The Merchant of Venice
๒๙ พ.ย. ๔๔
อัธยา โกมลกาญจน

เป็นบทละครแบบกึ่งสุข-กึ่งเศร้าอีกเรื่องหนึ่งของวิลเลียม เชคสเปียร์ (ค.ศ.1564 - ค.ศ.1616) ในคริสต์ศตวรรษที่ 16 สมมติว่าเรื่องเกิดที่นครเวนิสในอิตาลี จัดแสดงครั้งแรกใน ค.ศ.1596 เป็นนิยายที่ให้บทเรียนสอนใจ เช่นการใช้เงินให้ถูกทาง เรื่องความรักและการแต่งงาน การเผชิญหน้าระหว่างพ่อค้ายิวไชล็อกคนโลภ กับสาวสวยแสนดีและแสนฉลาดคือนางปอร์เธีย ที่ดูจะเด่นมากก็คือบทของอันโตนิโยที่รักเพื่อนแบบเอาชีวิตเข้าแลก หากบัสสานิโยไม่ประสบความสำเร็จได้แต่งงานกับสาวมั่งคั่งและฉลาด อันโตนิโยก็คงจะถูกไชล็อกชำระแค้นโดยไม่มีใครช่วยได้เลย

เนื้อเรื่องย่อ
หนุ่มน้อยบัสสานิโยผู้รักความโอ่อ่าหรูหรา เขาใช้ชีวิตแบบไม่บันยะบันยังจนหมดตัว ต้องซมซานมาพบเพื่อนผู้มั่งคั่งของเขาคืออันโตนิโย เขาต้องการยืมเงินเดินทางไปเสี่ยงโชคที่เมืองเบลมอนต์ การเสี่ยงของบัสสานิโยไม่ใช่โชคธรรมดา แต่เป็นการได้แต่งงานกับหญิงสาวผู้มั่งคั่ง และสวยงามเป็นที่เลื่องลือชื่อนางปอร์เธีย ถ้าหากเขาเสี่ยงทายจากหีบสามใบ ได้พบใบที่เก็บข้อความสำคัญว่ายินดีจะให้นางแต่งงานกับเขา บัสสานิโยก็จะมีเงินมาใช้เพื่อน และเผลอๆ อาจจะร่ำรวยมีเงินให้เพื่อนยืมบ้างในอนาคตก็ได้

ฝ่ายอันโตนิโยทั้งๆ ที่ไม่รู้แน่นอนว่า "การไปเสี่ยงโชค" ของเพื่อนนั้นจะประสบความสำเร็จหรือล้มเหลว เขาก็ไม่ปฏิเสธเพื่อนแน่ถ้ามีเงินอยู่ในมือตอนนั้น แต่บังเอิญเขาไม่มีเงินที่จะหยิบยื่นให้เพื่อนได้ในทันที เขาได้ใช้เงินจำนวนมากไปในการลงทุนการค้าทางเรือ และขณะนั้นเรือของเขาก็อยู่ในระหว่างเดินทางอยู่กลางทะเล ทางเดียวที่จะหาเงินมาให้เพื่อนได้ คือต้องไปยืมคนอื่น
คนที่อันโตนิโยไปขอยืมเงินถึง 3,000 ดูกัต (ducats) เป็นเศรษฐียิวชื่อไชล็อค กำหนดใช้ภายในสามเดือน หากไม่สามารถใช้เงินคืนตามกำหนด อันโตนิโยจะต้องถูกตัดเนื้อที่ส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายหนึ่งเปานด์ บัสสานิโยไม่ต้องการให้เพื่อนเสียสละถึงเพียงนั้น เขาจึงห้ามอันโตนิโยไม่ให้ยืมเงินไชล็อค แต่อันโตนิโยไม่ยินยอม เขายืนยันที่จะช่วยเพื่อน เพราะเขาหวังว่าเรือสินค้าของเขา จะกลับมาก่อนเวลากำหนดชดใช้ถึงหนึ่งเดือน เขาเชื่อตนเองว่า จะไม่ต้องเสียท่าพ่อค้ายิวที่เกลียดเขามานานแล้ว
