The Ghosts
๑๐ ส.ค.๔๔
อัธยา โกมลกาญจน

เป็นบทละครที่แต่งโดยอิบเสนเหมือนกับเรื่อง Doll's House เนื้อหาเป็นการวิพากย์สังคมที่มีการใส่หน้ากากหลอกลวงกัน ในคริสต์ศตวรรษที่ 19 ในนอร์เวย์ เรื่องนี้นำเสนอเป็นการแสดงความคิดรวบยอด เรื่องการสืบทายาทเผ่าพันธุ์เชิงวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ กับแนวคิดเรื่องโชคเคราะห์แบบกรีกโบราณ ที่จะมีเรื่องอื่นเข้ามาปนด้วยคือ แรงกระทบจากความกลัวการถูกโจมตี และมาตรฐานที่ถูกกำหนดไว้ในสังคมว่าต้องเป็นอย่างนั้นอย่างนี้
อิบเสนเชื่อว่าหากมีการศึกษาเกี่ยวกับการสืบสายโลหิตอย่างเดียว เรื่องก็คงไม่ยุ่งยาก แต่เป็นเพราะคนกลัว "สังคม" ทั้งๆ ที่สังคมไม่มีตัวตน แต่คนก็กลัว เพราะไม่อยากเป็นคนไม่ดีในสังคม (ทั้งๆ ที่ก็รู้ว่าตนไม่ใช่คนดี)
อิบเสนชี้ให้เห็นว่ามาตรฐานในสังคมนั่นเอง ที่เป็นสาเหตุแห่งความทุกข์ของ Mrs.Alving เขาโจมตีคนร่วมสมัย และเสนอแนวคิดเสรีให้กับสังคม บทละครเรื่องนี้จึงนับว่านอกจากจะให้ความเพลิดเพลินสนุกสนานแล้ว ยังให้แนวทางความคิด และในที่สุดสามารถนำมาใช้ในวิชาที่ว่าด้วยการศึกษา และวิเคราะห์คำพูดของคนด้วย อิบเสนแสดงให้เห็นว่าบางทีคำพูด และการตีความในภาษาอาจจะก่อให้เกิดผลร้ายที่ทำให้คนเชื่อ หวาดกลัว หรือแม้ต้องพยายามหาทางหลีกหนีไปจากสังคม ทั้งๆ ที่เขาไม่ได้ทำความผิดอะไรเลย


