Robinson Crusoe
๒๒ พ.ค. ๔๔
อัธยา โกมลกาญจน

ผู้แต่งนวนิยายเรื่องนี้คือ Daniel Defoe (1661-1731) เป็นผู้มีประสบการณ์ในหลายอาชีพตั้งแต่การเป็นนักเขียนนวนิยาย เป็นนักหนังสือพิมพ์ และเป็นนักเดินทางที่มีความคุ้นเคยกับการท่องเที่ยวไปในดินแดนต่างๆ มากมาย และในที่สุดคือการเป็นนักคิดที่มักจะมีจินตนาการหลากหลาย จึงทำให้เขาสามารถเขียนหนังสือประเภทต่างๆ รวมกันประมาณ 400 เล่ม ที่เหลือก็มีบทความ และบทวิจารณ์สั้นๆ อีกจำนวนหนึ่ง
เดอโฟ ได้รับการฝึกฝนเบื้องต้นเพื่อเตรียมตัวเป็นพระในนิกายเพรสไบทีเรียน แต่ต่อมาเขากลับเปลี่ยนใจไปเป็นนักธุรกิจที่มีโอกาสเดินทางไปยังยุโรปตะวันตกหลายครั้ง เขามีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมทางการเมืองกับฝ่ายต่อต้านพระเจ้าเจมส์ที่สอง กษัตริย์คาทอลิกแห่งอังกฤษ ซึ่งการเข้าไปยุ่งกับการเมืองครั้งนั้นก็ทำให้ไม่มีเวลาในงานธุรกิจ เขาต้องกลายเป็นบุคคลล้มละลาย แต่ต่อมาก็ตัดสินใจกลับไปเกี่ยวข้องกับงานการเมืองอีกครั้งใน ค.ศ.1695 เขาเริ่มแต่งหนังสือ เช่น Essay on Projects (1695), The True-born Englishman (1701) และThe Shortest Way with the Dissenters ควบคู่ไปกับการเขียนบทวิจารณ์การเมือง ที่เป็นเหตุให้ต้องถูกจับเมื่อไปเขียนบทความโจมตีศาสนาใน ค.ศ.1703 โชคดีที่ความเป็นนักเขียนทำให้คนรู้จักเขาอยู่บ้าง มีคนช่วยให้เขาได้รับการปลดปล่อยโดยมีเงื่อนไขว่า ต่อไปเขาจะต้องเขียนบทความสนับสนุนรัฐบาลเท่านั้น
เดอโฟคงจะหมกมุ่นกับงานการเมือง และงานเขียนมากเกินไป จึงมีผลให้ธุรกิจของเขาล้มละลายอีกครั้งหนึ่ง เขาต้องหันมาจับงานหนังสือพิมพ์เต็มตัว และลงมือเขียนเรื่องซึ่งในการตีพิมพ์ครั้งแรกใช้ชื่อยาวเหยียดว่า The Life And Strange Surprising Adventures of Robinson Crusoe   เป็น "adventure romance"  กำหนดพล็อตเรื่องระหว่าง   ค.ศ.1651-1705 ที่เกาะบริเวณชายฝั่งอเมริกาใต้ และในทะเลหลายแห่ง ตีพิมพ์ครั้งแรกใน ค.ศ.1719 นวนิยายเรื่องนี้ได้รับความนิยมอย่างมากในสมัยนั้นจนมาถึงในสมัยปัจจุบัน ความนิยมก็ยังไม่ลดลง
