|
|
Glutathione (กลูต้าไธโอน ) พระเอกขี่ม้าขาวของสาว (หนุ่ม )ผิวคล้ำ |
| Glutathione กับบทบาทการปรับสีผิวให้ขาวขึ้น
สีผิวของคนเรา ในแต่ละคน จะแตกต่างกันตามเชื้อชาติ กรรมพันธุ์ บางคนสีผิวขาว บางคนดำคล้ำ ความแตกต่างนี้ ทำให้ได้มีการแบ่งแยกสภาพสีผิวคนเรา ออกมาเป็น 5 สีผิว( Skin type) โดยมีชนิดของ Melanin และจำนวนของเมลานิน และตัวสร้างเมลานินเอง (Melanocytes) ที่บ่งบอกความแตกต่าง แต่ถึงกระนั้นก็ตาม มนุษย์เราก็ได้พยายามคิดค้นหาวิธีการในการพยายามเปลี่ยนแปลงสีผิวให้ได้อย่างที่ตนเองพอใจ โดยเฉพาะสีผิวของคนแถบเอเซีย ที่ต้องการผิวขาวอย่างคนทางตะวันตก ซึ่งตอนนี้สาร Glutathione กำลังเป็นสารที่กำลังฮิต และได้รับความนิยมกันมาก ว่าช่วยทำให้สีผิวของร่างกายขาวขึ้น ได้ทั้งตัว เราลองมาทำความรู้จักกับสารนี้กันพอสังเขป ประกอบการตัดสินใจนะคะ Glutathione เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ( Antioxidant) ตัวหนึ่งที่ร่างกายสังเคราะห์ได้เองเรียกว่า Universal Antioxidant เกิดจากการจับตัวกันในรูปแบบ Tri-peptides ของกรดอะมิโน3 ชนิด ได้แก่ Cysteine Glycine และ Glutamic โดยมีหน้าที่หลักๆ สำคัญดังต่อไปนี้ 1.การขจัดสารพิษ (Detoxification) กลูต้าไธโอน ช่วยสร้างเอ็นไซม์ ชนิดต่างๆ ในร่างกายโดยเปลี่ยนสารพิษชนิดไม่ละลายในน้ำ (ละลายในน้ำมัน) เช่นพวกโลหะหนัก สารระเหย ยาฆ่าแมลง แม้แต่ยาบางชนิดให้เป็นสารที่ละลายน้ำได้ดีขึ้นและง่ายต่อการกำจัดออกจากร่างกาย นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันตับ จากการถูกทำลายโดยแอลกอฮอล์(สุรา) สารพิษจากบุหรี่ 2. ต้านปฏิกริยาอ๊อกซิเดชั่น(Antioxidant) และยังส่งเสริมให้วิตามินซี และวิตามินอี ดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย และทำงานได้เต็มที่มากขึ้น จึงช่วยลดเลือนริ้วรอยตามวัยได้ 3. กระตุ้นภูมิคุ้มกันในร่างกาย (Immune Enhancer) ช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันในร่างกาย โดยกระตุ้น การทำงานของเอ็นไซม์หลายชนิดเพื่อให้ร่างกายต่อต้านสิ่งแปลกปลอมรวมทั้งเชื้อแบคทีเรียและไวรัส นอกจากนี้ กลูต้าไธโอน ยังช่วยสร้างและซ่อมแซม DNA สร้างโปรตีน 4. ทำให้สีผิวขาวขึ้นได้ โดยอาศัยกลไกการทำงานที่มีคุณสมบัติในการไปยับยั้งการทำงานของ Tyrosinase ทำให้ Tyrosine ไม่สามารถเปลี่ยนไปเป็น DOPAquinone เป็นสารต้นแบบของ Dopachrome DHI Pheomelanin Eumelanin (ซึ่งกลุ่มนี้เป็นสารที่ทำสีผิวคล้ำ) ผลลัพท์คือทำให้ ผิวหน้าสวย ขาวใส ไร้รอยด่างดำ รวมถึง ผิวทั่วเรือนร่าง เช่น ผิวใต้วงแขน ผิวบริเวณ สีผิวริมฝีปาก จะขาวอมชมพูขึ้น จากคุณสมบัติของการเป็น Whitening ของสาร Gluthathione นี้เอง ทำให้ได้มีการทำการสังเคราะห์สารตัวนี้ขึ้นมาทางกรรมวิธีทางเคมี เรียกว่าสาร L-Glutathione