The Frogs
๒๐ ก.ย.๔๔
อัธยา โกมลกาญจน

อริสโตฟานิสเขียนบทละครเรื่องนี้โดยแทรกคำวิจารณ์แฝงอารมณ์ขัน และปรัชญาล้ำลึกเข้าไว้ในเรื่อง ผู้อ่านแม้ไม่มีการศึกษาสูงก็สามารถเข้าใจ และสามารถศึกษาตัวอย่างธรรมชาติของมนุษย์จากตัวละครแต่ละตัวได้ด้วย
อริสโตฟานิสเขียนเรื่องนี้เมื่อประมาณ ปี 405 ก่อนคริสต์กาล มุ่งโจมตียูริปิดิส (Euripides:480-406 B.C.) ผู้ซึ่งเป็นนักเขียนบทละครแหวกแนวไปจากความเชื่อเก่า เขาไม่เชื่อเรื่องเทพเจ้า แสดงความเห็นใจคนจน และต่อต้านสงครามจนในที่สุดต้องถูกเนรเทศออกจากนครรัฐ ขณะที่อริสโตฟานิสเป็นพวกอนุรักษ์นิยม เชื่อในเรื่องเทพเจ้าและสรรเสริญนักรบ

เนื้อเรื่องย่อ
Bacchus (องค์เดียวกับเทพเจ้ากรีกคือ Dionysus) ทรงเป็นเทพแห่งสุรา และความมัวเมา พระองค์ต้องการไปเยี่ยมนรกภูมิ (Hades) พร้อมกับทาสชื่อ Xanthias บัคคัสทรงหวังให้ Hercules เป็นผู้นำชมจนถึงชั้นต่ำสุด บัคคัสทรงนำสัมภาระไปมากจน ซันเทียสบ่นงึมงำไปตลอดทาง บัคคัสก็ทรงเอ็ดว่าถ่าขืนบ่นมากๆ พระองค์อาจจะให้ซันเทียสแบกลาเสียรู้แล้วรู้รอด
เมื่อทั้งสองคนไปพบเฮอร์คิวลิส ฝ่ายหลังเสนอวิธีการลงเที่ยวนรกภูมิให้สนุกที่สุดว่า จะต้องฆ่าตัวตายเพื่อจะได้ลงไปถึงดินแดนของคนตาย แต่บัคคัสต้องการไปอย่างมีชีวิต เพราะต้องการสัมภาษณ์นักแต่งบทละครผู้ยิ่งใหญ่ทีสามารถบอกเขาได้ว่า มีใครที่ทำแต่ความดีแล้วตาย และหายไปไม่มีใครได้พบอีก คนที่พระองค์อยากพบมากที่สุดคือ Euripides เฮอร์คิวลิสแนะนำว่า ถ้าอย่างนั้นติดต่อนักแต่งบทละครที่ยังมีชีวิตอยู่ไม่ดีกว่าหรือ แต่บัคคัสเถียงว่าไม่มีใครที่ดีพร้อม บนโลกมนุษย์ พระองค์จึงต้องหาทางลงไปพบที่แดนอื่นด้วยพระองค์เองให้ได้ เฮอร์คิวลิสจึงบอกทางให้ทั้งสองเดินทางต่อไป ซึ่งซันเทียสก็เดินไปบ่นไป
ทั้งสองเดินทางมาถึงแม่น้ำ Acheron ได้พบกับ Charon ที่ยินดีช่วยบัคคัสพายเรือข้าม ส่วนตัวเขาพาซันเทียสเดินเลียบลำธารด้วยเหตุผลว่า ควรให้ซันเทียสลำบากเสียบ้างเพราะในอดีตนั้น ซันเทียสเคยหนีทหารในสงครามทางเรือครั้งหนึ่ง ซันเทียสเถียงว่าเขาหนีเพราะตาเจ็บ แต่ชารอนไม่ยอมเชื่อ
ขณะที่ทั้งสามคนเจรจากันอยู่นั้น ฝ่ายเจ้ากบก็ส่งเสียงร้องประชันกันอื้ออึงเหมือนเสียงพวกเพลเบียน (plebeians= ชนชั้นต่ำของเอเธนส์ ไม่มีสิทธิเป็นพลเมืองเท่าชนชั้นสูงคือพาทริเชียน=Patricians) พวกเพลเบียนนี้ เวลาดูละครมักจะส่งเสียงโห่ฮาแบบไม่มีมรรยาท ทั้งเมื่อเห็นบัคคัสโยกตัวไปมาขณะพายเรือ เจ้ากบมองดูแล้วก็คิดโง่ๆ ว่าบัคคัสคงสนุกสนานรื่นเริงไปกับเสียงร้องของพวกตน

