
ทั้งสองเดินทางไปดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์ที่อิตาลี
และตอนใต้ของฝรั่งเศส ก่อนที่จะเดินทางกลับคฤหาสน์มันเดอร์เลย์
ในวันหนึ่ง นางเดอ วินเธอร์คนใหม่รู้สึกเกรงมากว่าเธอจะไม่สามารถดูแลคฤหาสน์หลังนี้ได้
เธอดูเหมือนว่าตัวเธอเองจะถูกย่อลงจนเหลือกระจ้อยร่อย
เมื่อคนรับใช้ทั้งหมดถูกนำมาแนะนำให้รู้จักนายหญิงคนใหม่
แม่บ้านคนหนึ่งคือนาง Danvers เป็นหนึ่งในจำนวนนั้น
นางแสดงตัวตลอดเวลาว่านางมีความจงรักภักดีต่อนายหญิงคนเก่ามากเพียงใด
และจะไม่มีวันที่ยอมรับคนที่จะมาแทนที่นายหญิงของเธอได้เป็นอันขาด
ต่อมา นางเดอวินเธอร์คนใหม่ก็ค่อยๆ
ได้รับรู้เรื่องราวของรีเบคกานายหญิงคนเก่าทีละน้อย
เรื่องราวดูจะค่อยๆ ถูกปะติดปะต่อชัดเจนขึ้นทีละน้อยๆ
จนเธอต้องยอมรับว่ารีเบคกาจะต้องเป็นหญิงสาวสวยที่มีคุณสมบัติเลอเลิศอย่างไม่มีผู้ใดเทียบได้
เธอจะต้องเป็นคนที่มีชีวิตชีวา และมีเสน่ห์
จนเมื่อเธอเริ่มคุ้นเคยกับบรรดาญาติ และเพื่อนของนายเดอ วินเทอร์
ทุกคนดูจะยิ่งช่วยกันตอกย้ำให้เห็นว่า
นายหญิงคนใหม่นั้นไม่สามารถเทียบเคียงกับรีเบคกาได้เลย
|
 |
วันหนึ่ง หญิงสาวได้เดินไปที่ห้องเดิมของรีเบคกา
ทุกสิ่งทุกอย่างในห้องถูกจัดให้อยู่ในสภาพเหมือนเมื่อรีเบคกายังมีชีวิตอยู่
ก่อนที่จะหลงเรือไป และเสียชีวิตในที่สุด ทันใดนั้น
นางแดนเวิร์สก็ปรากฎตัวขึ้น
และบังคับให้หญิงสาวเดินไปดูที่ตู้เสื้อผ้าของรีเบคกา
รวมทั้งให้ดูข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ของรีเบคกาด้วย
นางเกือบจะหาทางทำร้ายนายหญิงคนใหม่ได้สำเร็จด้วยซ้ำไป
หากไม่มีคนเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน |
วันหนึ่ง ภริยาของท่านบิชอปเสนอให้จัดงานเลี้ยงที่บ้านเหมือนที่เคยทำ
นางเดอ วินเธอร์คนใหม่ประกาศที่จะทำให้ทุกคนแปลกใจในเครื่องแต่งกายของเธอ
นางแดนเวิร์สเสนอให้เธอแต่งตัวเหมือนหญิงสาวในภาพวาดที่แขวนไว้ในห้องโถงของคฤหาสน์
แต่เมื่อหญิวสาวปรากฎตัวในชุดดังกล่าว ทุกคนที่อยู่ที่ห้องโถงพากันตกตะลึง
นายเดอ วินเทอร์นั้นถึงกับหันหลังกลับ และเดินจากไปด้วยอาการโกรธจัด
หญิงสาวชักฉงนในความผิดปกตินั้น
เธอกลับมาที่ห้อง มี Beatrice น้องสาวของเดอ วินเทอร์ตามมา
