเกิดประโยชน์ต่อผู้ชมให้มากขึ้น |
|
ครั้งที่แล้วเขียนเกี่ยวกับเรื่องรายการข่าวของสถานีโทรทัศน์เมืองไทย
เน้นที่การอ่านข่าวของผู้ประกาศข่าวและผู้รายงานข่าว
ซึ่งมักเป็นคนที่ไม่ได้เรียนมาทางด้านสื่อสารมวลชน
คราวนี้มาดูพวกที่เรียนเกี่ยวกับสื่อสารมวลชนบ้าง
เช่น คนเขียนบท คนตัดต่อ คนถ่ายภาพ เป็นต้น
ในยุคนี้ สถานีทุกแห่งจะมีการจัดทำรายงานข่าวพิเศษกันทั้งนั้น
นับว่าเป็นแนวคิดที่ดี เพราะรายงานข่าวพิเศษเหล่านี้
มักจะเป็นการสรุปเรื่องราวที่เป็นข่าวตั้งแต่เริ่มต้นจนกระทั่งถึงปัจจุบัน
อย่างไรก็ตาม ระยะหลัง การเสนอรายงาน จะเป็นในรูปของการแสดงความคิดเห็น
ของคนรายงานมากกว่า จนทำให้ผู้ดูเกิดความสับสนว่า
สิ่งที่เสนอนั้นเป็นข่าวหรือความคิดเห็นของคนทำข่าวกันแน่
การเสนอข่าวเป็นการเสนอข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ
มาให้ผู้ชมได้รับทราบในสิ่งที่จะเกิดขึ้น กำลังเกิดขึ้น และเกิดขึ้นแล้ว
โดยปราศจากการใส่ความคิดเห็น แต่ถ้าอยากจะให้มีการกระตุ้นผู้ชม
ให้เกิดการตระหนักในเรื่องที่รายงานมากยิ่งขึ้น
ก็ควรจัดทำในรูปของรายการอื่นไม่ใช่สอดแทรกไปในรายการข่าว
อาจจะเป็นรายการหลังจบข่าวแล้วก็ได้
ทั้งยังควรให้เกียรติคนทำรายงานโดยการประชาสัมพันธ์ชื่อให้ทราบ
เพราะเป็นข้อคิดเห็นของบุคคลนั้น ไม่ใช่เพียงขึ้นชื่อไว้ที่ภาพเพียงไม่กี่วินาที
นอกจากนี้ อาจเชิญนักวิชาการ หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องในเรื่องที่รายงานนั้น
มาแสดงความคิดเห็นร่วมกัน แต่ก็ไม่ควรจัดในรูปแบบสนทนาวิชาการอย่างที่ชอบจัดกันขณะนี้
หากสังเกตเนื้อหาข่าวที่เสนอกันทุกวันนี้ มีเนื้อหาที่เป็นสาระ
และเรื่องที่ประชาชนควรรู้น้อยลงทุกวัน แต่เนื้อหาเกี่ยวกับความเป็นไป
ของคนแวดวงบันเทิงกลับมากขึ้น นอกจากนั้น ข่าวที่เสนอมักจะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว
เช่น การฆาตกรรม นักการเมืองคนโน้นว่านักการเมืองคนนี้
มีภาพนักข่าววิ่งไล่ถามนักการเมืองสองสามประโยค
ก็นำมาเป็นภาพข่าวรายงานได้แล้ว หรือว่าการเป็นนักข่าวคือ
การถามคำถามผู้คนเพื่อนำไปเขียนหรือรายงานอย่างนั้นหรือ ?