ซึ่งก็คือ Glutathione นั่นเอง แต่ไม่ได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ หรือไม่ได้จากการสกัดจากพืชพรรณธรรมชาติ โดยอาจจะอยู่ในรูปของอาหารเสริม ยาฉีด หรือตัวยาที่นำผสมกับไวเทนนิ่งตัวอื่นๆ เป็นคอกเทล แล้วนำมาฉีดด้วย เทคนิค Mesotherapy ปัจจุบัน ผลิตภัณฑ์ที่ทำให้สีผิวขาวขึ้นได้และเป็นที่ยอมรับกันก็ มีมากมายหลายตัว เราเรียกสารกลุ่มนี้ว่า Whitening Agents ซึ่งในรายละเอียดและกลไกการยับยั้งการสร้างเม็ดสี ของแต่ละ แต่ส่วนใหญ่มักจะอยู่ในรูปสารผสมหลายตัว ทั้งในรูปของครีมทาผิว และครีมรักษารอยด่างดำ หรือฝ้า กระ ? ส่วนที่ผลิตออกมาในรูปของอาหารเสริม หรือกลุ่มยาฉีด ที่ช่วยปรับสีผิวให้ขาวทั้งตัว ที่มีรายงานรับรองผล และเห็นผลชัดสุด ปลอดภัย และมีการนำออกมาจำหน่ายในท้องตลาด ก็น่าจะเป็น Glutathione Vit C และสารสกัดจากเปลือกสนฝรั่งเศส โดยมีรายละเอียดดังนี้ 1.ในรูปของอาหารเสริม Glutathione มักจะไม่มีวางจำหน่ายเดี่ยวๆ มักจะผสมในรูปของอาหารเสริมที่ประกอบด้วยวิตามินซี และสารสกัดจากเปลือกสน เพื่อสะดวกในการรับประทาน โดยพบว่าขนาดยาที่แนะนำให้รับประทานที่เหมาะสม และทำให้สีผิวขาวทั้งตัวได้ คือ ปริมาณGlutathione 500-1000 มก.ต่อวัน + Vit C 3000 มก.ต่อวัน โดยมีรายงานวิจัย พบว่า glutathione ควรแบ่งกินขนาด 250 - 500 mg เช้า เย็น หลังอาหาร โดยจะให้ผลในเรื่องการดูดซึมที่ดี และถ้าจะให้ได้ผลดีในการกระตุ้นระดับ Glutathione ในร่างกายให้สูงขึ้น ควรจะทานควบคู่กับวิตามินซี โดยการแบ่งเวลารับประทานให้สะดวกและใกล้เคียงกัน ส่วนถ้าจะกิน vit E ร่วมด้วยก็ได้ค่ะ เพราะจะไปช่วยให้vit c ทำงานดีขึ้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ขึ้นอยู่กับ งบประมานด้วย พบว่าหลังรับประทานจะเริ่มเห็นผลการเปลี่ยนแปลงภายใน 1 เดือน แต่ควรจะรับประทานต่อเนื่อง เพราะผลที่ได้ไม่ถาวร เนื่องจากปัจจัยการเปลี่ยนสีผิว ยังเกี่ยวข้องกับปัจจัยอื่นๆ ทั้งภายในร่างกายเอง หรือภายนอกร่างกาย เช่น แสงแดด เป็นต้น 2 ในรูปของยาฉีด ซึ่งปัจจุบันมีการนำ Glutathione 600 มก. (4 ซีซี) มาผสมกับวิตามินซี 2 ซีซี นำมาฉีดเข้าเส้นเลือดและเข้ากล้าม พบว่าจะทำให้ได้ผลในเรื่องสีผิวได้เร็วขึ้น ภายใน 1-2 เดือน โดยนำมาฉีดทุกอาทิตย์ การฉีดทั้งสองวิธี จะได้ผลพอๆ กัน แต่นิยมฉีดเข้าเส้นเลือดมากกว่า เพราะไม่ค่อยเจ็บมากนัก แต่ในรายที่เส้นเลือดเปราะบาง หรือหาเส้นเลือดยาก อาจจะใช้วิธีแบ่งฉีดเข้ากล้ามเนื้อ( สะโพก) แทน ซึ่งจะเจ็บมากกว่า ก็แล้วแต่จะเลือกวิธีใดนะคะ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม /เป็นตัวแทนจำหน่ายโทรฯ 0873106365 หรือ www.Beauty-Smart.net | |
| จาก rinrin [๑ ส.ค. ๒๕๕๑ 6:36:04] |
| หัวข้อ : "ฉีดผิวขาว" ย้ำอันตราย "ถึงตาย" สยามฯขึ้นป้ายเกลื่อน ข่าวจั๊ว!!
