Sex Clinic
    ๑๒ มี.ค. ๔๔
    พิชชากร นภเกตน์
 
ถาม : ปัจจุบันนี้มีการเน้นเรื่องสุขอนามัยกันมาก มีโฆษณาน้ำยาทำความสะอาดส่วนนั้นของผู้หญิง โดยเฉพาะ เท่าที่ทราบ ย่า ยาย ทวด ฯลฯ ไม่เห็นเคยหาอะไรมาชำระล้าง หรือว่าเพราะวิทยาการสมัยนั้นไม่ก้าวหน้า สรุปขอถามว่า ผู้หญิงควรซื้อผลิตภัณฑ์พวกนี้มาใช้ไหมคะ
ตอบ : มนุษย์เป็นจุดสุดยอดของวิวัฒนาการตามทฤษฎีของ Charles Darwin อวัยวะทุกส่วนของมนุษย์จึงมีการปรับตัวจนดีที่สุด และมีประสิทธิภาพสูงสุด คุณเคยสงสัยไหมว่า ผึ้งที่ตอมขนมหวานของแม่ค้ามันรู้ได้อย่างไรทั้งๆ ที่แม่ค้าก็ขายอยู่ถึงในตลาด ห่างไกลจากแหล่งของรังผึ้ง คำตอบก็คือผึ้งสามารถผลิตสารกลิ่นที่เรียกว่า pheromoneใช้ในการสื่อสาร ถ้าเผอิญผึ้งตัวใดตัวหนึ่งไปพบแหล่งอาหารเข้า มันก็จะปล่อย pheromone ออกมา ผึ้งตัวอื่นๆ ก็จะไปตามกลิ่นยังแหล่งของอาหารนั้น สุนัขตัวเมียก็มี pheromone เหมือนกัน แต่ใช้สื่อกับตัวผู้เวลาไข่สุก เป็นระยะที่เรียกว่า in heat ในมนุษย์ก็มี pheromone โดยเฉพาะผู้หญิง เป็นสารกลิ่นบริเวณช่องคลอด วัตถุประสงค์ที่แท้จริงของ pheromone ชนิดนี้ยังไม่มีใครทราบ แต่ที่แน่ๆ คือทุกอย่างที่ธรรมชาติสร้างจะต้องมีประโยชน์ ฉะนั้นการที่เราเอาสารเคมีไปชำระล้างเท่ากับไปทำลาย pheromone ด้วย จึงเป็นการเสียเงิน โดยใช่เหตุ ทำความสะอาดด้วยน้ำ และสบู่อ่อนก็เพียงพอแล้ว
        เอ๊ะ! อย่าเพิ่งเข้าใจผิดคิดว่าการที่สาวบางคนกลิ่นตรงนั้นรุนแรง จนเป็นที่เลื่องลือเป็นเพราะเธอมี pheromone เยอะนะครับ แต่เป็นเพราะเธอไม่ค่อยได้ทำความสะอาดมากกว่า pheromone เป็นกลิ่นธรรมชาติของผู้หญิงที่รักษาความสะอาดอย่างดี เป็นกลิ่นที่พวก oral sex รู้จักดี และติดอกติดใจ

ถาม
:

ผมเคยอ่านพบว่าผู้หญิงถ้าถูกกระตุ้นที่ตำแหน่ง G-spot จะถึงจุดสุดยอดได้ G-spot คืออะไร อยู่ตรงไหน
ตอบ : G-spot ย่อมาจากคำว่า Grafenberg spot ชื่อตามแพทย์ผู้ค้นพบชาวเยอรมัน เป็นจุดเล็กๆ ที่อยู่กึ่งกลางระหว่างด้านหลังของกระดูกหัวเหน่า และด้านหน้าของคอมดลูก นึกภาพไม่ออกใช่ไหมครับว่าอยู่ตรงไหน อย่าไปใส่ใจมันเลยครับ เพราะผู้หญิงไม่ถึง 10% ที่มีสิ่งนี้ และผู้หญิงจะถึงจุดสุดยอดหรือไม่ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับจุดใดจุดหนึ่งหรอกครับ ขึ้นอยู่กับเทคนิคมากกว่า การรู้จักสื่อสารกันในเรื่องนี้จึงเป็นคำตอบที่ไม่ต้องถามตัวช่วย