เชคสเปียร์แต่งเรื่องให้ดูอันโตนิโยเป็นคนดีเหลือแสนมาก่อนหน้านี้ เพื่อจะทำให้ผู้อ่านเห็นว่าไชล็อกนั้นเป็นคนไม่ดีเพียงใด นั่นคือขณะที่ไชล็อกเป็นพ่อค้าเงินกู้หน้าเลือด อันโตนิโยกลับไม่ยอมเรียกดอกเบี้ยจากคนมากู้ยืม คนจนพากันแห่ไปยืมเงินอันโตนิโยมากกว่า ทำให้ไชล็อกเสียลูกค้า เขาโกรธมาก และหาหนทางที่จะต้องแก้แค้นอันโตนิโยให้ได้ในวันใดวันหนึ่ง
ฝ่ายบัสสานิโย เมื่อได้เงินก็วางแผนจัดงานเลี้ยงสวมหน้ากาก เพื่อนของเขาชื่อลอเรนโซแนะให้เชิญไชล็อกมาเป็นแขกด้วย เมื่อไชล็อกมาถึงงาน ลอเรนโซก็ถือโอกาสพาลูกสาวไชล็อกชื่อเจสสิกาหนี พร้อมทรัพย์สินเป็นจำนวนมาก ส่วนบัสสานิโยก็แอบเดินทางไปเบลมอนต์ ไชล็อกโกรธมากเมื่อรู้ว่าลูกสาวหนี เขารู้ว่าตนเองถูกหลอกให้เสียทั้งเงิน เสียทั้งลูกสาว และเสียความรื่นเริงบันเทิงใจที่ควรจะได้รับในงานนี้
ก่อนหน้าที่บัสสานิโยจะเดินทางไปพบนางปอร์เธียสาวสวยร่ำรวยคนนั้น ได้มีชายหนุ่มและไม่หนุ่มเดินทางมาเสี่ยงโชค และสู่ขอนางถึง 4 คน ทุกคนต้องปฏิบัติตามพินัยกรรมที่บิดาของนางเขียนไว้ว่า ชายหนุ่มทุกคนต้องเลือกเปิดหีบเงิน ทอง และตะกั่ว หากเปิดได้ถูก คนเปิดก็จะได้แต่งงานกับนาง บรรดาชายหนุ่มที่มาลองเสี่ยงไม่มีผู้ใดเปิดได้ถูก จึงต้องพากันเดินทางกลับไป จนถึงผู้ชายคนที่ 5 เป็นแขกมัวร์ เขาตัดสินใจเลือกหีบทองที่พอเปิดก็เจอแต่หัวกระโหลก กับข้อความเยาะเย้ยถากถาง แขกหนุ่มผิดหวังมาก แต่ก็ยอมสาบานว่าจะไม่บอกใครเรื่องหีบที่เขาเปิดว่ามีอะไร และจะไม่แต่งงานกับสตรีใดตลอดไป คนต่อมาคือเจ้าชายแห่งอะรากอน เจ้าชายเลือกหีบเงิน พอเปิดออกก็พบแต่ข้อความเยาะหยันว่าเจ้าชายเป็นคนโง่เท่านั้นเอง
ฉากตัดกลับมาที่เวนิส ไชล็อกเฝ้ารอเวลาล้างแค้นอันโตนิโย เขาภาวนาให้เรือสินค้าของอันโตนิโยเสียหายกลางทะเล จะได้ไม่มีเงินมาใช้หนี้ ทั้งนี้เพราะไชล็อกไม่ต้องการเงิน แต่ต้องการชีวิตของอันโตนิโย
ครั้นแล้วก็มีข่าวจากเรือสินค้าของเขาเองบางลำ เป็นข่าวไม่ดีนัก แต่ก็ยังโชคดีที่ไม่ได้รับรู้ข่าวร้ายจากลูกสาวว่า เจ้าหล่อนใช้เงินที่ขโมยพ่อไปจนหมด ด้วยการเที่ยวเตร่อย่างสำเริงสำราญกับลอเรนโซสามีหนุ่ม ไชล็อกเสียใจเรื่องเรือของเขา โดยที่ยังไม่รู้ว่าเขาควรจะทำอย่างไร พอดีได้ข่าวตามมาว่า เรือสินค้าของอันโตนิโยทั้งหมดอับปางลงกลางทะเลเช่นเดียวกัน ข่าวนี้ดูจะทำให้ไชล็อกรู้สึกมีความสุขมาก เขารู้สึกว่าเขาโชคดีกว่า เพราะยังมีเรือสินค้าเหลืออยู่จำนวนหนึ่ง