มีข้อสังเกตจากการตีพิมพ์ครั้งแรกว่า ผู้แต่งให้รายละเอียดการดำรงชีวิตในแต่ละวันของโรบินสัน ครูโซมากเกินไปจนทำให้ผู้อ่านเกิดเบื่อหน่าย เพราะการเอ่ยซ้ำๆ ถึงภารกิจประจำวัน เช่น การที่คนตื่นมาแล้วต้องอาบน้ำ แปรงฟัน หุงหาอาหาร ฯลฯ คนอ่านก็จะดูว่าไม่มีอะไรน่าสนใจ ในที่สุดผู้แต่งจึงต้องพยายามหาเรื่องอื่นมาเล่าแทรกไว้ หรือทำให้ดูเหมือนมีการเกิดเหตุการณ์ และพฤติกรรมใหม่ๆ ขึ้นมา เมื่อเรื่องราวไม่ดูซ้ำซากจำเจ คนอ่านก็จะให้ความสนใจได้ว่าจะเกิดอะไรบ้างกับตัวเอกของเรื่องในแต่ละวัน ความน่าอ่านของหนังสือเล่มนี้จึงทำให้ได้รับการจัดอันดับความสำคัญทางวรรณกรรมไว้เป็นอันดับต้นๆ ในเวลาต่อมา


เนื้อเรื่องย่อ
โรบินสัน ครูโซเป็นลูกชายของคนชั้นกลางชาวอังกฤษ บิดาของโรบินสันต้องการให้บุตรชายทำธุรกิจอย่างใดอย่างหนึ่ง และมีชีวิตอย่างสงบ แต่โรบินสันกลับฝันอยากไปเที่ยวทะเลมากกว่าจะยอมจำกัดตัวอยู่แต่ในบ้าน ดังนั้น ในเวลาต่อมา โรบินสันจึงตัดสินใจหนีพ่อออกเรือไปในทะเลเป็นครั้งแรก เคราะห์ร้ายที่ เรือของเขาต้องเผชิญพายุใหญ่ และในระหว่างความเป็นความตายนั้น โรบินสันกลัวมากถึงกับสาบานกับตนเองว่า ถ้าได้มีโอกาสเหยียบแผ่นดินอีกครั้งหนึ่ง เขาจะไม่มีวันเดินทางออกทะเลอีกต่อไป
แต่จะเป็นด้วยโชค หรือว่าพระเจ้าต้องการจะพิสูจน์ว่า โรบินสันจะสามารถเลิกละความต้องการเดินทางทางทะเลได้ หรือไม่ในอนาคตก็ตาม ในที่สุดโรบินสันก็เดินทางมาขึ้นบกได้ เขาสามารถกลับมายืนบนพื้นดินได้อีกอย่างที่หวัง เขาได้ "เหยียบแผ่นดิน" นานจนนานเข้า ความรู้สึกหวาดกลัวความโหดร้ายของทะเลก็กลับค่อยๆ เลือนหายไป เขาต้องการกลับไปเดินเรืออีก ทั้งๆ ที่คราวนี้เขาต้องหลอกตัวเองว่าเขาไม่ได้ต้องการเพียงไปเที่ยวทะเล เพราะความอยากเท่านั้น แต่เขาจะต้องไปเพื่อทำการค้าที่แอฟริกา
คราวนี้ทะเลก็กลายเป็นเครื่องทดลองเคราะห์กรรมของโรบินสัน ครูโซอีก เมื่อเรือของเขาถูกโจรสลัดเติร์กจับ โรบินสันถูกจับตัวไปที่ท่าเรือของพวกมัวร์ และถูกขายเป็นทาส เขาต้องถูกทารุณกรรมอย่างแสนสาหัส จนต้องพยายามตะเกียกตะกายหาทางลงเรือลำเล็กๆ หนีไปจนได้ เขาได้รับความช่วยเหลือจากนักเดินเรือชาวปอร์ตุเกสเดินทางไปถึงบราซิล และเมื่อไปถึงที่นั่น เขาก็ตัดสินใจซื้อที่ดินผืนหนึ่งเพื่อประกอบอาชีพเกษตรกรรม เขาบอกกับตัวเองอีกครั้งว่าจะปักหลักบนพื้นดินไม่ดิ้นรนเดินทางทางเรือไปไหนอีกแล้ว