-------------------------------------------------------------------------------- อย.เตรียมประสานกองประกอบโรคศิลปะลุยจับคลินิกเสริมความงามใช้สาร"กลูตาไธโอน" ทำดีท็อกซ์หน้าขาว-ตัวขาว เลขาฯ อย.ยัน ไม่เคยอนุญาตให้ใช้สารดังกล่าวฉีดเข้าเส้นเลือด ชี้หากเกินขนาดอันตรายถึงตาย จี้แพทยสภาเอาผิดหมอ ขณะที่สถาบันเสริมความงามย่านสยามสแควร์เปิดให้บริการฉีดสารทำดีท็อกซ์หน้าขาว-ตัวขาวเกลื่อน แฉแห่ฉีดจนยาหมดเกลี้ยง หลังจาก "คม ชัด ลึก" นำเสนอข่าวสถานเสริมความงามบางแห่งลักลอบนำเข้าสารกลูตาไธโอนฉีดให้ลูกค้าเพื่อเพิ่มความขาวให้กับผิวพรรณ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่อันตรายเพราะสารดังกล่าวไม่ได้ยื่นขออนุญาตหรือขอจดทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) แต่อย่างใด ล่าสุด เลขาธิการ อย. เตรียมประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกกวาดล้างจับกุมสถานเสริมความงามและบุคคลที่เกี่ยวข้องในการนำสารกลูตาไธโอนเข้ามาใช้ในประเทศไทยแล้ว โดยเมื่อวันที่26 พฤศจิกายน นพ.ศิริวัฒน์ ทิพย์ธราดล เลขาธิการ อย. กล่าวว่า อย.ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียนหรืออนุญาตให้นำเข้าสารกลูตาไธโอน และเชื่อว่าผู้ที่นำสารดังกล่าวเข้ามาใช้ลักลอบนำเข้ามาจากต่างประเทศทั้งนี้สารดังกล่าวใช้สำหรับบำบัดรักษาโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งกระเพาะอาหาร โดยนำไปผสมกับสารตัวอื่นๆ ก่อน ซึ่งต้องใช้โดยแพทย์เท่านั้น เพราะอาจเป็นอันตรายได้ ซึ่งคุณสมบัติของสารดังกล่าวไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อฉีดให้ผิวขาวแต่อย่างใด การนำสารกลูตาไธโอนมาฉีดเพื่อให้ผิวขาวไม่ว่าจะฉีดโดยคลินิกหรือร้านเสริมความงาม ถือว่าเป็นอันตรายอย่างยิ่ง อีกทั้งยังถือเป็นความผิดทางกฎหมาย เนื่องจากทาง อย.ไม่เคยขึ้นทะเบียนสารดังกล่าวในประเทศไทย และไม่ได้อนุญาตให้มีการนำเข้า ซึ่งหากพบจะถือว่ามีความผิดตาม พ.ร.บ.ยา มีความผิดการโฆษณาเกินจริง มีโทษปรับถึง 1 แสนบาท นอกจากนี้ยังเป็นการขายยาที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียน มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ นพ.ศิริวัฒน์ กล่าว เลขาธิการอย. กล่าวด้วยว่า สารกลูตาไธโอน หากเป็นชนิดรับประทาน กำหนดให้ทานได้ไม่เกิน 250 มิลลิกรัมต่อวัน ซึ่งส่วนใหญ่แพทย์จะสั่งจ่ายให้กับผู้ป่วย แต่จากการสำรวจตามเว็บไซต์ที่มีการขายสารชนิดนี้โดยมุ่งให้ผิวขาวนั้น มีแนะนำให้รับประทานถึง 500-1,000 มิลลิกรัมต่อวัน ถือว่าเป็นปริมาณที่สูงเกินไป อาจทำให้เกิดอาการแพ้ยาจนเป็นอันตรายได้ เลขาธิการอย.