ฝ่ายปอร์เธียกับบัสสานิโยนั้นต่างหลงรักซึ่งกันและกันเมื่อได้พบ ปอร์เธียไม่อาจหวังได้เลยว่า บัสสานิโยจะโชคดีกว่าคนอื่นถ้าเขาเลือกหีบ (นางช่างแสนดีแท้ๆ เพราะถ้าเป็นสตรีอื่น ก็คงจะบอกใบ้ให้พระเอกของเรา เลือกหีบใบที่ถูกต้องเรียบร้อยโรงเรียนปอร์เธียไปแล้ว)

นางปอร์เธียพยายามยืดเวลาการเลือกหีบไปเรื่อยๆ เธออยากจะอยู่กับบัสสานิโยให้นานที่สุดก่อนที่จะจากกันไป ฝ่ายบัสสานิโยกลับไม่อยากรีรอ เขาอยากรู้ผลโดยเร็วที่สุด นางปอร์เธียไม่อาจขัดขวางได้ นางจึงพาบัสสานิโยไปเลือกหีบสามใบ
บัสสานิโยพยายามวิเคราะห์ด้วยปรัชญาว่า สิ่งมีค่าไม่จำเป็นจะต้องหุ้มห่อด้วยของสวยงาม เช่นเงินและทองเสมอไป เขาตัดสินใจเลือกหีบตะกั่ว เมื่อเปิดหีบก็มีภาพของปอร์เธีย แสดงว่าเขาเลือกถูกต้อง ปอร์เธียให้แหวนบัสสานิโย เพื่อใช้เป็นแหวนหมั้น เธอขอให้เขาสวมแหวนตลอดเวลา นางบอกเขาว่าเมื่อใดเขาถอดแหวน เมื่อนั้นก็แสดงว่าเขาไม่รักเธออีกแล้ว เธอก็จะต้องแยกจากเขาไปทันที
ฝ่ายกราติอาโน เพื่อนของบัสสานิโยที่ร่วมเดินทางไปเบลมอนต์ด้วย เกิดหลงรักสาวใช้ของปอร์เธียคือนางเนริสสา เมื่อทราบเรื่องนี้ นางปอร์เธียยินดีมากและวางแผนว่าจะจัดงานแต่งงานพร้อมกัน แต่แล้วทั้งสองคู่ คู่บ่าวสาวก็มีความสุขอยู่ไม่นาน บัสสานิโยได้รับจดหมายจากอันโตนิโย เรื่องเรือสินค้าที่เสียหายทั้งหมด เวลาใช้หนี้ก็มาถึง ไชล็อกต้องการเนื้อจากร่างกายอันโตนิโยเท่านั้น ซึ่งอันโตนิโยบอกเพื่อนรักว่าเขายินดีสละชีวิต แต่ก่อนตายขอให้ได้พบบัสสานิโยสักครั้งหนึ่งก็เพียงพอแล้ว
ปอร์เธียตัดสินใจแต่งงานระหว่างสองคู่ชู้ชื่นทันที การแต่งงานทำให้บัสสานิโยได้เงินสินสอดถึง 6,000 ดูกัต เพื่อนำไปใช้หนี้ไชล็อก เมื่อบัสสานิโยไปแล้ว นางปอร์เธียก็บอกลอเรนโซกับเจสสิกาที่มาถึงเบลมอนต์ว่า เธอกับเนริสสาจะไปวัดนางชีเพื่ออยู่เงียบๆ จนกว่าสามีของทั้งสองจะเดินทางกลับ เธอขอให้สองหนุ่มสาวดูแลบ้านให้
