
โรมีโอกลับบ้านวันนั้นด้วยความหลงใหลจูเลียต
เขาลักลอบไปที่บ้านของเธอ และไปยืนอยู่ใต้ต้นไม้ใกล้หน้าต่างห้องนอนของจูเลียต
เขาต้องประหลาดใจที่เห็นจูเลียตออกมายืนที่ระเบียง
ฝ่ายจูเลียตคิดว่าเธอคิดว่าเธออยู่ที่นั่นตามลำพัง เธอจึงรำพึงดังๆ
ว่าไม่อยากให้โรมีโอเป็นพวกมอนตากิว เมื่อได้ยินดังนั้น
โรมีโอไม่อาจอยู่นิ่งได้ เขาปรากฎตัวให้เธอเห็น
จูเลียตเขินอายในตอนแรกแต่ต่อมาก็กลับยินดีที่ได้พบชายที่เธอเองก็หลงรัก
ทั้งสองสารภาพรักซึ่งกัน และกัน ทั้งยังหวังไกลต่อไปถึงขั้นที่จะได้แต่งงานกันในวันรุ่งขึ้น
โรมีโอดีใจมาก เขารีบไปหาหลวงพ่อที่วัดเพื่อให้ท่านช่วยทำพิธีให้
ฝ่ายบาทหลวงเมื่อรู้เรื่องความรักของคนทั้งสองก็คิดในแง่ดีว่า
การที่ทั้งสองรักกัน และจะแต่งงานกันอาจเป็นผลให้สองตระกูลคืนดีกันก็ได้
ท่านจึงตกลงที่จะช่วยจัดการแต่งงานให้สองหนุ่มสาว
|
ในตอนเช้าวันรุ่งขึ้น โรมีโอกับเพื่อนสองคนคือ Mercutio กับ Benvolio
ก็ได้รับข่าวจากพี่เลี้ยงของจูเลียตว่าทุกอย่างพร้อมแล้ว
จูเลียตจะมาร่วมพิธีแต่งงานแล้วจะรีบกลับบ้านทันทีที่พิธีเสร็จ
เพื่อให้บาทหลวงมีเวลาประกาศการแต่งงานของทั้งสองให้ทุกคนได้รับรู้ก่อน
เพราะถ้าทั้งสองแต่งงานกันตามพิธีการทุกอย่าง
แล้วบิดามารดาของทั้งสองฝ่ายก็จะไม่สามารถคัดค้านได้
โรมีโอยังฝากมานัดแนะจูเลียตด้วยว่า เขาจะไปพบเธอคืนนี้ |
 |
ในเช้าวันแต่งงานนั้นเอง เพื่อนของโรมีโอเดินมาตามถนน
เขาได้พบกับไทบอลท์โดยบังเอิญ
ไทบอลท์ยั่วโทสะเมอคิวติโอจนเขาเดือดดาลเลยเกิดการประลองกำลังกัน
ฝ่ายโรมีโอกลับจากงานแต่งงานจึงพยายามพูดให้ทั้งสองฝ่ายยุติความขัดแย้งกันแต่โดยดี
ไทบอล์กลับด่าว่าโรมีโออย่างหยาบคายจนเมอคิวติโอทนไม่ได้
เขาชักดาบออกมาทำท่าจะสังหารไทบอลท์
แต่ไทบอลท์นั้นเป็นนักดาบที่มีฝีมือดีที่สุด ดังนั้น
แทนที่เมอคิวติโอจะเป็นฝ่ายสังหารไทบอลท์ ไทบอลท์กลับแทงเมอคิวติโอตาย
โรมีโอไม่สามารถนิ่งเฉยได้อีกต่อไป เขาเข้าต่อสู้กับไทบอลท์ และฆ่าไทบอลท์ตายบ้าง
ผู้คนที่เห็นเหตุการณ์พากันเข้ามามุงดู โรมีโอจึงต้องหนีออกจากเมืองเวโรนา
โรมีโอต้องพยายามหลบหนีตำรวจโทษฐานฆ่าคนตายไปที่วัดของหลวงพ่อ
หลวงพ่อแนะนำให้โรมีโอพาจูเลียตหนีไปอยู่ที่อื่นก่อน
เพราะหลวงพ่อยังจะต้องใช้เวลาในการกระจายข่าวการแต่งงานของทั้งสองคนให้เป็นที่รู้กันทั่วไปก่อน
โรมีโอเชื่อคำแนะนำนี้ เขาจึงเตรียมไปพบจูเลียตในตอนกลางคืน
เพื่อนัดแนะพาเธอหนีไปในตอนเช้าวันรุ่งขึ้น
ฝ่ายบิดาของจูเลียตตกลงใจให้จูเลียตแต่งงาน
เขาไม่รู้เรื่องของลูกสาวกับโรมีโอ
จึงเตรียมการแต่งงานลูกสาวกับชายหนุ่มรูปหล่อชื่อ Paris
เมื่อบิดาบอกเรื่องนี้ให้ทราบ
จูเลียตตกใจมากแต่ก็ไม่สามารถบอกได้ว่าเธอแต่งงานแล้วกับโรมีโอ ที่บัดนี้กลายเป็นผู้ร้ายฆ่าไทบอลท์
เธอเกรงว่าสามีของเธอคือ โรมีโอจะต้องถูกตามล่าหนักขึ้น
และอาจจะถูกสังหารโดยฝ่ายครอบครัวของเธอ
