Absalom, Absalom
๒๒ ก.พ. ๔๔
อัธยา โกมลกาญจน

ผู้ประพันธ์เรื่องนี้คือ วิลเลียม ฟอล์คเนอร์ (William Falkner(Faulkner): 1897-1962) เป็นนักเขียนนวนิยาย และเรื่องสั้น เขาวางเค้าโครงเรื่องแนวจิตวิทยาสัจนิยม สมมติเหตุการณ์ประมาณคริสต์ศตวรรษที่ 19 ว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นในรัฐมิสซิสซิปปี้ ซึ่งเป็นรัฐที่เริ่มมีชาวฝรั่งเศสเข้ามาตั้งถิ่นฐานใน ค.ศ.1699 จนต่อมาใน ค.ศ.1763 ก็มีชาวอังกฤษ และสเปนเข้ามาอยู่มากกว่า
รัฐมิสซิสซิปปี้ได้ยกฐานะเป็นรัฐใน ค.ศ.1798 ประกอบด้วยเนื้อที่ปัจจุบันคือ ส่วนที่เป็นรัฐมิสซิสซิปปี้กับรัฐอะลาบามา ต่อมาจึงแบ่งอาณาเขตทางตะวันตกเป็นรัฐมิสซิสซิปปี้ใน ค.ศ.1817 รัฐนี้เป็นรัฐที่สองที่แยกตัวออกจากสหพันธรัฐในสงครามกลางเมืองอเมริกัน ค.ศ.1861 และได้กลับเข้ามารวมอีกครั้งหนึ่งในค.ศ.1870
มิสซิสซิปปีเป็นรัฐที่ยังคงมีปัญหาเรื่องการแบ่งแยกผิว แม้จะเป็นรัฐแรกประสบความสำเร็จในการเรียกร้องสิทธิของคนดำในช่วงทศวรรษที่1960 แต่การแบ่งแยกผิวที่เคยมีอย่างชัดเจน จากสมัยการมีทาสในสงครามกลางเมืองก็ยังไม่ยุติง่ายๆ เช่น การเกิดขบวนการณ์ต่อต้านคนดำ "Ku Klux Klan" ที่เชื่อเรื่อง "ความเหนือกว่าของคนขาว" กับการขยายตัวของโรงงานอุตสาหกรรม ก็ทำให้ชีวิตของผู้คนล้วนต้องแข่งขันเอารัดเอาเปรียบ ประชาชนมีความเป็นอยู่แออัด และสภาพชีวิตคนดำกับคนผิวสีรวมทั้งอินเดียนแดงก็ยังคงด้อยอยู่
ฟอล์คเนอร์เขียนเรื่องนี้แบบพยายามประมวลประสบการณ์ที่ประทับใจเข้าด้วยกัน หลังจากนั้นจึงแจกแจงรายละเอียดชนิดที่ไม่มีการมองข้ามจุดใดไปเลย การเขียนแบบนี้ไม่มีใครทำมาก่อน นับเป็นวิธีการเฉพาะตัวของเขาอย่างแท้จริง บทบาทของตัวละครจะถูกวางให้แสดงอารมณ์ และการแสดงออกแบบมนุษย์ทั่วไปไม่เสแสร้ง ละครของเขาจึงสร้างทั้งความรู้สึกอ่อนไหว และเน้นความบันดาลใจจากครอบครัวว่าเป็นพลังสำคัญในชีวิตมนุษย์ เขาย้ำถึงแรงผลักดันจากความทุกข์ และความเศร้าอย่างแสนสาหัสที่ถูกฝังอยู่ในจิตใจของตัวละคร จนผู้อ่านจะสามารถสร้างภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในรัฐทางใต้ ของสหรัฐอเมริกาในคริสต์ศตวรรษที่ 19 ได้อย่างชัดเจน การเดินเรื่องก็ต่อเนื่องชนิดนาทีต่อนาทีเพื่อย้อนระลึก และตอกย้ำว่า Absalom'Absalom เป็นโศกนาฎกรรม
พิมพ์ครั้งแรกในค.ศ.1936
เนื้อเรื่องย่อ