แต่แล้วแทนที่นางปอร์เธียจะไปวัดนางชี เธอกลับเขียนจดหมายถึงคนรับใช้ชื่อเบลธาซาร์ ให้นำจดหมายไปให้ลูกพี่ลูกน้องของเธอ คือดอกเตอร์เบลลาริโย ซึ่งเป็นทนายความที่มีชื่อเสียงของปาดัว เธอขอยืมเอกสารและเสื้อจากเขา และให้เนริสสาแต่งกายเป็นชาย เช่นเดียวกับเธอออกเดินทางไปเวนิส ทั้งสองเดินทางไปยังศาลที่ท่านดุ๊กแห่งเวนิสเป็นประธานตัดสิน การสืบพยานทั้งสองฝ่ายเกือบได้ข้อสรุปเสร็จสิ้นว่า โทษทัณฑ์ของอันโตนิโยจะต้องเป็นไปตามที่สัญญากันไว้ บัสโสนิโยพยายามจะนำเงินทั้งหมด 6,000 ดูกัตส์มาใช้หนี้แทน ฝ่ายท่านดุ๊กก็ช่วยอ้อนวอนให้ไชล็อกปล่อยอันโตนิโย และรับเงินชดใช้ แต่ไชล็อกไม่ยอมเป็นอันขาด เขาต้องการชีวิตของศัตรูคู่แค้นเท่านั้น
ก่อนนาทีวิกฤตของการตัดสินมาถึง นางปอร์เธียซึ่งปลอมตัวเป็นทนายความ และเนริสสาปลอมเป็นเสมียนติดตามก็มาถึง เนริสสาส่งจดหมายจากดอกเตอร์เบลลาริโยให้ท่านดุ๊ก ในจดหมายแจ้งว่าดอกเตอร์ไม่สบายมาก จึงส่งเบลธาซาร์เป็นผู้แทนมาทำหน้าที่แก้ต่างในคดีนี้แทนตัวเขา
ทนายปลอม คือนางปอร์เธียพยายามอ้อนวอนไชล็อกให้ปรานีจำเลย แต่ไชล็อกยืนยันให้ลงโทษด้วยการเฉือนเนื้ออันโตนิโยอย่างเดียว นางจึงตัดสินว่าเมื่อไชล็อกไม่รับเงินคืน อันโตนิโยก็ต้องถูกลงโทษตามที่ไชล็อกต้องการ ทุกคนที่ได้ฟังต่างก็ตกใจมากแต่ไม่รู้จะช่วยได้อย่างไร อันโตนิโยจึงยืดอกรอรับการชำแหละ ซึ่งไชล็อกต้องการชำแหละเนื้อส่วนที่ใกล้หัวใจของศัตรูมากที่สุด ทุกคนประหวั่นพรั่นพรึงมองดูไชล็อกที่เตรียมจรดมีด แต่นางปอร์เธียกลับหันมาตรวจดูสัญญาที่ทำกันไว้ นางประกาศว่า ในสัญญาระบุให้ตัดเนื้อของอันโตนิโยจริง แต่ไม่ได้ตกลงกันว่าจะให้เลือดด้วย ดังนั้นในระหว่างการเฉือนเนื้อของอันโตนิโย ไชล็อกจะมีความผิดทันทีถ้าทำให้อันโตนิโยเลือดไหลออกมาด้วย
ไชล็อกรู้ทันทีว่าเขาเสียเปรียบ จึงยอมตกลงรับเงิน 6,000 ดูกัต แต่ปอร์เธียอ้างว่าไชล็อกประกาศไม่รับเงินนี้แล้ว จะกลับมารับไม่ได้ แถมนางยังกล่าวหาว่าไชล็อกเป็นคนต่างด้าว ที่บังอาจคุกคามพลเมืองเวนิสให้ตกใจเสียขวัญ อันโตนิโยจึงมีสิทธิยึดทรัพย์สินของไชล็อกครึ่งหนึ่งกับที่ดินที่เหลืออยู่ส่วนหนึ่งด้วย

อันโตนิโยปฏิเสธไม่ยอมรับทรัพย์สินของไชล็อก เขาเสนอให้ทรัพย์สินครึ่งหนึ่งของไชล็อกตกเป็นของเจสสิกาและลอเรนโซ ให้ไชล็อกเก็บส่วนที่เหลือไว้ได้ แต่ต้องทำพินัยกรรมยกทรัพย์สินที่เหลือนั้น ให้บุตรสาวและบุตรเขยเมื่อเขาเสียชีวิต และต้องยินยอมเปลี่ยนศาสนาด้วย
