| |
|
|
| |
 |
| :: หนังกำลังเข้าฉาย |
 |
|
 |
| :: หนังเข้าฉายเร็วๆ นี้ |
 |
|
 |
| :: หนังเก่า |
 |
|
|
|
| |
โทรศัพท์มือถือสำหรับทุกไลฟ์สไตล์ จาก Samsung
กล้องความละเอียดสูง ใน โทรศัพท์มือถือ
และฟังชั่นการใช้งาน ที่หลากหลายให้คุณ
โหลดเพลง MP3 ลงมือถือได้อย่างง่ายดายให้คุณได้
ฟังเพลง ที่คุณโปรดปราน
|
|
|
|
 |
| ชื่ออังกฤษ : | Tenacious D in the Pick of Destiny | | ชื่อไทย : | อภิมหาภาพยนตร์ร็อคสุดฮาแห่งมวลมนุษยชาติ | | ประเภทหนัง : | ตลก / เพลง (ร็อค) | | เข้าฉายวันที่ : | 1 ก.พ. 50 | | ผู้กำกับ : | เลียม ลินช์ | | บทภาพยนตร์ : | แจ๊ค แบล็ค, ไคล์ แกส, เลียม ลินช์ | | ค่ายภาพยนตร์ : | มงคลเมเจอร์ | | ประเทศ : | | | ความยาวหนัง : | - | ลิงค์หนังตัวอย่าง : | http://tenaciousdmovie.com/ |
|
นักแสดงนำ : แจ๊ค แบล็ค (Shallow Hal, School of Rock, King Kong), ไคล์ แกส (The Cable Guy, The Cradle Will Rock, Elf)
|
| เรื่องย่อ |
แจ๊ค แบล็ค และ ไคลี่ แกส พบกันครั้งแรกตอนเข้าเป็นสมาชิกก๊วนนักแสดง Actors Gang ในลอสแองเจลลิสที่ก่อตั้งโดยทิม ร็อบบินส์ ตอนนั้นเองที่ทั้งคู่ได้ค้นพบความปรารถนาอันลึกล้ำต่อดนตรีร็อคแอนด์โรล พวกเขาได้แสดงคอนเสิร์ตครั้งแรกที่ Als Bar ด้วยเพลง Tribute ซึ่งเป็นเพลงเดียวที่มีในตอนนั้น พวกเขาเรียกตัวเองว่า The D และประกาศว่าข้านี่แหละคือวงร็อคที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก คนดูในวันนั้นต่างติดใจลีลาร็อคสุดมันของ The D และหลายคนอุทิศตัวเป็นแฟนพันธุ์แท้ของพวกเขาตั้งแต่วันนั้น
ต่อมาในช่วงปลายยุค 90 หลังจากแจ้งเกิดที่ Als Bar พวกเขาก็ได้ไปปรากฎตัวในรายการตลกทางช่อง HBO Mr.Show ที่นำไปสู่รายการ Tenacious D ความยาว 3 ชั่วโมงครึ่ง นอกจากนี้พวกเขายังได้เล่นเป็นวงเปิดให้ศิลปินดังอย่าง Beck, Tool และ Pearl Jam และสร้างฐานแฟนเพลงของตัวเองอย่างต่อเนื่อง การแสดงสดของพวกเขากลายเป็นตำนาน สาวก The D ร้องเพลงของพวกเขาได้ทุกเพลง และร้องตามได้ทุกคำพูด ซึ่งเพลงเหล่านี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับ ชื่อเสียง, คีลบาซ่า (ไส้กรอกวัวรมควัน), ไดโอ (ศิลปินร็อคชื่อดัง), ผองเพื่อน, บุคคลต้นแบบ, ยาเสพย์ติด, ปีศาจ, ความรัก-ตัณหา และอื่นๆ
ปี 2001 ซีดีของ Tenacious D ขายได้ถึงระดับแพลตินัม และดีวีดีชุด Tenacious D The Complete Master Work ที่รวมภาพคอนเสิร์ตที่ Brixton Academy และมิวสิควิดีโอที่กำกับโดย สไปค์ จอนซ์ และ เลียม ลินช์ รวมทั้งสารคดี On the Road with Tenacious D