เนื้อเรื่องย่อ

Paster Manders ได้มาร่วมงานรำลึกถึงสามีผู้ล่วงลับของ Mrs Alving กับงานเตรียมการเปิดสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าเป็นอนุสรณ์ถึงกัปตันอัลวิง ผู้ที่เดินทางกลับจากปารีสมาร่วมงานนี้ด้วยอีกคนหนึ่งคือ บุตรชายของนางอัลวิงชื่อ Oswald เขาประกอบอาชีพเป็นจิตรกรฝีมือดีพอเลี้ยงตัวได้
ออสวัลด์จากบ้านไปตั้งแต่อายุเพียง 7 ขวบ จนบัดนี้ เขามีอายุ 26 ปี นางอัลวิงมีความสุขมากที่บุตรชายกลับมา นางต้องการให้เขาได้อยู่กับเธอต่อไปจนกว่าจะหมดฤดูหนาว
การอ้างถึงการทำพิธีรำลึกถึงบิดาก็เพื่อเป็นการเอาใจผู้เป็นลูกให้กลับบ้าน นางอัลวิงรู้ดีว่า ออสวัลด์นั้นเป็นลูกที่ชื่นชมกัปตันอัลวิงผู้บิดา ในฐานะวีรบุรุษของเขาตลอดมา ทั้งนี้เพราะมารดามักเขียนจดหมายไปเล่าถึงนายอัลวิงในทางที่ดีเสมอ จนเขาไม่มีโอกาสคิดแม้แต่น้อยว่า พ่อผู้แสนประเสริฐของเขาจะสามารถทำความผิดอย่างใดอย่างหนึ่งได้ในโลกนี้ แม้แต่ภาพที่ยังประทับอยู่ในความทรงจำของเขาในวัยเด็ก คือภาพที่บิดาจับตัวเขานั่งตัก และสอนให้สูบซิการ์มวนโต เขาเห็นการกระทำนั้นเป็นสิ่งดี เพราะนั่นเป็นการสอนของพ่อ
ดังนั้นเมื่อเขากลับมาถึงบ้าน เขาจึงแสดงการรำลึกถึงบิดา ด้วยการสูบกล้องยามวนโตแล้วเดินโชว์ไปรอบๆ ต่อหน้ามารดา และบาทหลวงแมนเดอร์ เขาไม่รู้เลยว่าบาทหลวงแมนเดอร์นั้นไม่ชอบการสูบบุหรี่ หรือความจริงคือ การที่ท่านเห็นว่าการสูบบุหรี่เป็น "การทำผิดบาป" ประการหนึ่ง ท่านรู้สึกว่านางอัลวิงชักจะตามใจลูกมากเกินไปแล้ว การที่ออสวัลด์ประพฤติไม่ดี ก็เพราะนางอัลวิงไม่รู้จักอบรมสั่งสอนลูกเสียบ้าง
ท่านเห็นว่าความประพฤติถูกต้องมีความสำคัญเหนือสิ่งอื่นใด ในอดีตนางอัลวิงก็เคยเชื่อฟังท่าน เมื่อนางมาปรึกษาท่าน หลังจากที่นางอยู่กินกับสามีมาเพียงไม่ถึงปี นางต้องการหย่าขาดจากสามีขี้เหล้าของนาง ท่านได้บอกให้นางกลับไปอยู่กับสามีตามหน้าที่ของภรรยาที่ดีโดยลืมไปว่า นางอัลวิงเป็นภรรยาที่ดีแต่นายอัลวิงกลับไม่ใช่สามีที่ดี และเมื่อนางอัลวิงยอมกลับไปอยู่กับสามี ท่านก็ถือว่าเป็นผลงานที่ยิ่งใหญ่ และน่าภูมใจเป็นอย่างยิ่งในชีวิตของท่าน
ฝ่ายนางอัลวิงเองยอมปฏิบัติตามคำขอของบาทหลวง ก็เพราะเข้าใจว่า การที่ท่านแนะนำให้นางกลับไปหาสามี ก็เพราะท่านไม่ต้องการเห็นนายอัลวิงสำมะเลเทเมาต่อไป ท่านบาทหลวงไม่รู้เลยที่จริงแล้ว นายอัลวิงก็ยังคงสำมะเลเทเมาเหมือนเดิม นางอัลวิงต้องคอยพานายอัลวิง ที่เมาคออ่อนคอพับไปที่ห้องนอนเกือบทุกคืน และที่ร้ายไปกว่านั้นก็คือเมื่อวันหนึ่ง เธอได้พบสามีหลับนอนกับสาวใช้อย่างไม่รู้จักอาย
ยังมีอีกเรื่องหนึ่งเกี่ยวกับสามีที่นางอัลวิงไม่ได้บอกใคร คือเรื่องที่นายอัลวิงเป็นโรคติดต่อ และบุตรชายของเธออาจจะรับเชื้อนั้นไปแล้ว นางพยายามกล้ำกลืนฝืนทนอยู่ก็เพราะเชื่อคำสอนของท่านบาทหลวง ให้เธออดทนทำหน้าที่ที่ถือว่าเป็นการทำดี ประกอบกับตัวเธอเองเป็นคนขลาดเขลา ขาดความเป็นตัวเอง เรื่องทั้งหมดจึงถูกปิดเงียบสนิท โดยมีเธอเป็นผู้รับความทุกข์ระทมอยู่คนเดียว
เมื่อลูกชายกลับมา นางคิดว่านางคงจะได้มีความสุขเสียที แต่แล้วนางก็พบว่าบุตรชายของเธอเป็นลูกแบบ "เชื้อไม่ทิ้งแถว" จริงๆ นางสังเกตว่าเขาชักจะสนิทสนมกับสาวใช้ Regina มากเกินไป เธอบอกใครๆ ไม่ได้เลยว่า เรจินานั้นเป็นน้องสาวของออสวัลด์ที่เกิดจากสาวใช้กับบิดาของเขา หญิงสาวถูกยกให้เป็นลูกสาวของช่างไม้ขี้เมา Jacob Engstrand เพื่อให้นางพ้นออกไปจากบ้าน ดังนั้น เมื่อเห็นบุตรชายเกาะแกะกับหญิงสาว นางอัลวิงจึงตกใจ และรีบไปปรึกษากับบาทหลวงทันที