แต่เพราะโชคเคราะห์หรือเพราะความต้องการอย่างลึกๆ ของโรบินสันก็ได้ทั้งสองอย่าง ทำให้โรบินสันไม่สามารถอยู่บนบกได้นานนัก เขาได้พบเกษตรกรชาวอังกฤษคนหนึ่งที่กำลังจะลงเรือค้าทาสไปแอฟริกา เรื่องนี้ทำให้โรบินสัน ครูโซลืมความคิดที่จะไม่ออกจากผืนดิน และกลับอยากเดินทางออกทะเลอีก เขานึกไม่ถึงเลยว่า การออกทะเลครั้งนี้เป็นการเดินทางที่ทำให้เขาต้องเผชิญเคราะห์กรรมครั้งใหญ่ในชีวิต เมื่อเรือของเขาเกิดต้องเผชิญพายุ และเสียหายอย่างหนักที่ชายฝั่งอเมริกาใต้ คนเรือตายหมดเหลือแต่เขาเพียงคนเดียว คลื่นซัดเขามาติดที่ชายหาดไร้ผู้คน โชคดีที่ยังไม่ต้องเผชิญหน้ากับสัตว์ป่าชนิดใดๆ แต่เขาก็ต้องดิ้นรนทำอย่างใดอย่างหนึ่งที่จะเอาตัวรอดบนเกาะนั้นให้ได้ เขาเริ่มด้วยการสร้างที่พักอย่างง่ายๆ และขนบรรดาสิ่งจำเป็นในการดำรงชีวิต เช่น อาวุธ อาหาร และเครื่องนุ่งห่มจากเรือที่แตกกลับเข้าฝั่ง
โรบินสัน ครูโซเริ่มต้นสร้างที่อยู่โดยใช้ผ้าใบเรือขึงที่ริมหน้าผาเล็กๆ ใช้ไม้ท่อนยาวๆ ฝังเป็นเสาเสี้ยมปลาย มีบรรไดใช้พาดปีนขึ้นไปบนเพิงพัก เมื่อขึ้นไปได้แล้วก็ชักบรรไดขึ้นไปเก็บได้ นับว่าทำให้มีความปลอดภัยในระดับหนึ่ง เขามีสัมภาระมากพอสมควรรวมทั้งดินปืน และอาหารที่จำเป็นในเบื้องต้นก่อนที่จะต้องคิดหาอาหารด้วยวิธีอื่นอีกในเวลาต่อไป
โรบินสันเดินกลับไปค้นข้าวของที่ซากเรือหลายเที่ยว เขาพยายามค้นหาสิ่งที่เป็นประโยชน์ เช่น หมึก และกระดาษที่จะทำให้เขาสามารถบันทึกเหตุการณ์ประจำวันได้ นอกจากนี้ยังมีมีด ไม้ และวัสดุอื่นๆ อีกหลายอย่างที่นำมาใช้สร้างที่อยู่ถาวร คือการขยายลึกเข้าไปในถ้ำ ทำโต๊ะ และเก้าอี้ที่สามารถใช้นั่งเขียนหนังสือได้ แสวงหาอาหารประจำวันคิอการจับไก่ป่า และสัตว์เล็กๆ ในบริเวณนั้นกับอาศัยน้ำพุเล็กๆ หลายแห่งทำให้โรบินสันไม่เดือดร้อนเรื่องน้ำดื่มแต่ประการใด
เดอโฟเล่าเรื่องวิธีการดำรงชีวิตอยู่บนเกาะของโรบินสันถึง 24 ปี โดยที่ตลอดเวลานั้นเขาดำเนินชีวิตในแต่ละวันไม่ต่าง จากวันแรกที่เขาเดินทางมาถึงเกาะแห่งนั้นเลย แต่ก็มีสิ่งที่เพิ่มมาคือการที่เขาได้มีโอกาสออกสำรวจไปถึงอีกด้านหนึ่งของเกาะ โรบินสันสร้างบ้านพักเล็กๆ อีกหลังหนึ่งไว้ที่นั่นเป็นบ้านพักร้อน ไว้เป็นการพักผ่อนในบางเวลา