นางอธิบายว่าทุกคนตกใจเพราะรีเบคกาได้ใส่เสื้อแบบเดียวกันนี้ในงานแฟนซีครั้งที่ผ่านมา
หญิงสาวจึงออกไปปรากฎตัวที่ห้องโถงอีกครั้งในชุดเรียบๆ
ธรรมดา นายเดอ วิทเทอร์ไม่ยอมพูดกับเธอเลยตลอดงานทำให้หญิงสาวเข้าใจว่า
เป็นเพราะนายเดอ วินเทอร์ยังไม่ลืมรีเบคกานั้นเอง
ความบาดหมางระหว่างสองสามีภรรยาคงจะดำเนินต่อไป
พอดีในวันต่อมาได้มีเรือกลไฟเกิดแล่นมาเสียที่อ่าวใกล้กับคฤหาสน์แมนเดอเลย์
นายช่างประจำเรือจึงลงไปตรวจแก้เครื่องใต้ท้องเรือ
แต่แล้วเขากลับพบเรือของรีเบคกากับโครงกระดูกมนุษย์
นายเดอ วินเทอร์ถูกตามไปดูข้าวของ
และโครงกระดูกที่ติดอยู่ในเรือนั้นว่าเป็นของรีเบคกาใช่ หรือไม่
เมื่อไม่สามารถเก็บไว้เป็นความลับได้ต่อไป
นายเดอ วินเทอร์จึงเล่าเรื่องทั้งหมดให้ภริยาคนใหม่ฟังว่า
ที่ผ่านมานั้น ใครๆ ก็นึกว่าเขามีชีวิตวิวาห์ที่มีความสุข
แต่แท้จริงแล้วรีเบคกาเป็นหญิงที่ไม่เคยสงบสุข และมากรัก
นายเดอ วินเทอร์ต้องการที่จะหย่าขาดจากเธอแต่ก็ไม่ต้องการให้คนอื่นทราบเรื่อง
นายเดอ วินเทอร์จึงต้องยอมให้รีเบคกายังคงมีฐานะเป็นนายหญิงของคฤหาสน์ต่อไป
และเธอยังขอเดินทางไปลอนดอนบ่อยครั้งเพื่อทำธุระส่วนตัวคือ
การพบปะเพื่อนฝูงที่นั่น เธอเดินทางไปโน่นมานี่เพื่อสนุกสนานเฮฮากับเพื่อนฝูงมากหน้าหลายตาบ่อยครั้ง
จนในที่สุดก็ถึงกับพากันมาที่โบทเฮาส์ รีเบคกาเริ่มคุกคามนาย Frank Crawley
ผู้จัดการทรัพย์สินของแมนเดอเลย์ และ Giles
น้องเขยของนายเดอ วินเทอร์ นอกจากนี้ยังเริ่มมีเสียงนินทาเมื่อแฟรงค์
และคนอื่นๆ ได้เห็นญาติของรีเบคกาคือ Jack Fawell
มาอยู่ที่โบทเฮาส์สองต่อสองกับรีเบคกา นายเดอ วินเทอร์
ต้องการหย่าขาดอย่างเป็นทางการ แต่รีเบคกากลับท้าทายว่าไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่
นายเดอ วินเทอร์จะหาข้ออ้างกระทำอย่างนั้นได้
เธอเยาะเย้ยให้เขาเจ็บใจด้วยว่า ถ้าเธอเกิดท้องขึ้นมากับนายฟาเวลล์
ลูกชายของเธอก็มีสิทธิ์เป็นเจ้าของคฤหาสน์แมนเดอเลย์ด้วย
เธอย้ำให้เขาเจ็บใจด้วยว่า เธอจะเป็นแม่ที่ (ไม่)
ดีของลูกเหมือนกับที่เธอเป็นเมียที่ (ไม่) ดีของสามีในขณะนี้นั่นแหละ
นายเดอ วินเทอร์โกรธจัด และใช้ปืนยิงเธอ
ฝ่ายรีเบคกาก็ยิ้มอย่างไม่สะทกทะท้านเหมือนจะสมหวังในแผนการณ์อย่างใดอย่างหนึ่ง