ไชล็อกยอมตกลงทุกอย่าง ฝ่ายปอร์เธียก็ถูกบังคับให้รับสิ่งตอบแทนจากการว่าความครั้งนี้ นางปอร์เธียจึงขอเพียงถุงมือจากอันโตนิโยกับแหวนที่เธอให้บัสสานิโยไว้ ฝ่ายเนริสสาก็ขอแหวนของกราติอาโน ครั้นแล้วทั้งสองก็เดินทางกลับเบลมอนต์ รอคอยการกลับบ้านของสามี
ปอร์เธียกับเนริสสามาถึงบ้านก่อนบัสสานิโยกับกราติอาโนเล็กน้อย อันโตนิโยตามมาด้วย ปอร์เธียแกล้งทำเป็นสังเกตเห็นแหวนของสามีหายไป นางกล่าวหาว่าทั้งบัสสานิโยกับลอเรนโซไม่ซื่อสัตย์ต่อภรรยา บัสสานิโยกับลอเรนโซหมดหนทางโต้แย้ง เพราะทั้งนางปอร์เธีย และนางเนริสสาไม่พอใจที่สามีไม่รักษาสัญญาที่ให้ไว้ต่อกัน ว่าจะไม่ถอดแหวนออกจากนิ้วเป็นอันขาด แต่ต่อมาความลับก็ถูกเปิดเผย เมื่อดอกเตอร์เบลลาริโยส่งจดหมายมา เจสสิกากับลอเรนโซได้รับข่าวดีเรื่องที่ทั้งสองเป็นทายาทตามพินัยกรรม อันโตนิโยก็ได้รับข่าวดีว่าเรือสินค้าบางลำของเขาแล่นมาเทียบท่าได้

ข้อคิดจากนิยายเรื่องนี้

เรื่องนี้สอนให้รู้ว่าคนที่คิดทำร้ายคนอื่น และคิดว่าตนเองฉลาดไม่มีใครสู้ อาจมีโอกาสเป็นฝ่ายพ่ายแพ้บ้างเมื่อมีคนฉลาดกว่า นอกจากนี้ก็แสดงถึงความรักระหว่างเพื่อน ระหว่างคู่รักและการเสียสละเพื่อกัน และกันทำให้เรื่องร้ายผ่อนคลายลงได้


ห้องสนทนา เม้าท์ระเบิด : โลกกับธรรม : English Corner : ข่าวประชาสัมพันธ์ : BKK Blog : Work at Home
เกมส์ Photo Hunt : Jigsaw : Hang Man : Tetris : Slider : จับคู่
BKK Mobile Picture Message : Logo : Mini Logo : Screen Saver : Text SMS : Color Picture Message : Wallpaper
รักและคิดถึง พบเพื่อนใหม่ : E-Cards : กลอนแทนใจ : ศาลาพักใจ : เยาวชนคนดี
สารพันบันเทิง ดูหนัง ฟังเพลง : ซอกแซกผ่านจอ : มุมฟุตบอล : เสี่ยงเซียมซี : ดวงดาวโคจร ออนไลน์ : Wallpaper : บันเทิง-เริงใจ : ซุบซิบดารา
สารพัดความรู้ เสวนาธุรกิจ : บัญชีทีเบรค : กระดูกและข้อ
ภาษาพาเพลิน Everyday English : Did you know? : E-Dialog : รู้จักญี่ปุ่น
ห้องสมุด BKK Business Letter : Song of the Week : พี่เลี้ยงภาษาอังกฤษ : เพลินภาษาน่ารู้ :E-Diary :
ศัพท์ทันโลก : สืบสายนิยายดัง : Alphabetize : SEX : วัยรุ่น วัยดึก : นางาซากิ: นานานก :
ชีวิตหลากสี : ยายวันวาน : พาชิมริมครัว : IT Audit : Chic & Trendy : Indy Zone :
เกร็ดความรู้ไอที : Star Corner : New York! New York!
BKK Center Hot Links : เบอร์โทรศัพท์ฉับไว : About us : ติดต่อ BKKonline