ฝ่ายนายเองสแตรนด์ที่รับเลี้ยงเรจินามาแต่ต้น เคยคิดที่จะคืนเรจินาให้นางอัลวิง เพื่อให้เธอได้รับการศึกษา และได้รับการอบรมที่ดีกว่าที่จะอยู่กับเขา แต่เมื่อนายอัลวิงเสียชีวิตลง ตาเฒ่าก็หวังไกลถึงกับที่จะได้รับส่วนแบ่งมรดกมาสักก้อน เขาอยากจะได้บ้านชายทะเลสักหลังหนึ่ง ขณะเดียวกับที่เรจินาก็ไม่ต้องการให้ผู้ใดมาแสวงหาประโยชน์จากเธอ โดยที่เธอไม่มีสิทธิร่วมด้วย เธอจึงวาดหวังที่จะแต่งงานกับลูกชายนายอัลวิง เพื่อจะได้เป็นเจ้าของมรดกก้อนโตนั้นทั้งหมด
ออสวัลด์ไม่รู้เรื่องความสัมพันธ์แท้จริงระหว่างเขากับเรจินา เมื่อเห็นมารดามีทีท่าไม่เห็นด้วย เขาจึงไม่ฟัง และยืนยันว่าอย่างไรเสียเขาก็ต้องแต่งงานกับสตรีผู้นี้ เหตุผลหนึ่งคือเขาต้องการผู้ดูแลพยาบาลเขาในช่วงปลายของชีวิต ทั้งนี้เพราะก่อนที่จะเดินทางกลับบ้าน เขาได้ไปหาหมอ หมอตรวจพบว่าเขาเป็นโรคร้ายที่ติดต่อจากบิดา และคงจะมีชีวิตอยู่ไม่นานนัก ตอนที่ได้รับทราบนั้น เขาโกรธหมอมากเพราะเขาเชื่อตามที่แม่จดหมายบอกมา เสมอว่าพ่อเป็นวีรบุรุษ โรคที่เขาเป็นจึงน่าจะเกิดขึ้นเพราะโชคชะตาของเขาเอง เขาบอกแม่ว่าเขาต้องการแต่งงานกับเรจินา เพราะต้องการใช้ชีวิตที่เหลืออยู่อย่างมีความสุข
นางอัลวิงตัดสินใจจะบอกความจริงให้ทั้งสองคนรับรู้ พอดีเกิดเหตุร้ายก่อนหน้านั้นคือ ไฟไหม้สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าที่เธอตั้งใจสร้างเป็นที่ระลึกถึงนายอัลวิง น่าแปลกที่ระหว่างไฟไหม้นั้น นายเองสแตรนด์กับบาทหลวงเกิดไปทำธุระในร้านช่างไม้ใกล้ๆ นั้น นายเองสแตรนด์กล่าวหาว่าบาทหลวงเป็นคนทำเทียนล้มลง ระหว่างการโกนหนวด บาทหลวงเองทั้งๆ ที่รู้ตัวดีว่าท่านไม่ได้เป็นคนทำ แต่ก็ตกใจเพราะไม่ต้องการกระทบกระเทือนฐานะของท่านในชุมชน นายเองสแตรนด์ขู่ว่าถ้าบาทหลวงไม่ต้องการให้เขาพูดเรื่องนี้ ท่านจะต้องช่วยหาทางยักย้ายถ่ายเทเงินมรดกของนายอัลวิง มาปลูกบ้านชายทะเลให้เขา ไม่อย่างนั้นกว่าจะพิสูจน์ได้ว่าบาทหลวงไม่ได้เป็นคนทำ ชื่อเสียงของท่านก็คงจะป่นปี้เสียหายไปก่อนแล้ว ด้วยความกลัวคำขู่ของนายเองสแตรนด์ บาทหลวงจึงตกลงดำเนินการให้นายเองสแตรนด์