ถาม
:

เพื่อนผมแต่งงานแล้ว และกำลังจะมีลูก เขาบอกว่าเขาแพ้ท้อง ผู้ชายแพ้ท้องมีด้วยหรือครับ เขาอำผมเล่นหรือเปล่า
ตอบ : มีครับ เพราะอาการแพ้ท้องของบางคน เป็นอาการทางจิตที่มีผลออกมาทางร่างกายเข้าประเภท psychosomatic disorder เป็นการเรียกร้องความสนใจ ความเอาใจใส่ดูแล ฉะนั้นผู้หญิงท้องบางคนจึงฉวยโอกาสทองแพ้ท้องทั้งๆ ที่ร่างกายก็แข็งแรงดี เพื่อเรียกร้องความสนใจ เรียกแพ้ท้องเทียม มีผู้หญิงเก่งหลายคนที่ไม่ต้องการเรียกร้องความสนใจ จึงไม่แพ้ท้อง อาการทีปรากฏในผู้ชายก็ทำนองเดียวกัน ผู้ชายเกรงว่าพอมีลูกแล้วตัวจะหมดความหมาย จึงเรียกร้องความสนใจ ด้วยการแพ้ท้องเสียเอง ปรากฏการณ์แพ้ท้องเทียมนี้เป็นเรื่องของจิตใต้สำนึก ผู้ที่มีอาการจะรู้สึกว่าตัวมีอาการจริงๆ ไม่ได้เสแสร้ง โดยเฉพาะผู้ชาย การแพ้ท้องทำให้มีความรู้สึกว่าตัวมีส่วนร่วมในขบวนการผลิต ที่เจ็บปวดทรมานด้วยเหมือนกัน ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เป็นคนอุ้มท้อง ไม่ได้เป็นคนออกลูก สัตว์บางชนิดตัวผู้เป็นฝ่ายอุ้มท้อง ออกลูกก็มีนะ ม้าน้ำไง ตัวเมียจะปล่อยไข่เข้าท้องตัวผู้ให้ตัวผู้ปล่อยเชื้อออกมาผสมกับไข่ ไข่ที่ได้รับการผสมแล้วจะอยู่ในท้องตัวผู้ (ผู้ชายก็ท้องได้ไงครับ) จนฟักเป็นตัว พ่อจึงเบ่งคลอดลูกออกมาเป็นฝูงใหญ่ แต่อย่านึกว่าพ่อจะเลี้ยงดูลูกเหมือนแม่อื่นๆ นะครับ เมินเสียเถอะ ลูกที่คลอดออกมาต้องเกาะกลุ่ม หลบหลีกอันตรายกันเอาเอง ส่วนพ่อก็ว่ายน้ำตัวเบาไปทำหนุ่มต่อไป ที่แย่กว่าม้าน้ำก็คือมีชนบางเผ่ามีประเพณีว่าตอนเมียออกลูก ผัวจะต้องลงนอนดิ้นพลาดๆ แสดงความเจ็บปวดราวกับเป็นคนออกลูกเสียเอง นอกจากไม่ช่วยแล้วยังสร้างความโกลาหลเข้าไปอีก น่าตืบจริงๆนะ

ถาม
:

ปัจจุบัน ผู้หญิงและผู้ชาย live in กันมาก โดยไม่ได้แต่งงานกัน เป็นคนรุ่นใหม่ที่ให้เหตุผลว่า เป็นการทดลองว่าจะไปกันได้หรือไม่ทั้งเรื่อง sex และการปรับตัว ฟังดูก็มีเหตุผล แต่ก็ขัดกับประเพณี ไม่รู้ว่าที่ถูกที่ควรควรเป็นอย่างไร
ตอบ : เรื่องการปรับตัวไม่จำเป็นต้องอยู่ด้วยกัน แค่คบหาสมาคมกันก็รู้แล้วว่า เขาหรือเธอเป็นคนอย่างไร เปลี่ยนได้ไหม ถ้ารักกันจริงตกลงพบกันครึ่งทางได้ไหม สำหรับเรื่อง sex นั้น ปัญหาไม่ได้อยู่ที่อวัยวะชิ้นเล็กๆ ของทั้งสองฝ่ายเท่านั้น แต่อยู่ที่สมอง ดังที่เคยพูดไว้แล้วว่า ความต้องการทางเพศเป็นเรื่องธรรมชาติ แต่วิธีการตอบสนองเรื่องนี้ขึ้นอยู่กับเจตคติ อารมณ์ เทคนิค การรู้เขารู้เรา ฯลฯ ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่เรียนรู้ได้ การเรียนรู้ไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้น เฉพาะก่อนการแต่งงานจึงจำเป็นต้อง live in กันก่อน การเรียนรู้เกิดขึ้นได้ทุกช่วงของชีวิต แม้แต่หลังการแต่งงานเหมือนการเรียนรู้อื่นๆ ที่ไม่จำเป็นจะต้องเกิดขึ้น เฉพาะตอนอยู่โรงเรียน หรือมหาวิทยาลัยเท่านั้น คนที่ไม่พยายามเรียนรู้ ไม่รู้จักเอาใจเขามาใส่ใจเรา live in ไม่นานก็ต้อง live out และจะต้องตามล่าหาคู่ไปตลอดชั่วชีวิต sex มีไว้เพื่อตอบสนองความสุขก็จริง แต่ถ้าเราไม่พยายามเรียนรู้วิธีที่จะหาความสุข บวกกับการไม่ยอมรับของพ่อแม่ พี่น้องตลอดจนประเพณีของเราในเรื่อง live in ก็จะยิ่งทำให้ปัญหายุ่งยากซับซ้อนมากขึ้นอีก ชีวิตเราทุกวันนี้มีแต่การแข่งขัน เต็มไปด้วยความเครียดมากพอแล้ว sex ควรจะมีไว้ เพื่อผ่อนคลายความเครียด และการมี sex ให้บรรลุเป้าประสงค์ไม่ใช่ของง่าย ต้องอาศัยการเรียนรู้ตลอดเวลา อย่าทำให้ยุ่งยากขึ้นไปอีก เพราะแรงกดดันจากภายนอกรอบตัวผนวกเข้ามาอีกเลยครับ


ห้องสนทนา เม้าท์ระเบิด : โลกกับธรรม : English Corner : ข่าวประชาสัมพันธ์ : BKK Blog : Work at Home
เกมส์ Photo Hunt : Jigsaw : Hang Man : Tetris : Slider : จับคู่
BKK Mobile Picture Message : Logo : Mini Logo : Screen Saver : Text SMS : Color Picture Message : Wallpaper
รักและคิดถึง พบเพื่อนใหม่ : E-Cards : กลอนแทนใจ : ศาลาพักใจ : เยาวชนคนดี
สารพันบันเทิง ดูหนัง ฟังเพลง : ซอกแซกผ่านจอ : มุมฟุตบอล : เสี่ยงเซียมซี : ดวงดาวโคจร ออนไลน์ : Wallpaper : บันเทิง-เริงใจ : ซุบซิบดารา
สารพัดความรู้ เสวนาธุรกิจ : บัญชีทีเบรค : กระดูกและข้อ
ภาษาพาเพลิน Everyday English : Did you know? : E-Dialog : รู้จักญี่ปุ่น
ห้องสมุด BKK Business Letter : Song of the Week : พี่เลี้ยงภาษาอังกฤษ : เพลินภาษาน่ารู้ :E-Diary :
ศัพท์ทันโลก : สืบสายนิยายดัง : Alphabetize : SEX : วัยรุ่น วัยดึก : นางาซากิ: นานานก :
ชีวิตหลากสี : ยายวันวาน : พาชิมริมครัว : IT Audit : Chic & Trendy : Indy Zone :
เกร็ดความรู้ไอที : Star Corner : New York! New York!
BKK Center Hot Links : เบอร์โทรศัพท์ฉับไว : About us : ติดต่อ BKKonline