ประชด
๘ พ.ย. ๔๒
วิทยา ด่านธำรงกูล

สุภาษิตโบราณบอกว่าอย่าหุงข้าวประชดหมา อย่าปิ้งปลา ประชดแมว
ไอ้หนุ่มกินเหล้าจนคลานสี่เท้า จำทางกลับบ้านไม่ได้ ตีอกชกหัวคร่ำครวญเสียมากมาย ถามแล้วได้ความว่าที่กินเหล้าจนไม่เป็นผู้เป็นคนเพราะเมาประชด คนรักที่หักอก
อีกคนแน่กว่าโดนเมียด่าหน่อยเดียว ใจน้อยกินยาบ้าแล้วปีนขึ้นไปบนยอดตึก กะจะกระโดดประชดเมีย ตายเสียให้รู้แล้วรู้รอด แต่ยังรีรอเพราะกลัวเจ็บ เดือดร้อนถึงตำรวจกับไทยมุง ต้องแห่มาลุ้นอยู่นานสองนาน
อะไรๆ ที่เกี่ยวกับเรื่องประชดจึงดูไม่ดีไปเสียหมด ไม่ว่าจะประชดหมาแมว ประชดชีวิต หรือประชดใครๆ แต่ทำไมคนเราถึงชอบประชดกันนัก ? เรื่องต่อไปนี้สิเด็ดกว่า นักศึกษาคนหนึ่งมาปรึกษาเรื่องเกรด เพราะกำลังจะถูกรีไทร์ ดูผลการเรียนแล้วแย่มาตั้งแต่เทอมแรก ที่เข้ามหาวิทยาลัย ถามถึงสาเหตุว่าทำไมถึงไม่ตั้งใจเรียน ก็ตอบอ้อมแอ้มหลบไปเลี่ยงมา ชวนคุยด้วยสักพัก ที่สุดก็ยอมรับด้วยเหตุผลที่ฟังแล้วน่าสะพึงกลัวเป็นอย่างยิ่ง เขาบอกว่า "ผมเรียนประชดแม่ครับ" เห็นไหมเด็กยุค 2000 มีวิธีประชดพ่อแม่แบบคาดไม่ถึง
เขาเล่าว่าเมื่ออยู่ม.6 เขาเป็นเด็กเกเร ไม่อ่านหนังสือเลยแม้ว่าจะต้องสอบเอ็นทร้านซ์ แม่เป็นเดือดเป็นร้อนมาก เพราะลูกหลานญาติแม่เรียนมหาวิทยาลัยดีๆ ทุกคน แม่ชอบเปรียบเทียบว่า "ดูลูกป้าเขาซิ เขา……." หรือไม่ก็ "ทำไมไม่เอาอย่างลูกน้า….เขาบ้าง…." เขาว่าแม่คงอาย หากเขาสอบเข้าไม่ได้ เขาก็อยากจะพยายามอยู่หรอกแต่ไม่รู้ตัวขี้เกียจมาจากไหนมันมาสิงอยู่ ไม่ยอมออกไปเสียที
จนวันหนึ่งแม่เรียกเขาเข้าไปคุยด้วย บอกว่า "ถ้าสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ แม่จะซื้อรถให้คันหนึ่ง" แม่ช่างรู้เหลือเกินว่ารถเป็นสุดยอดปรารถนาที่สุดในโลกของเขา ตั้งแต่วันนั้น เขาดูหนังสืออย่างหามรุ่งหามค่ำ แล้วที่สุดเขาก็ทำได้ เขาสอบติด
แต่ดูเหมือนแม่จะลืมที่เคยรับปากกับเขาไว้ แม้เขาจะเฝ้าเพียรถามแม่อยู่หลายครั้ง ถึงรถที่แม่รับปาก แม่ได้แต่บอกว่า เออๆ เอาไว้ก่อน จนเขาเริ่มรู้สึกว่าแม่จะไม่รักษาคำพูดเสียแล้ว เขาเสียใจมากเพราะแม่สอนเขาเสมอว่าพูดอะไรแล้วต้องทำอย่างที่พูด แล้วแม่กลับมาเป็นเสียเอง อย่างนี้แล้วเขาจะเชื่อใครได้ เมื่อแม่ไม่รักษาสัญญาเขาก็จะประชดแม่ล่ะ ด้วยการไม่เรียนมันเสียเลย จะได้สะใจที่แม่เบี้ยวเขาก่อน แล้วเขาก็ทำได้จริงๆ เพราะวันที่เจอกันมีแววว่าเขาจะไม่รอดรีไทร์