นางอัลวิงตัดสินใจบอกเรื่องทั้งหมดให้เรจินากับออสวัลด์รู้ว่า แท้จริงเรจินาคือ ลูกสาวของนายอัลวิงกับสาวใช้ เรจินาโกรธมาก และรู้สึกว่าตัวเองต้องเสียโอกาสที่ผ่านมา เธอควรจะได้รับการศึกษา และฝึกฝนอย่างสตรีชั้นสูง แทนที่จะต้องไปเป็นลูกสาวของนายเองสแตรนด์ที่ไม่มีสมบัติอะไรเลย ท่าทีของเรจินาทำให้สองแม่ลูกรู้ว่าเรจินาไม่ใช่กุลสตรี ตอนนี้เองที่ออสวัลด์สารภาพกับมารดาว่าโรคร้ายกินลึกไปถึงสมองแล้ว นับวันเขาก็จะมีสภาพเหมือนเป็นเด็กอ่อนที่ช่วยตัวเองไม่ได้ เขาจะหมดแรงไปเรื่อยๆ นางอัลวิงจึงสัญญากับลูกชายว่า เธอจะอยู่เคียงข้างคอยช่วยเหลือเขาตลอดเวลา ออสวัลด์ขอให้ฆ่าเขาเสียหากจำเป็นต้องทำ ว่าแล้วออสวัลด์ก็นำมอร์ฟินเป็นเม็ดที่เขาต้องพกตลอดเวลามาให้นางดู ทั้งสองคนแม่ลูกสนทนากันตลอดช่วงกลางวันจนมืด นางอัลวิงจึงดับไฟ เธอยืนมองดูลูกอย่างหวาดกลัว และสิ้นหวัง ขณะที่ออสวัลด์ก็เริ่มร้องไห้คร่ำครวญอย่างเด็กๆ ขอเห็นแสงสว่างอีกครั้ง

ข้อคิดจากนิยายเรื่องนี้

คือการที่ทุกคนต่างยึดมั่นใน "ความเป็นคนดี" ของตัวเองทั้งๆ ที่จะต้องกลายเป็นคนโกหก หลอกลวง และแท้จริงแล้วตัวเองก็ไม่ใช่ตนดี เหมือนที่นางอัลวิงวาดภาพ "พ่อ" ในฝันให้กับลูก และบาทหลวงก็ต้องการความเชื่อถือจากคนในชุมชนจนถึงกับยอมทำตัวเป็นคน "ฉ้อฉล" ทั้งๆ ที่ก็รู้อยู่ว่าตัวเองไม่ได้ทำความผิดเพียงแต่ต้องการรักษา "หน้า" ของตัวเองเท่านั้น
ห้องสนทนา เม้าท์ระเบิด : โลกกับธรรม : English Corner : ข่าวประชาสัมพันธ์ : BKK Blog : Work at Home
เกมส์ Photo Hunt : Jigsaw : Hang Man : Tetris : Slider : จับคู่
BKK Mobile Picture Message : Logo : Mini Logo : Screen Saver : Text SMS : Color Picture Message : Wallpaper
รักและคิดถึง พบเพื่อนใหม่ : E-Cards : กลอนแทนใจ : ศาลาพักใจ : เยาวชนคนดี
สารพันบันเทิง ดูหนัง ฟังเพลง : ซอกแซกผ่านจอ : มุมฟุตบอล : เสี่ยงเซียมซี : ดวงดาวโคจร ออนไลน์ : Wallpaper : บันเทิง-เริงใจ : ซุบซิบดารา
สารพัดความรู้ เสวนาธุรกิจ : บัญชีทีเบรค : กระดูกและข้อ
ภาษาพาเพลิน Everyday English : Did you know? : E-Dialog : รู้จักญี่ปุ่น
ห้องสมุด BKK Business Letter : Song of the Week : พี่เลี้ยงภาษาอังกฤษ : เพลินภาษาน่ารู้ :E-Diary :
ศัพท์ทันโลก : สืบสายนิยายดัง : Alphabetize : SEX : วัยรุ่น วัยดึก : นางาซากิ: นานานก :
ชีวิตหลากสี : ยายวันวาน : พาชิมริมครัว : IT Audit : Chic & Trendy : Indy Zone :
เกร็ดความรู้ไอที : Star Corner : New York! New York!
BKK Center Hot Links : เบอร์โทรศัพท์ฉับไว : About us : ติดต่อ BKKonline