โรบินสันปลูกข้าวโพด ข้าวบาเลย์ ข้าวเจ้า และยังพยายามเก็บสะสมเมล็ดเกาลัดทีละน้อยๆ จนมากพอที่จะปลูกเป็นแปลงเล็กๆ ได้ เขารู้จักการโม่แป้งจากข้าวชนิดต่างๆ และยังสามารถทำขนมปัง รู้จักการจับแพะมาเลี้ยงให้เชื่องเพื่อรีด และยังสามารถปรุงอาหารจากเนื้อแพะกินได้ในบางครั้ง เขาเลี้ยงนกแก้วตัวหนึ่งไว้เป็นเพื่อน และต่อมายังทำเครื่องเรือนไว้ใช้เอง ด้วยการปรับปรุงรูปแบบใช้สอยที่เป็นประโยชน์ยิ่งขึ้น ถ้ำที่อยู่ก็ถูกทำให้ปลอดภัยจากผู้บุกรุกทุกประเภทที่เขายังคงหวาดกลัวอยู่ แม้ว่าจะยังไม่มีสัญญานใดๆ ที่บ่งบอกว่าจะมีสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่โดยเฉพาะมนุษย์บนเกาะเลยก็ตาม
ท่านผู้อ่านอาจจะคิดว่า โรบินสันอยู่คนเดียวบนเกาะได้นานๆ โดยไม่คิดฟุ้งซ่านได้อย่างไร ข้อนี้เดอโฟก็กำหนดเรื่องให้โรบินสันเก็บคัมภีร์ไบเบิลสามเล่มจากในเรือมาด้วย เขาใช้เวลาอ่าน และศึกษาพระคัมภีร์อย่างพินิจพิเคราะห์ซึ่งถ้าเขาไม่ติดอยู่บนเกาะ โรบินสันคิดว่าเขาก็คงจะไม่เสียเวลามานั่งอ่านเป็นวันๆ อย่างที่ทำอยู่ เขาเฝ้าสวดขอบคุณพระเจ้าที่ได้ช่วยให้เขามีชีวิตรอดจากท้องทะเลมาทุกวัน
ครั้นแล้วก็ถึงในตอนกลางปีที่ 24 ที่โรบินสันใช้ชีวิตอยู่บนเกาะนั้น ได้เกิดเหตุการณ์ที่ทำให้ชีวิตของเขาเปลี่ยนไป เริ่มจากตั้งแต่หนึ่งปีเศษๆ ที่ผ่านมาที่โรบินสันรู้สึกว่าน่าจะมีคนป่าเถื่อนเดินทางมาจากอีกฟากหนึ่งของเกาะ เพราะเขาได้พบเศษกระดูก และเนื้อสดๆ ที่บริเวณชายหาด ทำให้โรบินสันกลัวว่าคนพวกนั้นจะเข้ามาพบที่อยู่ของเขา และวันหนึ่งวันที่โรบินสันหวาดกลัวก็มาถึง เมื่อกลุ่มคนป่าย้อนกลับมาใกล้ที่อยู่ของเขา คนเหล่านั้นเตรียมการกินเลี้ยงกันอย่างอึกทึก โรบินสันจึงตัดสินใจใช้ปินยิงมันคนหนึ่งทำให้พวกที่เหลือพากันเตลิดไป เขาไม่รู้ล่วงหน้าเลยว่า การที่เขากำจัดคนกลุ่มนั้นไปได้ กลับเป็นผลดีที่ทำให้เขาได้เพื่อนคือนักโทษคนหนึ่งของกลุ่มคนป่าเถือนนั้น
โรบินสันตั้งชื่อชายผู้นั้นว่า Friday เขาสอนให้ไฟร์เดย์พูดภาษาอังกฤษ ไฟร์เดย์เล่าให้โรบินสันฟังว่ายังมีพวกชายผิวขาวอีก17 คน ถูกจับมาเป็นนักโทษอยู่ที่เกาะหนึ่งที่เขาถูกจับตัวมา โรบินสันต้องการพบคนเหล่านั้น เพราะคิดว่าจะได้เป็นกำลังช่วยกันหาทางเดินเรือออกจากเกาะได้