หลายๆ ตัวอย่างข้างต้นล้วนแสดงให้เห็นว่าการประชดเป็นอันตรายแก่ทั้งตัวเองและผู้อื่น บางทีทำให้เสียเงินเสียทอง เสียสุขภาพ และเสียอารมณ์ต่อตัวคนที่ประชดนั่นแหละไม่ใช่ใครที่ไหน แต่รู้ทั้งรู้ว่าไม่ดี ทำไมคนเราถึงต้องประชดอะไรต่ออะไรด้วย บางทีทำไปแล้วคนที่ถูกเราประชด เขาอาจจะไม่รู้ด้วยซ้ำ หรือเขารู้ก็มีแต่จะสมน้ำหน้าเราที่เห็นเราเป็นบ้าเป็นบออยู่คนเดียว เขาไม่ได้มาเจ็บปวดอะไรด้วยหรอก
การประชดเป็นรูปแบบหนึ่งของพฤติกรรมระบายอารมณ์หลายๆ อารมณ์ ทั้งอารมณ์โกรธ อารมณ์รัก อารมณ์เศร้า น้อยใจ ฯลฯ แต่เมื่อต้องการระบายอารมณ์ แล้วหาทางระบายกับคนที่เป็นต้นเหตุไม่ได้ จะเพราะเขามีแรงมากกว่า ตัวโตกว่า เขาไม่ได้อยู่ในสถานที่นั้นๆ หรือเขาทำท่าไม่ใส่ใจ คนที่ประชดก็เลยหาทางไปลงที่คนอื่นที่คิดว่า พอจะเป็นที่รับอารมณ์นั้นได้ หรือแม้แต่จะลงกับตัวเอง เคยเห็นแม่บางคนที่ตีลูกประชดพ่อ เพราะโกรธที่เอาชนะพ่อไม่ได้เนื่องจากพ่อตัวโตกว่า เลยหันไปลงที่ลูกแทน ใครเป็นลูก เจอแบบนี้ก็อ่วมอรทัยไปเท่านั้น คนที่อยู่ในอารมณ์เศร้าสลดหดหู่มากๆ เพราะถูกคนรักทอดทิ้ง ก็สามารถระบายอารมณ์เอากับตัวเอง โทษตัวเองว่าไม่มีค่า ไม่มีความดี ว่าแล้วก็ลุกขึ้นมาเชือดข้อมือเล่น อย่างนี้ก็มี คนที่มีนิสัยช่างประชดนั้นที่จริงก็คือคนที่มีความกลัวและความไม่มั่นคงอยู่ในใจเป็นพื้นฐาน การกระทำจึงไม่ออกมาตรงๆ ไม่กล้าพูดตรงๆ ไม่กล้าเผชิญหน้าอธิบายให้อีกฝ่ายหนึ่งเข้าใจ อย่างตรงไปตรงมา ในความโกรธ ความเศร้าจึงมีความกลัวระคนอยู่ คนที่ประชดด้วยการ พยายามฆ่าตัวตายนั้น ถ้ารอดมาได้ลองไปถามดูเถอะ กลัวตายจริงๆ กันทั้งนั้น