ตัวเอก และตัวร้ายของเรื่องคือ นายโทมัส ซัตเพน ได้ย้ายเข้ามาอยู่ที่เมืองเจฟเฟอร์สัน รัฐมิสซิสซิปปี้ ในฤดูร้อนของปี ค.ศ.1833 เขามีม้าสองตัวกับปืนอีกสองกระบอกเท่านั้น เมื่อมาถึงก็ทำตัวลึกลับไม่พยายามสุงสิงกับผู้ใด ได้แต่หมกตัวอยู่ในโรงแรมเล็กๆ พักหนึ่งก็ทำตัวเป็นนินจาหลบออกไปจากเมือง เขาหายไปนาน จนชาวบ้านคิดว่าเขาคงจะไม่กลับมาที่เมืองนี้อีกแล้ว ไม่นานก็มีข่าวจากรัฐใกล้ๆ ว่าซัตเพนไปซื้อที่ดินจากชาวอเมริกันอินเดียนในมิสซูรีหลายร้อยตารางไมล์ เขาทำราวกับว่ากำลังเตรียมการทำไร่ขนาดใหญ่ในที่ดินผืนนั้น ซึ่งเป็นการแสดงว่านายซัตเพนจะไม่กลับมาที่เมืองเจฟเฟอร์สันอีกแล้ว
แต่แล้ว…นายซัตเพนก็กลับมา คราวนี้เขามีพาหนะคือ เกวียนมีหลังคาพร้อมกับชายผิวดำท่าทางดุที่ดูเหมือนจะเป็นสถาปนิก เพราะมีเครื่องไม้เครื่องมือ และรถลากอีกคันหนึ่งตามมาด้วย ซัตเพนทำตัวแบบเดิมคือ ไม่พูดจากับใคร แต่ผู้คนก็กลับมาสนใจเขาอีกครั้งหนึ่ง มีการเฝ้าติดตามดูการสร้างบ้าน และการถากถางหญ้าในที่ดินอย่างเงียบๆ ถึงสองปี ไม่มีใครรู้ว่าเขากำลังทำอะไร เพราะนายซัตเพนยังคงไม่ติดต่อกับผู้ใดอีก ชาวเมืองเริ่มคิดว่านายซัตเพนคงจะมีแหล่งเงินที่ไม่สุจริตนัก บางคนว่าเขาอาจจะเป็นโจรมากกว่าที่จะสามารถหาเงินมาโดยสุจริต แต่ความสงสัยนี้ก็ไม่มีผู้ใดหาคำตอบได้
สามปีผ่านไปแล้ว บ้านของซัตเพนก็ยังไม่เสร็จ เพราะยังไม่มีประตูหน้าต่าง หรือเครื่องตกแต่งเลย ตัวเขาเองก็ยังอยู่ในที่ดินของเขาไม่ได้ไปไหน คงมีเพียงครั้งคราวที่เขาเริ่มออกมาชวนคนไปล่าสัตว์ในที่ดินของเขา เลี้ยงเหล้า เล่นไพ่ และบางครั้งก็ให้ทาสผู้แข็งแกร่งของเขามาต่อสู้กันให้ชม หรือไม่ตัวเองก็เข้าร่วมในการต่อสู้นั้นด้วย
ซัตเพนเลี้ยงดูสังสรรค์กับชาวบ้านไม่บ่อยนัก และเมื่อเขาไม่เชิญก็ไม่มีใครกล้าไปยุ่มย่ามที่บ้านของเขา เพราะถึงอย่างไรท่าทีของซัตเพนก็ไม่เป็นมิตรกับผู้ใดนัก ระหว่างที่ชาวบ้านยังพะวงสงสัยกับท่าทีของซัตเพนนั้น เขาก็ออกจากบ้านไปอีก ครั้งนี้เมื่อกลับมา เขาก็มีเงินที่ใช้สำหรับซื้อเฟอร์นิเจอร์ และเครื่องตกแต่งบ้านอย่างอลังการ ทุกคนเพิ่มความข้องใจในพฤติกรรมลึกลับนั้นจนถึงขั้นไม่สามารถรับได้ และเริ่มมีปฎิกิริยาต่อต้าน ซัตเพนจึงสยบการต่อต้านนั้นด้วยการแต่งงานกับเอลเลน โคลด์ฟิลด์ ธิดาสาวของกูดฮิว โคลด์ฟิลด์ผู้เป็นที่เคารพนับถืออย่างยิ่งของชาวบ้าน เรื่องซุบซิบเงียบลง ชาวบ้านไม่แสดงการต่อต้านซัตเพนอีก เพราะเกรงใจพ่อตาของเขา แต่คนที่ต่อต้านนายซัตเพนกลับเป็นนางสาวโรซากับบิดาของเควนติน คอมป์สัน คู่รักของนางเท่านั้น