โรบินสันกับไฟร์เดย์ช่วยกันสร้างเรือแคนูเพื่อเดินทางไปเกาะที่ไฟร์เดย์บอก แต่ก่อนที่เขาทั้งสองจะออกเดินทางก็ปรากฎว่าคนเถื่อนได้จับนักโทษมาเพิ่มอีก โรบินสันช่วยชายผิวขาวคนหนึ่งเป็นชาวสเปนไว้ และไฟร์เดย์ก็ช่วยชายคนหนึ่งที่เขาบอกโรบินสันว่าเป็นบิดาของเขาเอง โรบินสันจัดการส่งคนทั้งสองกลับไปที่เกาะเดิมเพื่อความปลอดภัย พอดีมีเรืออังกฤษลำหนึ่งที่ชายฝั่ง กัปตัน และลูกเรือถูกพวกกบฎขับไล่มาขึ้นฝั่ง โรบินสันกับไฟร์เดย์ และพวกอีกสามคนตัดสินใจช่วยเหลือกัปตันเป็นผลสำเร็จได้เรือคืนมา หลังจากนั้นจึงได้เดินทางกลับอังกฤษไปกับเรือลำนั้นด้วย เขารู้สึกไม่สบายใจนักที่จะต้องออกเดินทางกลับโดยไม่รอชายชาวสเปน และพ่อของไฟร์เดย์ จึงตั้งใจว่าเขาจะต้องเดินทางกลับมาที่เกาะอีกครั้งในวันหนึ่งข้างหน้า เพราะถึงอย่างไรบนเกาะก็ยังมีคนอาศัยอยู่ คือชายห้าคนในหมู่ลูกเรือกบฎที่ไม่ต้องการเดินทางกลับไปอังกฤษ เพราะกลัวว่าจะต้องถูกแขวนคอด้วยโทษฐานกบฎ
โรบินสันกับไฟร์เดย์ได้เดินทางกลับอังกฤษ ซึ่งโรบินสันจากไปถึง 35 ปี ในเดือนมิถุนายน ค.ศ.1687 เขากลายเป็นคนแปลกหน้าที่ไม่มีใครรู้จักเลย แม้แต่บิดามารดาของเขาก็เสียชีวิตแล้ว เหลือแต่พี่น้องที่ไม่ได้ผูกพันกับเขามากนัก ดังนั้น โรบินสันจึงไม่อยากอยู่ที่อังกฤษอีก เขาออกเดินทางไปลิสบอนเพื่อหาที่ทางทำไร่ เขาโชคดีที่เพื่อนช่วยดูแลรักษาไว้ ทรัพย์สินทั้งหมดมีราคามากกว่า 5,000 ปอนด์สเตอร์ลิงก์ โรบินสันกับไฟร์เดย์จึงมีเงินเดินทางกลับอังกฤษอีก เขาแต่งงาน และมีลูกสามคน
ต่อมาภรรยาของโรบินสันเสียชีวิตลง โรบินสันจึงออกเดินทางอีกใน ค.ศ.1695 เพื่อไปทำการค้าขาย เขามีหลานชายทำหน้าที่เป็นกัปตันเตรียมเดินทางไปที่บริษัทอินเดียตะวันออก และประเทศจีน เขาได้เดินทางมาถึงเกาะที่เคยส่งชาวสเปน และพ่อของไฟร์เดย์มาอยู่ ปรากฎว่าชายสเปนและลูกเรือห้าคนได้แต่งงาน และเพิ่มจำนวนประชากรบนเกาะอย่างรวดเร็ว เขาจึงให้ของขวัญคนเหล่านั้นด้วยความยินดี