แม้ว่า แจ๊ค แบล๊ค และ ไคล์ แกส จะบอกว่า Tenacious D in the Pick of Destiny เป็นภาพยนตร์อัติชีวประวัติ แต่ก็มีการแต่งเติมอะไรหลายอย่างเข้าไปในหนังซึ่งไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไรนี่ เพราะพวกเขาคือ The D วงร็อคที่เห่ยที่สุดในบรรดาวงร็อคเจ๋งๆทั้งหลาย
หนังเริ่มต้นขึ้นเมื่อ เจบี วัย 10 ขวบ (ทรอย เจนไทล์) โชว์ลีลาร็อคให้ครอบครัวหัวโบราณเคร่งศาสนาฟังในเพลง Kickapoo ที่เขาแต่งขึ้นด้วยเนื้อเพลงที่อาจโดนใจใครหลายคน พ่อของเจบี (มีท โลฟ) เชื่อว่าดนตรีร็อคคือผลงานของปีศาจ และปลดเข็มขัดออกมาฟาดเขาไม่ยั้ง ซ้ำยังฉีกโปสเตอร์ร็อคของเขาจนขาดกระจุย เจบีวิงวอนขอคำแนะนำจาก ไดโอ (รอนนี่ เจมส์ ไดโอ) ราชาเพลงร็อคพลังเสียงสนั่นโลก ซึ่งไดโอแนะนำว่าเขาเดินมาถูกทางแล้ว แต่ต้องทิ้งครอบครัวน่าอึดอัดแล้วเดินทางไปยังฮอลลีวู้ดเพื่อตามหาความลับแห่งร็อคในตัวเขา หลังจากหนีออกจากบ้าน เจบีก็ใช้เวลาหลายปีเดินทางไปยังเมืองหลายเมืองที่ชื่อฮอลลีวู้ด ในที่สุดเจบี (แจ๊ค แบล๊ค) ก็มาถึงจุดหมายร็อคของเขา นั่นก็คือ ฮอลลีวู้ด แคลิฟอร์เนีย
ขณะเดินเล่นที่ชายหาดเวนิซ เจบีได้พบกับเคจี (ไคล์ แกส) และสะดุดฝีมือการเล่นกีต้าร์เพลง Bourrrees in E Minor ของเขาเข้าอย่างจัง และแม้จะขอร่วมวงกับเคจีแล้วถูกปฏิเสธ แต่เขาก็ยังยืนร้องคลอตามจังหวะกีต้าร์ของเคจี สำหรับเจบี นี่คือความลงตัว แต่สำหรับเคจี เจ้าอ้วนอ่อนหัดคนนี้กำลังทำลายบรรยากาศร็อคและไล่คนดูของเขา
เมื่อ ลี (เจอาร์ รี้ด) พนักงานส่งพิซซ่าหน้าเอ๋อเข้าใจผิดว่าพวกเขาคือศิลปินคู่ เคจีก็ทำท่าขยะแขยง ขณะเดินกลับบ้านในคืนนั้น เคจีเห็นเจบีถูกกลุ่มพวกเลียนแบบหนังเรื่อง A Clockwork Orange รังแก เขาปรี่เข้าไปช่วย (หลังจากดูแล้วว่าไม่มีอันตราย) และพาเจบีไปที่บ้าน
เจบีกระหายอยากเรียนวิชาร็อคและอยากเป็นส่วนหนึ่งของวง The Kyle Gass Project ของเคจี เขาจึงต้องผ่านบททดสอบที่ผู้มีประสบการณ์มากกว่าอย่างเคจีจัดขึ้น กระทั่งวันหนึ่ง ความลับก็เปิดเผย เคจีไม่ใช่ร็อคเกอร์สุดเจ๋งอย่างที่โม้ไว้ เขาไม่มีวงของตัวเอง แถมยังเป็นไอ้ขี้แพ้ที่ยังขอเงินแม่ใช้ แต่เมื่อหมอกควันผ่านพ้นไป มิตรภาพและวงร็อคสุดเจ๋งก็ถือกำเนิดขึ้น พ่อแม่ของเคจีตัดเบี้ยเลี้ยง เขาจึงไม่มีเงินจ่ายค่าเช่าห้อง หรือแม้แต่ค่าอาหารการกิน ทั้งคู่เริ่มท้อแท้ ความหวังเดียวพอมองเห็นคือการประกวดชิงเงินรางวัลงาน Open Mic Night ที่ Als Bar
การแสดงครั้งแรกของพวกเขาไม่ได้รับการตอบรับจากผู้ชมเท่าที่ควร พวกเขาจึงตัดสินใจว่า ถ้าอยากชนะการประกวด จะต้องแต่งเพลงชิ้นโบแดง และได้พบความจริงในเวลาต่อมาว่า สิ่งนั้นไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด และแล้วโชคชะตาก็เข้ามามีเอี่ยว เจบีและเคจีสังเกตว่าร็อคเกอร์ชื่อดังแทบทุกคนบนปกนิตยสาร Rolling Stone ใช้ปิ๊กกีต้าร์อันเดียวกัน พวกเขาจึงปรี่ไปที่ศูนย์จำหน่ายอุปกรณ์กีต้าร์เพื่อหาซื้อปิ๊กกีต้าร์แบบเดียวกัน เจ้าของร้านมีท่าทีประหลาดเมื่อทั้งคู่โชว์ปกหนังสือให้ดู