โรซาเล่าเรื่องความเลวร้ายของนายซัตเพนให้เควนตินฟัง แต่เควนตินเป็นคนที่ไม่ต้องการยุ่งเกี่ยวกับเรื่องของคนอื่น เขาจึงไม่เอาใจใส่เรื่องของนายซัตเพนมากนัก เขารับรู้เพียงว่าเอลเลนเป็นภริยาของเจ้าของคฤหาสน์ลึกลับในป่า สามีของเธอมักจะเล่นกีฬาการต่อสู้อย่างโหดร้ายกับทาสของเขาเอง จนบางครั้งเฮนรี ผู้เป็นบุตรชายถึงกับเป็นลมแต่บุตรสาวคือ จูดิธซึ่งแอบมองจากกองฟางกลับให้ความสนใจ และพลอยสนุกสนานไปด้วย

อีกคนหนึ่งที่ไม่เคยแสดงว่ารู้สึกอย่างไรในพฤติกรรมของสามีก็ คือเอลเลนเอง เธอยังคงใช้ชีวิตสงบเงียบอยู่กับสามี จนเมื่อเวลาผ่านไป เด็กๆ เติบโตขึ้น โดยเฮนรีหนุ่มที่มีลักษณะหลายอย่างต่างจากบิดา ได้เดินทางไปเรียนมหาวิทยาลัยที่เมืองออกซฟอร์ด รัฐมิสซิสซิปปี้ เฮนรีได้พบชาร์ลส์ บองหลานชายของเจ้าของไร่ผู้มั่งคั่ง เขาไม่รู้เลยว่าแท้จริงแล้ว ชาร์ลส์เป็นน้องชายร่วมบิดาของเขาเอง ที่เกิดจากภรรยาคนแรกของซัตเพน มารดาของชาร์ลสถูกสามีทิ้งไปพร้อมกับสินทรัพย์จำนวนมาก ความผิดของนางที่ซัตเพนอ้างเป็นเหตุผลในการทอดทิ้งคือ การที่นางเป็นหญิงอินเดียนที่มีเลือดนิโกรอยู่ครึ่งหนึ่ง
เรื่องประหลาดยังคงดำเนินต่อไปอีก เมื่อซัตเพนสนับสนุนให้ชาร์ลส์ บอง หมั้นกับลูกสาวของตนคือ จูดิธ ซัตเพน แต่การหมั้นต้องยืดเยื้อไปอีกถึง 4 ปี เพราะเกิดสงครามกลางเมืองในอเมริกา ทั้งชาร์ลส์ และเฮนรีต้องออกไปรับใช้ชาติด้วยการเป็นทหาร ผู้ที่ต่อต้านสงครามกลางเมืองอย่างเต็มที่คือ โกลด์ฟิลด์ เขาขังตัวเองอยู่บนห้องใต้หลังคา มีเพียงโรซาเป็นผู้ส่งอาหารใส่ตะกร้าที่เขาส่งลงมารับ เขาคงจะมีชีวิตอยู่ในสภาพนั้นต่อไปเรื่อยๆ ถ้าไม่เกิดเหตุการณ์ที่ยุ้งข้าวถูกทหารของสมาพันธรัฐปล้น โคลด์ฟิลด์ถูกทิ้งไว้บนห้องใต้หลังคาจนเสียชีวิต
ฝ่ายจูดิธเฝ้ารอคอยคนรักของเธออย่างอดทน เธอนำจดหมายทั้งหมดของเขา ที่เขียนถึงเธอในรอบสี่ปีไปมอบให้แก่ย่าของเควนติน และประมาณหนึ่งอาทิตย์ต่อมา วอช โจนส์ คนงานคนหนึ่งที่ไร่ของซัตเพนก็เดินทางมาหาเธอ และบอกเธอว่าชาร์ลส์ บองถูกเฮนรีน้องชายร่วมบิดา และยังเป็นเพื่อนของเขาที่วิทยาลัยฆ่าตายที่ประตูไร่แล้วหนีไป จูดิธไปทำพิธีฝังศพของคนรักที่ไร่ของซัตเพน ฝ่ายโรซานึกสงสารหลานจึงเตรียมตัวไปอยู่ที่ไร่ เพราะเอลเลนผู้เป็นมารดาของจูดิธก็เสียชีวิตแล้ว
โทมัส ซัตเพนซึ่งได้รับยศเป็นพันตรีเดินทางกลับบ้าน ไม่มีทาสหลงเหลืออยู่ บ้านก็ทรุดโทรมแต่เขายังหวังที่จะมีทายาทคนใหม่ โดยขอแต่งงานกับโรซา โคลด์ฟิลด์ผู้เป็นน้องสาวของภรรยาที่เสียชีวิตไป สิ่งที่ซัตเพนต้องการมากคือ ลูกสักคนแทนที่หลานที่เขาหวังว่า ถ้าจูดิธแต่งงานกับชาร์ลส์แล้ว เธอก็จะมีลูกเป็นทายาท แต่ตอนนี้จูดิธผู้สูญเสียคู่หมั้นกลับสาบานที่จะอยู่เป็นโสดตลอดชีวิต ส่วนเฮนรีก็หนีหายไปไม่กลับบ้าน