กล่าวด้วยว่า จะร่วมกับกองการประกอบโรคศิลปะ กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อดำเนินการกวาดล้างจับกุมผู้ที่นำสารดังกล่าวมาใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต โดยจะดำเนินคดีสถานหนัก และหากพบว่าผู้ที่นำมาใช้เป็นแพทย์จะร้องเรียนไปยังแพทยสภาเพื่อให้ดำเนินการเอาผิดทางจรรยาบรรณแพทย์ต่อไป นายวินิตอัศวกิจวิรี ผู้อำนวยการกองควบคุมยา สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวว่า สารกลูตาไธโอนที่ใช้เป็นตัวยาฉีดเข้าร่างกายนั้น ขณะนี้ยังไม่มีการขอขึ้นทะเบียนกับกองควบคุมยา หากแพทย์นำไปฉีดให้คนไข้ถือเป็นเรื่องผิดกฎหมาย แม้จะเป็นตัวยานำเข้าหรือลักลอบซื้อมาจากต่างประเทศก็ผิดกฎหมายทั้งสิ้น เพราะยังไม่ขึ้นทะเบียนกับ อย. การนำสารหรือยาที่ไม่ขึ้นทะเบียนรับรองถูกต้องมาฉีดให้คนไข้ อาจเป็นการทดลองยารูปแบบหนึ่งก็ได้ ขอเตือนให้ประชาชนระวัง อย่าหลงกับคำอ้างว่าผ่าน อย.แล้ว ส่วนที่อ้างว่าสารกลูตาไธโอนผ่านการรับรองจาก อย.นั้น ก็เป็นเพียงอนุญาตให้ใช้ในรูปแบบกรดอะมิโน ที่ใช้เป็นส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เพื่อใช้กินร่วมกับวิตามินเป็นอาหารเสริมบำรุงร่างกายเท่านั้น ไม่เคยอนุญาตให้เป็นยาเดี่ยวหรือยาฉีดเข้าร่างกายแต่อย่างใด นพ.สมศักดิ์ โล่ห์เลขา นายกแพทยสภา กล่าวว่า จะตรวจสอบเรื่องดังกล่าวอย่างละเอียดก่อน ซึ่งยังไม่สามารถระบุได้ในขณะนี้ว่า จะเอาผิดกับแพทย์ที่นำสารดังกล่าวมาใช้อย่างไร เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม แต่ยอมรับว่าที่ผ่านมามียาหลายชนิดที่แพทย์นำผลข้างเคียงมาใช้กับผู้ป่วย อย่างเช่น ยาแก้แพ้ ก็มีการสั่งนำมาใช้กับผู้ป่วยที่มีอาการคันตามร่างกายเพื่อให้ผู้ป่วยหลับและไม่คัน ขณะที่ศ.นพ.นิวัติ พลนิกร ประธานวิชาการสมาคมเวชสำอางและศัลยศาสตร์ผิวพรรณ ให้ข้อมูลว่า สารกลูตาไธโอนมีเพื่อรักษาโรคเกี่ยวกับระบบประสาท ระบบภูมิคุ้มกันร่างกาย ปกติแพทย์จะใช้ในปริมาณเพียง 200 มิลลิกรัมต่อครั้ง แต่กลุ่มคลินิกเสริมความงามได้นำมาใช้เป็นสารผสมกับวิตามินซี เพื่อฉีดให้ผิวขาวขึ้น โดยจะใช้สารกลูตาไธโอนสูงถึง 600-1,000 มิลลิกรัม ฉีดเข้ากล้ามเนื้อหรือเส้นเลือดดำโดยตรง ซึ่งมากกว่าปกติ 3-5 เท่า ทั้งนี้ สาเหตุที่ต้องใช้ปริมาณมากขนาดนั้น ก็เพื่อให้ได้ผลและเห็นผลรวดเร็วว่าผิวดูขาวขึ้นจริง ซึ่งในทางการแพทย์ถือว่าเป็นอันตรายต่อร่างกายมาก อยากเตือนให้แพทย์ด้านศัลยกรรมความงามเลิกใช้สารกลูตาไธโอนฉีดให้วัยรุ่นเพื่อเปลี่ยนสีผิวให้ขาวขึ้น เพราะจะเป็นอันตรายต่อร่างกาย หากผู้ป่วยเกิดอาการแพ้รุนแรงหรือช็อกเสียชีวิต จะสร้างความเสียหายให้แก่แพทย์ที่ฉีดเอง วันเดียวกันผู้สื่อข่าว"คม ชัด ลึก" ได้ออกสำรวจคลินิกเสริมความงามย่านสยามสแควร์ แหล่งรวมวัยรุ่น พบว่าคลินิกชื่อดังหลายแห่งล้วนมีโปรแกรมฉีดสารกลูตาไธโอน