เจ้าของร้านอดีตมือกีต้าร์พาพวกเขาไปยังห้องลับ และเล่าประวัติศาสตร์ร็อคให้เจบีและเคจีฟัง เรื่องราวนั้นเกี่ยวโยงถึงพ่อมด หมอผี มนตร์ดำ สาวพรหมจารี และซาตานเขี้ยวหัก จากนั้นเขาก็เล่าเรื่องปิ๊กกีต้าร์วิเศษอันเป็นความลับดำมืดของประวัติศาสตร์ร็อคให้ทั้งคู่ฟัง ตำนานนี้ย้อนกลับไปไกลถึงยุคมืด มันตกทอดผ่านเจ้าของหลายมือ ตั้งแต่โมสาร์ตถึงกลุ่มนักดนตรีพังค์, นิวเวฟ, เมทัล ในอังกฤษ ส่วนในอเมริกา มันมีส่วนในหน้าประวัติศาสตร์บลูส์และร็อคแอนด์โรล และตอนนี้มันถูกเก็บรักษาไว้อย่างดีในพิพิธภัณฑ์ร็อคแอนด์โรล ซึ่งเป็นเหมือนป้อมปราการที่ไม่สามารถผ่านเข้าไปได้ง่ายๆ
ภาพยนตร์ดนตรีผจญภัยสุดหรรษา Tenacious D in the Pick of Destiny ติดตามเรื่องราวการผจญภัยเพื่อตามหาปิ๊กกีตาร์วิเศษของ เจบี และ เคจี ที่จะทำให้พวกเขากลายเป็นวงร็อคที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก เขียนบทโดย แจ๊ค แบล๊ค, ไคล์ แกส กำกับและร่วมเขียนบทโดย เลียม ลินช์ อำนวยการสร้างโดย แจ๊ค แบล๊ค, ไคล์ แกส และสจ๊วร์ต คอนเฟลด์ อำนวยการสร้างบริหารโดย เบน สติลเลอร์, โทบี้ เอเมอร์ริช, ริชาร์ด เบรนเนอร์, เคล บอยเตอร์ และจอร์เจีย แคนคาเดส
ระหว่างการเดินทางของเจบีและเคจี ผู้ชมจะได้เห็นดารารับเชิญมากมายที่เป็นพันธมิตรของ The D ไม่ว่าจะเป็น เฟร็ด อาร์มิเซ็น จาก Saturday Night Live และ เน็ด เบลลามี่ จาก Lords of Dogtown ในบทยามประจำพิพิธภัณฑ์ร็อค, ซินเธีย เอ็ททิงเกอร์ จาก Carnivale ในบท แม่ของเจบี, โคลิน แฮงส์ จาก King Kong ในบทพี่ชาย, เอมี่ โพห์เลอร์ จาก Saturday Night Live ในบทสาวเสิร์ฟ และนักเดี่ยวไมโครโฟน พอล เอฟ ธอมป์กินส์ ในบท เจ้าของร้าน Als Bar แต่ดารารับเชิญที่คนไทยต้องเซอร์ไพรซ์ก็คือ เบน สติลเลอร์ ในบทเจ้าของร้านขายกีต้าร์ และ ทิม ร็อบบินส์ ในบทชายแปลกหน้าขาเป๋ที่บอกทางไปพิพิธภัณฑ์แก่ The D
กำกับภาพโดย โรเบิร์ท บริงค์แมน, ออกแบบงานสร้างโดย มาร์ติน วิสต์, ออกแบบเครื่องแต่งกายโดย เดย์น่า พิงค์ และตัดต่อโดย เดวิด เรนนี่ แต่งดนตรีประกอบโดย จอห์น คิง และ แอนดรูว์ กรอส ตัวคิงนั้นดูแลและอัดเสียง 15 เพลงใหม่ของ The D ด้วย โดย 3 ใน 15 มีเพลง Kickapoo ซึ่งใช้ในฉากเปิดหนัง, Break in City และ Beelzeboss ที่ร่วมแต่งโดย The D และ เลียม ลินช์ นอกจากนี้แฟนๆยังจะได้ยินเพลง History of The D จากพวกเขาอีกด้วย ส่วนค่ายเพลง Epic Records นั้นวางแผงอัลบั้มเพลงประกอบภาพยนตร์ไปเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2006 |
|
| << กลับหน้าหลัก |
|