โรซาปฎิเสธนายซัตเพน และเดินทางกลับไปอยู่บ้านเดิม เธอใช้ชีวิตต่อมาอย่างแร้นแค้น และได้เขียนจดหมายเล่าเรื่องความเลวร้ายต่างๆ ให้เควนตินที่เดินทางไปเรียนไกลถึงฮาร์วาร์ด เขาช่วยเหลืออะไรเธอไม่ได้ นอกจากจะปรับทุกข์กับเพื่อนที่เป็นชาวเหนือ ฟังเรื่องความวุ่นวายที่เกิดขึ้นที่บ้านของนายซัตเพน ปรากฎว่าเพื่อนคนนั้นของเควนตินก็ไม่เข้าใจ และไม่สนใจ เนื่องจากสภาพความเป็นอยู่ของชาวเหนือ และชาวใต้ของอเมริกาในขณะนั้นมีสภาพที่แตกต่างกันมาก
จนวันหนึ่ง เควนตินได้ทราบข่าวการเสียชีวิตของนายซัตเพน เขาชวนบิดาไปเยี่ยมหลุมศพนายซัตเพนกับภรรยาคือ เอลเลน ตรงเหนือหลุมศพของสองสามีภรรยา มีรูปปั้นหินอ่อนแกะสลักจากอิตาลีกับแผ่นจารึกวันตายของซัตเพนคือ ปีค.ศ.1869 นอกจากนี้เควนตินยังได้รับทราบซัตเพน ตายภายหลังการแต่งงานกับหลานสาวของวอช โจนส์ ชื่อมิลลีใน ค.ศ.1867 เมื่อนางคลอดบุตรเป็นหญิงแล้ว วอช โจนกลับเป็นผู้สังหารสามีด้วยเหตุใดไม่ปรากฎ
ฝ่ายจูดิธ กับลูกของชาร์ลส์ บองที่เกิดจากหญิงนิโกร ซึ่งมารดานำมาที่บ้านซัตเพนตั้งแต่อายุ11 ปี ได้เสียชีวิตพร้อมกันในปี1884 ด้วยไข้ทรพิษ ก่อนตายนั้นเด็กหนุ่มเกิดได้เสียกับหญิงนิโกร มีบุตรปัญญาอ่อนให้ชื่อว่าชาร์ลส์ บองเหมือนกัน
เหตุการณ์ผ่านไปจนถึง ค.ศ.1910 โรซา โคลด์ฟิลด์บอกเควนตินว่า เธอสงสัยว่าจะยังมีผู้อาศัยอยู่ที่คฤหาสน์ซัตเพนอีก ทั้งสองคนลอบไปที่นั่นในตอนกลางคืน และได้พบคลิตี ลูกสาวสูงอายุของซัตเพนกับทาสหญิงนิโกร และยังพบว่าซัตเพนยังไม่ตาย เขาหลบซ่อนตัวอยู่ในซากปรักหักพังของบ้าน เมื่อพบกับเควนติน และโรซา เขาไม่มีอาการตกใจ และยังบอกด้วยว่าเขากลับมาที่บ้านหลังนี้ได้ 4 ปีแล้วเพราะหวังจะยึดเป็นเรือนตาย
นอกจากซัตเพนแล้วยังมีชาร์ลส์ บองปัญญาอ่อน ที่ได้แต่แอบมองโรซากับเควนตินเดินทางจากไป โดยโรซาเดินทางกลับบ้านของเธอ ส่วนเควนตินกลับไปที่วิทยาลัย เรื่องราวจองบ้านซัตเพนก็คงจะถูกทิ้งให้เป็นปริศนาต่อไปว่า ในที่สุดแล้วเหลือใครบ้างที่อยู่ในบ้านซัตเพน มีผู้บันทึกเรื่องราวเหล่านั้นไว้คือ บิดาของเควนตินแต่ก็ไม่มีใครอ่าน หรือสนใจ ทุกอย่างจึงผ่านไปโดยไม่มีใครให้ความสนใจอีก จนกระทั่ง หลายเดือนต่อมา โรซาจึงต้องส่งรถพยาบาลไปที่บ้านเก่านั้น เมื่อได้ทราบข่าวหลายชายคือ เฮนรีที่หนีไปได้กลับมาอยู่ที่หมู่บ้านซัตเพนอีก เธอหวังที่จะพาตัวเขามารักษาพยาบาลให้หายเจ็บป่วย แต่เมื่อรถพยาบาลแล่นเข้ามาในบ้าน คลิตีกลับหวาดกลัวว่าเป็นรถตำรวจจะมาจับเฮนรี เพราะเขาเป็นคนฆ่าชาร์ลส์ บองเมื่อหลายปีก่อน