รอยยิ้มยังคงปรากฎบนใบหน้าของเธอ เมื่อนายเดอ วินเทอร์นำศพของเธอใส่เรือ
และพายออกจากฝั่ง เขาเจาะรูให้เรือรั่วจมลง ส่วนตัวเขาเองลงเรือกรรเชียงอีกลำหนึ่งกลับเข้าฝั่ง
นางเดอ วินเทอร์คนใหม่รู้สึกตระหนกเมื่อได้รับฟังเรื่องจริงทั้งหมดจากปากของสามี
แต่เธอก็มีความสุขที่ได้รู้ความจริงว่าสามีรักเธอ
และไม่เคยรักรีเบคกา เธอกลับเป็นหญิงสาวที่มาดมั่น เข้มแข็ง
และสัญญากับเขาว่า เธอจะไม่มีวันแพร่งพรายเรื่องต่างๆ ให้ผู้ใดล่วงรู้เป็นอันขาด
ฝ่ายตำรวจที่มาไต่สวนเมื่อมีการพบร่างรีเบคกา
ได้ตัดสินว่าเรือไม่ได้จมลงเพราะกระแสลมอย่างแน่นอน
แต่รูรั่วกับประตูที่เปิดอยู่ก็แสดงว่าผู้ตายน่าจะเป็นคนทำอัตนิวิบาตกรรมเอง
อย่างไรก็ตาม เรื่องไม่ได้ยุติลงในทันที
เพราะนายแจ็ค ฟาเวลล์ผู้ดื่มเหล้าจนเมามายได้เดินทางมาที่คฤหาสน์แมนเดอเลย์
เขารำพันถึงความรักที่มีต่อรีเบคกา
และขู่กรรโชกนายเดอ วินเทอร์ว่าเขาจะเปิดเผยเรื่องที่นายเดอ วินเทอร์เป็นคนฆ่ารีเบคกา
เพราะนายเดอ วินเทอร์รู้เรื่องที่รีเบคกาต้องการหย่าขาดกับเขาเพื่อมาแต่งงานกับนายฟาเวลล์
เรื่องทำท่าจะยุ่งยาก
แต่ก็เคราะห์ดีที่มีการเปิดเผยบันทึกการรักษาพยาบาลของรีเบคกาที่ไปรักษาตัวกับหมอ Baker
ที่ลอนดอนในวันที่เธอเสียชีวิต
ทุกคนจึงพากันไปพบหมอเบเกอร์ที่ลอนดอน
ปรากฎในบันทึกของหมอเรื่องการรักษาพยาบาลนางแดนเวิร์สในวันนั้น
ซึ่งทุกคนเข้าใจทันที่ว่ารีเบคกามารักษาตัวโดยใช้ชื่อแม่บ้าน
หมอเบเกอร์เปิดเผยว่ารีเบคกาเป็นโรคร้ายแรงระยะสุดท้าย
จึงน่าจะเป็นแรงจูงใจให้รีเบคกาคิดฆ่าตัวตาย
แต่เธอก็ต้องการทรมานสามีหลังจากที่เธอตายไปแล้ว
ให้ต้องรับโทษเพราะเป็นฆาตกรสังหารเธอ
ทุกคนรู้สึกตกใจในแผนการณ์ของรีเบคกา
แต่ก็โล่งใจที่ทุกสิ่งทุกอย่างที่อืมครืมจะได้ยุติลงเสียที
ระหว่างเดินทางกลับบ้าน ทั้งหมดได้แวะรับประทานอาหารที่โรงแรมแห่งหนึ่ง
นายเดอ วินเทอร์โทรศัพท์กลับมาที่คฤหาสน์
ทำให้ทราบเรื่องจากแฟรงค์ว่านางแดนเวิร์สหายไปจากบ้าน
ทั้งหมดเดินทางกลับมาใกล้จะถึงบ้านในตอนตีสอง
นางเดอ วินเทอร์นอนหลับอยู่ เธอมองเห็นแสงไฟสว่างจ้า
จนเธอนึกว่าถึงเวลาเช้าแล้ว แต่กลับกลายเป็นว่าแท้จริงแสงไฟรั้นคือ
ไฟที่กำลังเผาผลาญคฤหาสน์แมนเดอเลย์
ทุกคนเดาว่าจะต้องเป็นฝีมือนางแดนเวิร์สอย่างไม่มีปัญหา |