ต้องไม่ใช่แน่ๆ และไม่คิดว่านักข่าวทั้งหลายจะชอบบทบาทแบบนั้นด้วย
มีบางเรื่องที่กำลังเกิดขึ้นและมีรายงานข่าวออกมา
แต่ไม่ได้มีการติดตามจนจบเรื่องหรือนำเสนออย่างละเอียดถึงข้อดีข้อเสีย
ทั้งที่ประชาชนจะได้รับประโยชน์จากผลนั้น มากกว่าการพยายามถ่ายภาพ
ผู้ต้องสงสัยหรือผู้เสียหายในคดีข่มขืน เช่น ข่าวการที่นักร้องตายในบ้านพัก
สันนิษฐานว่าไฟจากเครื่องทำน้ำร้อนรั่ว การเสนอข่าวเร็วก็เป็นสิ่งที่ควรทำ
แต่หลังจากนั้นควรมีการเสนอความคืบหน้าด้วย ไม่ใช่รายงานแล้วก็แล้วกัน
ประชาชนอยากรู้ว่าสาเหตุการตายที่แท้จริงเพราะเครื่องทำน้ำร้อนใช่หรือไม่
นักข่าวควรหาข่าวที่ถูกต้องมาเสนอให้ประชาชนได้ทราบ
จะได้ระมัดระวังในการติดตั้งหรือใช้เครื่องทำน้ำร้อน
จนบัดนี้ก็ยังไม่ทราบเลยว่านักร้องนั้นตายเพราะสาเหตุอะไร แต่ที่ทราบคือ
เครื่องทำน้ำร้อนต้องออกมาประชาสัมพันธ์เรื่องไฟรั่วกันยกใหญ่เพราะยอดขายตก
นอกจากนี้เรื่องที่กำลังจะเกิดขึ้นก็น่าจะมีการรายงานข่าวให้มากกว่านี้
โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินชีวิตของประชาชนทั่วไป
ควรเป็นหน้าที่ของนักข่าวที่จะหาข้อมูลมาเสนอ ข่าว
ข้อมูลนั้นไม่ใช่ได้จากการสัมภาษณ์ผู้มีอำนาจสูงสุดอย่างเดียว
แต่อาจมาจากเจ้าหน้าที่ในระดับปฏิบัติ ระดับหัวหน้าที่เป็นคนทำงานจริงๆ
น่าจะได้รายละเอียดและความชัดเจนมากกว่าการวิ่งถามคนที่คอยแต่ลงนามอย่างเดียว
การหาหนังสือวิชาการหรือหลักการที่เป็นที่ยอมรับมาอ้างอิงประกอบกับข้อมูลที่ได้
มาจะช่วยให้นักข่าวสามารถวิเคราะห์ข้อมูลและเข้าใจในสิ่งที่จะเกิดขึ้นได้มาก
เช่น เรื่องประกันสังคม ประกันสุขภาพ การกู้เงินกองทุนหมู่บ้าน เป็นต้น
รายการโทรทัศน์สามารถเสนอข้อมูลโดยใช้คำพูดที่ประชาชนเข้าได้ง่าย
อธิบายขั้นตอน ทำเป็นแผนภูมิ หรือ ละคร ก็แล้วแต่ความคิดสร้างสรรค์ของแต่ละคน
ว่าจะนำเสนออย่างไร ประชาชนถึงจะเข้าใจมากที่สุด
ส่วนมากแล้วนักข่าวมักจะมองไม่เห็นความสำคัญของเรื่องที่ยังไม่เกิดขึ้น
เพราะคิดว่าเป็นเรื่องที่หน่วยงานที่รับผิดชอบจะต้องประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบ
บางทีหน่วยงานประชาสัมพันธ์ส่งข้อมูลมาให้เพื่อเสนอข่าวก็นำเสนอตามที่ได้รับ
ไม่มีการจัดทำรูปแบบให้ดูและเข้าใจง่าย
โทรทัศน์เป็นสิ่งที่เกือบทุกบ้านทุกครัวเรือนมี
หากบ้านไหนไม่มีก็ไปนั่งดูบ้านที่มี โทรทัศน์เปลี่ยนบทบาทจากเดิมคือ เน้นให้ความบันเทิง
กลายเป็นแหล่งข้อมูลข่าวสาร ที่ให้ความรู้กับผู้ชม เป็นตัวอย่างของแนวคิดและพฤติกรรมรูปแบบต่างๆ
ที่ประชาชนสามารถรับรู้ได้โดยง่าย ไม่ต้องเสียเงินมาก
เด็กมีโอกาสดูโทรทัศน์มากกว่าไปเรียนหนังสือที่โรงเรียนเสียอีก
ดังนั้น สถานีโทรทัศน์จึงน่าจะปรับบทบาทให้ทันต่อความเปลี่ยนแปลง
และบทบาทนั้นควรจะเน้นให้เกิดความเจริญทางสติปัญญาแก่ผู้ชมโดยใช้วิธีการนำเสนอ
ที่แสดงออกถึงความคิดสร้างสรรและความเข้าใจในกระบวนการเรียนรู้ของคน
โทรทัศน์เปรียบเหมือนโรงเรียนของคนทุกคนที่สามารถเข้า
ไปเรียนรู้ได้ตลอดเวลา สถานีโทรทัศน์จึงควรตระหนักถึง
จรรยาบรรณและคัดสรรสิ่งที่ดีงามและเกิดประโยชน์ต่อผู้ชมให้มากขึ้น

|
|