ดังนั้นเจ้าหล่อนจึงจัดการจุดไปเผาบ้านเสีย และในซากเผาไหม้นั้น ทุกคนก็ต้องตกตะลึงที่ได้พบศพของซัตเพนกับคลิตีในกองไฟ มีคนที่หนีไปได้คือ หนุ่มปัญญาอ่อนชาร์ลส์ บอง เขากลายเป็นลูกหลานคนเดียวของโทมัส ซัตเพนที่มีชีวิตอยู่ และไม่มีผู้ใดทราบว่าเขาหนีไปไหน เพราะไม่มีผู้ใดพบเห็นเขาอีกเลย ส่วนโรซาก็ต้องนอนแซ่วอยู่บนเตียง และเสียชีวิตในเวลาต่อมาในฤดูหนาวปี 1910
เควนตินเล่าเรื่องนี้แก่เพื่อนร่วมห้องที่วิทยาลัยฟัง เพราะดูเหมือนเรื่องนี้จะสามารถ อธิบายสภาพชีวิตของชาวใต้ของอเมริกาได้ดีที่สุด เกี่ยวกับเรื่องของความรักที่ลึกซึ้ง ความทุกข์ทรมาน ความพินาศ และความแตกสลายที่เห็นได้อย่างชัดเจน
ข้อคิดจากนิยายเรื่องนี้
ข้อคิดของเราคงจะได้จากการติดตามเรื่องราวในชีวิตของซัทเพน ในสมัยการแบ่งผิวก่อนที่จะเกิดสงครามกลางเมืองในเวลาต่อมา ผู้แต่งกำหนดให้ ซัทเพนเป็นผู้ชายที่ไม่เคยสำนึกในความเป็นคน ของภรรยานิโกร หรืออินเดียนแดงของเขาเลย ภรรยาของเขา มีสภาพเหมือนทาสที่เขาสามารถแสวงหาประโยชน์ คือบริโภคทรัพย์จากเธอแล้วผละจากไปแบบทองไม่รู้ร้อน ความพยายามที่จะแต่งงานกับโรซา สาวผิวขาวเพราะ ต้องการทายาทกลับไม่เป็นผลและเรื่องจบลงในที่สุดโดย ไม่มีผู้ใดมีความสุขเพราะบ้านที่ซัทเพนสร้างขึ้นมาด้วยวิธีการฉ้อฉล ในที่สุดก็เหลือเพียงกองเถ้าถ่านเท่านั้น
ห้องสนทนา เม้าท์ระเบิด : โลกกับธรรม : English Corner : ข่าวประชาสัมพันธ์ : BKK Blog : Work at Home
เกมส์ Photo Hunt : Jigsaw : Hang Man : Tetris : Slider : จับคู่
BKK Mobile Picture Message : Logo : Mini Logo : Screen Saver : Text SMS : Color Picture Message : Wallpaper
รักและคิดถึง พบเพื่อนใหม่ : E-Cards : กลอนแทนใจ : ศาลาพักใจ : เยาวชนคนดี
สารพันบันเทิง ดูหนัง ฟังเพลง : ซอกแซกผ่านจอ : มุมฟุตบอล : เสี่ยงเซียมซี : ดวงดาวโคจร ออนไลน์ : Wallpaper : บันเทิง-เริงใจ : ซุบซิบดารา
สารพัดความรู้ เสวนาธุรกิจ : บัญชีทีเบรค : กระดูกและข้อ
ภาษาพาเพลิน Everyday English : Did you know? : E-Dialog : รู้จักญี่ปุ่น
ห้องสมุด BKK Business Letter : Song of the Week : พี่เลี้ยงภาษาอังกฤษ : เพลินภาษาน่ารู้ :E-Diary :
ศัพท์ทันโลก : สืบสายนิยายดัง : Alphabetize : SEX : วัยรุ่น วัยดึก : นางาซากิ: นานานก :
ชีวิตหลากสี : ยายวันวาน : พาชิมริมครัว : IT Audit : Chic & Trendy : Indy Zone :
เกร็ดความรู้ไอที : Star Corner : New York! New York!
BKK Center Hot Links : เบอร์โทรศัพท์ฉับไว : About us : ติดต่อ BKKonline