การประชดเป็นการแสดงออกซึ่งความพร่องในวุฒิภาวะ (Maturity) ขาดความหนักแน่น มีความเป็นเด็กสูง การประชดมีตั้งแต่อ่อนๆ ประเภทพูดจาประชดประชัน หรือทำอะไรแบบเว่อร์ๆ ไปจนกระทั่งทำแบบขาดสติสัมปชัญญะ ถ้าจะมองโลกในแง่ดีหน่อย พวกที่ชอบประชดนั้น เป็นพวกที่ขาดความรักความใส่ใจจากคนอื่น และต้องการเรียกร้องความใส่ใจหรือที่เรียกว่า stroke หากคนรอบข้างหันมาใส่ใจเขาบ้างก็อาจทำให้นิสัยประชดประชันบรรเทาเบาบางลงไปได้บ้าง ในขณะเดียวกันคนที่มีนิสัยชอบประชดต้องรู้จักที่จะปรับปรุงแก้ไขนิสัยที่ไม่ดีนี้ด้วย ต้องพยายามหนักแน่นให้มากขึ้น อย่าตัดสินใจอะไรในเวลาที่กำลังโกรธ เพราะสิ่งที่ทำลงไป มีแนวโน้มที่จะทำเพราะต้องการประชดมากกว่าและจะไม่เป็นผลดีและไม่เป็นการแก้ปัญหาใดๆ ทั้งสิ้น ส่วนคนที่ประชดเพราะรู้สึกว่าตัวเองขาดความสนใจใส่ใจจากคนอื่นนั้นต้องพยายามมองเห็น คุณค่าในตัวเองมากขึ้น คนทุกคนมีข้อดีข้อเสียด้วยกันทั้งนั้น ขจัดความกลัวและความไม่มั่นใจ ออกไปจากจิตใจเสีย อย่ามามัวนั่งคิดถึงแต่ความไม่ดีของตัวเองแล้วประชดชีวิตอยู่เลย หันมาคิดกันใหม่แบบ " I am OK, You are OK" แทนที่จะเป็น " I am not OK, You are OK" แล้วเราก็จะไม่ต้องประชดใครทั้งนั้น
ห้องสนทนา เม้าท์ระเบิด : โลกกับธรรม : English Corner : ข่าวประชาสัมพันธ์ : BKK Blog : Work at Home
เกมส์ Photo Hunt : Jigsaw : Hang Man : Tetris : Slider : จับคู่
BKK Mobile Picture Message : Logo : Mini Logo : Screen Saver : Text SMS : Color Picture Message : Wallpaper
รักและคิดถึง พบเพื่อนใหม่ : E-Cards : กลอนแทนใจ : ศาลาพักใจ : เยาวชนคนดี
สารพันบันเทิง ดูหนัง ฟังเพลง : ซอกแซกผ่านจอ : มุมฟุตบอล : เสี่ยงเซียมซี : ดวงดาวโคจร ออนไลน์ : Wallpaper : บันเทิง-เริงใจ : ซุบซิบดารา
สารพัดความรู้ เสวนาธุรกิจ : บัญชีทีเบรค : กระดูกและข้อ
ภาษาพาเพลิน Everyday English : Did you know? : E-Dialog : รู้จักญี่ปุ่น
ห้องสมุด BKK Business Letter : Song of the Week : พี่เลี้ยงภาษาอังกฤษ : เพลินภาษาน่ารู้ :E-Diary :
ศัพท์ทันโลก : สืบสายนิยายดัง : Alphabetize : SEX : วัยรุ่น วัยดึก : นางาซากิ: นานานก :
ชีวิตหลากสี : ยายวันวาน : พาชิมริมครัว : IT Audit : Chic & Trendy : Indy Zone :
เกร็ดความรู้ไอที : Star Corner : New York! New York!
BKK Center Hot Links : เบอร์โทรศัพท์ฉับไว : About us : ติดต่อ BKKonline