โดยอ้างว่าเป็นการ "ฉีดดีท็อกซ์หน้าขาว ตัวขาว" สนนราคาเข็มละ 1,600-4,000 บาท และต้องฉีดอย่างน้อย 3-5 เข็ม แล้วแต่สีผิวของลูกค้า พร้อมกับอ้างสรรพคุณว่า จะทำให้ผิวทั่วเรือนร่างขาวกระจ่าง สดใส ไร้รอยด่างดำ โดยเฉพาะผิวใต้วงแขน ริมฝีปาก ตลอดจนทำให้หัวนมขาวอมชมพู ยิ่งไปกว่านั้นคลินิกเสริมความงามชื่อดังที่มีหลายสาขาแห่งหนึ่งอ้างว่า การฉีดสารกลูตาไธโอนเป็นการดีท็อกซ์หรือฟื้นฟูร่างกาย ทำให้มีรังสีออร่าทั่วเรือนร่าง และผิวจะขาวขึ้นเหมือนดารา เมื่อผู้สื่อข่าวเข้าไปสอบถามรายละเอียด เจ้าหน้าที่ประจำคลินิกให้ข้อมูลว่า ต้องฉีดอย่างน้อย 5 เข็ม ถึงจะเห็นผล และต้องฉีดทั้งหมด 10 เข็ม รวมเป็นเงิน 3 หมื่นบาทต่อคอร์ส พร้อมกับรับรองว่า แค่ฉีดเพียงเข็มแรกก็จะเห็นการเปลี่ยนแปลงของสีผิว ซึ่งจะมีสีขาวขึ้น แต่ต้องมาฉีดทุกสัปดาห์ ต่อเนื่องกัน 10 สัปดาห์ เจ้าหน้าที่คลินิกชื่อดังบอกด้วยว่าตอนนี้โปรแกรมฉีดดีท็อกซ์ผิวขาว หรือฉีดสารกลูตาไธโอนผสมกับวิตามินซี กำลังเป็นที่นิยมของลูกค้าวัยรุ่นอย่างมาก โดยตัวยาที่สั่งซื้อจากเยอรมนีได้ฉีดให้ลูกค้าหมดแล้วภายในหนึ่งสัปดาห์ หากต้องการฉีดต้องรออย่างน้อย 3 วัน จนกว่าตัวยาชุดใหม่ที่สั่งซื้อจะมาถึง ยิ่งไปกว่านั้น เจ้าหน้าที่คลินิกเลเซอร์ด้านความงามอีกแห่ง บอกว่า หากต้องการเห็นผลเร็วสามารถฉีดได้เลย 2 เข็มพร้อมกัน ราคาเข็มละ 2,200 บาท ด้านแพทย์ประจำคลินิกศัลยกรรมชื่อดังอีกแห่งหนึ่งอ้างว่า การฉีดสารกลูตาไธโอนเป็นเหมือนการฉีดโปรตีนเข้ากล้ามเนื้อหรือเส้นเลือด ไม่มีอันตรายใดๆ ต่อร่างกาย นอกจากผู้ที่ป่วยเป็นโรคหอบหืด ความดัน หรือโรคหัวใจ หากฉีดประมาณ 5 เข็ม จะช่วยให้ผิวขาวใสได้ยาวนานถึง 6 เดือน แต่ต้องมีการดูแลรักษาผิวโดยทาโลชั่นเพิ่มเติม ตอนนี้วัยรุ่นกำลังฮิตมาก มาฉีดวันละหลายราย ส่วนลูกค้าใหม่ที่มาลองฉีดเข็มแรกแล้วเห็นผลก็มาขอฉีดซ้ำอีก นอกจากนี้ผู้สื่อข่าวยังตรวจสอบตามเว็บไซต์ซื้อขายสินค้า พบว่าหลายเว็บไซต์มีผู้นำสารกลูตาไธโอนในลักษณะของยาฉีดมาประกาศขาย อ้างว่านำเข้าโดยตรงจากต่างประเทศ เช่น เยอรมนี อิตาลี โดยตั้งราคาขายชุดละ 3,800 บาท ซึ่งชุดหนึ่งจะมีสารกลูตาไธโอน 600 มิลลิกรัม 10 หลอด นอกจากนี้ยังมีผู้มาประกาศขอซื้อสารกลูตาไธโอนที่มีปริมาณหลอดละ 3,000 มิลลิกรัมด้วย โดยอ้างว่าซูเปอร์สตาร์ชื่อดังอย่าง "ไมเคิล แจ็กสัน" ได้ฉีดในปริมาณสูงถึง 3,000 มิลลิกรัม อย่างต่อเนื่อง ที่มาจากหนังสือพิมพ์ คมชัดลึก | |
| จาก จันทนา [๙ พ.ย. ๒๕๕๑ 21:41:52] |
| ดูนะ | |
| จาก dow-club@hotmail.com [๑๓ มิ.ย. ๒๕๕๒ 17:40:05] |
| คือถ้าจะมาโฆษณาก้อไม่ต้องกระแดะเอาข่าวมาต่อข้างล่าง อนาถ ไอพวกหัวการค้าหน้าเงินทั้งหลาย | |
| จาก - - [๑๒ ก.ย. ๒๕๕๒ 21:08:54] |
|
|