โรบินสันพักผ่อนอยู่ที่เกาะอย่างมีความสุขระยะหนึ่ง แล้วจึงเตรียมออกเรือต่อไป ระหว่างเดินทางไปบราซิล เขาถูกพวกโจรปล้นอีก และไฟร์เดย์ถูกฆ่า โรบินสันเดินทางต่อไปผ่านแหลมกู๊ด โฮป และเดินทางมาถึงฝั่งทะเลประเทศจีน เขาลงจากเรือโดยหวังว่าจะไม่เดินทางออกทะเลอีก แต่ได้เข้าร่วมเดินทางกับกองคาราวานไปไซบีเรีย และในที่สุดก็เดินทางบกกลับอังกฤษ รวมระยะเวลาที่เขาจากบ้านเกิดเมืองนอนไปถึง 54 ปี ทำให้เขาตัดสินใจใช้ชีวิตสงบในครั้งนี้ และก็อาจจะรอคอยวันหนึ่งที่เขาจะได้เดินทางไกลไปโดยไม่ได้มีโอกาสกลับมาอีก


ข้อคิดจากนิยายเรื่องนี้

คือการแสดงความมุ่งมั่นของมนุษย์ที่บางครั้งถูกสะกัดกั้นด้วยอุปสรรคทำให้เกิดท้อแท้ แต่ถ้าเป็นความต้องการลึกๆ จากใจแล้ว อย่างโรบินสัน ครูโซ ที่เคยสาบานในการเดินเรือครั้งแรกว่าจะไม่ออกเดินทางทางทะเลอีก เมื่อเวลาแห่งความทุกข์ทรมานผ่านไป ความต้องการลึกๆ ก็กลับมามีอิทธิพลอีก กว่าเขาจะยุติการเดินเรือได้จึงต้องใช้เวลาเกือบค่อนชีวิต เพื่อจะรอการเดินทางเที่ยวสุดท้ายของมนุษย์ คือการเดินทางไปสู่ความตาย
ห้องสนทนา เม้าท์ระเบิด : โลกกับธรรม : English Corner : ข่าวประชาสัมพันธ์ : BKK Blog : Work at Home
เกมส์ Photo Hunt : Jigsaw : Hang Man : Tetris : Slider : จับคู่
BKK Mobile Picture Message : Logo : Mini Logo : Screen Saver : Text SMS : Color Picture Message : Wallpaper
รักและคิดถึง พบเพื่อนใหม่ : E-Cards : กลอนแทนใจ : ศาลาพักใจ : เยาวชนคนดี
สารพันบันเทิง ดูหนัง ฟังเพลง : ซอกแซกผ่านจอ : มุมฟุตบอล : เสี่ยงเซียมซี : ดวงดาวโคจร ออนไลน์ : Wallpaper : บันเทิง-เริงใจ : ซุบซิบดารา
สารพัดความรู้ เสวนาธุรกิจ : บัญชีทีเบรค : กระดูกและข้อ
ภาษาพาเพลิน Everyday English : Did you know? : E-Dialog : รู้จักญี่ปุ่น
ห้องสมุด BKK Business Letter : Song of the Week : พี่เลี้ยงภาษาอังกฤษ : เพลินภาษาน่ารู้ :E-Diary :
ศัพท์ทันโลก : สืบสายนิยายดัง : Alphabetize : SEX : วัยรุ่น วัยดึก : นางาซากิ: นานานก :
ชีวิตหลากสี : ยายวันวาน : พาชิมริมครัว : IT Audit : Chic & Trendy : Indy Zone :
เกร็ดความรู้ไอที : Star Corner : New York! New York!
BKK Center Hot Links : เบอร์โทรศัพท์ฉับไว : About us : ติดต่อ BKKonline