จูเลียตจึงเพียงแต่พยายามปฎิเสธการแต่งงานระหว่างเธอกับปารีส
เมื่อบิดาไม่ยินยอม จูเลียตจึงต้องวิ่งไปพบบาทหลวงขอให้ช่วยหาทางออกให้
บาทหลวงจึงให้น้ำยาชนิดหนึ่งแก่เธอ
ท่านสั่งให้เธอดื่มในคืนก่อนแต่งงาน
ยานี้จะทำให้เธอตายไปเพียงชั่วสองสามวันแล้วจะฟื้นขึ้นมาได้ใหม่
ถึงตอนนั้น ร่างของเธอก็ถูกนำไปเก็บที่สุสานของตระกูล
ส่วนหลวงพ่อก็จะไปตามโรมีโอมารับเธอเมื่อเธอฟื้นขึ้นใหม่
หากแผนการณ์นี้สำเร็จทั้งสองก็จะเป็นอิสระ
และหนีไปใช้ชีวิตใหม่ที่เมืองอื่น จูเลียตยอมรับแผนการณ์นี้
เธอกลับบ้านไปพบปารีส และบอกเขาว่าเธอพร้อมที่จะแต่งงานด้วย
ครอบครัวคาปูเลทเตรียมงานแต่งงานเป็นการยิ่งใหญ่
ทั้งหมดไม่รู้เลยว่าแทนที่งานแต่งงานจะลุล่วงนั้น
ทุกคนกลับต้องไปงานศพของจูเลียตแทน
ทั้งนี้เพราะจูเลียตได้ดื่มยาพิษที่บาทหลวงให้ในคืนก่อนแต่งงานนั่นเอง
เธอนอนทอดร่างเหมือนคนตายไปจริงๆ
ดังนั้นครอบครัวของเธอจึงนำร่างของเธอไปเก็บไว้ที่สุสานของตระกูลด้วยความโศกเศร้า
บาทหลวงรีบเขียนจดหมายไปถึงโรมีโอที่เมือง Mantua
บอกเล่าแผนการณ์ที่ทั้งสองจะได้มีโอกาสหนีไปอยู่ด้วยกัน
แต่ปรากฎว่าจดหมายของท่านบาทหลวงไปถึงโรมีโอช้าไป
โรมีโอได้ทราบข่าวการตายของจูเลียตก่อน
เขาตัดสินใจเดินทางไปเมืองเวโรนาทันทีเพื่อกล่าวคำลาเธอเป็นครั้งสุดท้าย
นอกจากนี้เขายังเตรียมยาพิษไปดื่มเพื่อฆ่าตัวตายเคียงข้างเธอด้วย
โรมีโอมาถึงหลุมศพในตอนกลางคืน
เขาได้พบหนุ่มน้อยปารีสที่มาร้องไห้คร่ำครวญอยู่กับศพเจ้าสาวของตน
เขาคิดว่าโรมีโอเป็นคนที่จะมาขโมยศพจึงชักดาบออกมา
ฝ่ายโรมีโอก็คิดว่าปารีสเป็นพวกคาปูเลทที่เกลียดชังเขา
จึงฆ่าชายหนุ่มเสีย ทว่าเมื่อจุดตะเกียงขึ้น จึงรู้ว่าเป็นปารีสชายหนุ่มเคราะก์ร้าย
เขาสงสารปารีสผู้หลงรักจูเลียตจึงช่วยลากศพชายหนุ่มไปนอนข้างศพจูเลียตด้วย
ส่วนตัวเขาเองก็ตัดสินใจดื่มยาพิษที่นำมาด้วยจนได้ตายข้างศพจูเลียตสมความตั้งใจ
ฝ่ายบาทหลวงเห็นว่าใกล้เวลาที่จูเลียตจะฟื้นแล้ว
ท่านตกใจมากเมื่อรู้ว่าโรมีโอไม่ได้รับจดหมายของท่าน
ท่านจึงตัดสินใจจะไปบอกจูเลียตเรื่องนี้ เมื่อมาถึงหลุมศพ
ท่านก็พบโรมีโอตายแล้ว ส่วนจูเลียตที่ตื่นขึ้น
และถามหาสามี เธอเห็นศพชายหนุ่มยังคงถือถ้วยยาพิษอยู่ในมือ
เธอเดาได้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น
เธอจึงพยายามจูบชายหนุ่มเพื่อเลียเอายาพิษที่ริมฝีปากของเขาแต่ยาพิษไม่มากพอที่จะทำให้จายได้
เธอจึงดึงกริชของเขาออกมา และแทงตัวเอง
ทันใดนั้น สัปเหร่อเห็นทั้งสามศพนอนเรียงกันอยู่
เขารู้สึกประหลาดใจมาก และรีบนำข่าวไปบอกทุกๆ คน
ทั้งตระกูลมอนตากิวกับคาปูเลทพากันมาที่หลุมศพ
บาทหลวงจึงเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้ทุกคนฟัง
ทุกคนพากันเศร้าสลด และสงสารในชะตากรรมของคนทั้งสองรวมทั้งปารีสด้วย
ทั้งสองตระกูลจึงตั้งสัตย์สาบานต่อกันต่อหน้าศพของทั้งสองหนุ่มสาวที่จะยุติความขัดแย้งระหว่างกันเสียที |