ในที่สุดบัคคัสกับซันเทียสก็ข้ามแม่น้ำมา ทั้งสองต้องหลบหลีกสัตว์ประหลาดหลายตัว แต่ก็มาถึงประตูทางเข้าเมืองของเทพพลูโตจนได้ บัคคัสคิดจะปลอมพระองค์เป็นเฮอร์คิวลิส พอดีมาพบ Aeacus ที่กำลังส่งเสียงดังโขมงโฉงเฉงดุว่าสุนัขขี้ขโมยของตน เขาทุบตีเจ้าสุนัขจนบัคคัสทนดูไม่ได้ จึงแสดงพระองค์ว่าทรงเป็นเทพบัคคัส ซันเทียสหาว่าเจ้านายของตนขี้ขลาดที่ไปเปิดเผยตัวเอง แต่บัคคัสไม่สนใจ
แล้วสองคนนายบ่าวก็เตรียมแปลงตนใหม่ ซันเทียสปลอมเป็นเฮอร์คิวลิส ส่วนบัคคัสปลอมเป็นทาสแบกของ เมื่อสาวใช้ของ Proserpine ออกมาเห็น จึงเชื้อเชิญซันเทียสอย่างอย่างยินดี บัคคัสไม่พอใจ และขอแสดงพระองค์อีกครั้ง พอดีเอียคัสกลับมาด้วยความอยากจะลงโทษใครสักคน ซันเทียสจึงอนุญาตให้โบยบัคคัส บัคคัสรีบแสดงพระองค์ และบอกว่า เอียคัสจะมาตีพระองค์ไม่ได้ ซันเทียสจึงย้อนว่าการเป็นเทพคือการเป็นอมตะไม่เห็นจะต้องกลัวการโบยเลย เอียคัสไม่รู้เรื่อง จึงตัดสินใจโบยทั้งสองคนก่อนที่จะพาไปเฝ้าเทพ Pluto(เทพมฤตยู) และชายา Proserpine(ทรงเป็นพระธิดาของเทพ Ceres) เพื่อพิสูจน์ว่าใครเป็นเทพกันแน่ เอียคัสออกความเห็นว่าบัคคัสดูเป็นสุภาพบุรุษมากกว่า ซันเทียสไม่เถียงแถมยังเสริมว่า บัคคัสน่าจะดูเป็นสุภาพบุรุษอยู่หรอกเพราะมีความสุขสะดวกสบายเหลือล้น พระองค์ไม่เคยทำอะไรนอกจากสำมะเลเทเมาดื่มเหล้าไปวันๆ

ในที่สุดบัคคัสก็ได้พบนักแสดงละครสองคนคือ Aeschylus และ Euripides ที่อาณาจักรของเทพพลูโต ทั้งสองกำลังต่อสู้กันตามกฎของเฮดส์ว่า ผู้ทีมีชื่อเสียงทางศิลปสาขาใดสาขาหนึ่งจะมีโอกาสมาเฝ้าพลูโต จนกว่าจะมีคนที่มีชื่อเสียงกว่าตายลงมาอยู่แทนที่นรกภูมิ ซึ่งตอนนั้นเอสคิลุสเป็นเจ้าของที่ตรงนี้ และยูริปิดีสกำลังต่อสู้แย่งชิงมาเป็นของตน
เอียคัสใช้วิธีพิจารณาผลงานของนักแต่งบทละครชนิดบรรทัดต่อบรรทัด ทั้งเอสคิลุส และยูริปิดีสต่างก็พยายามยกย่องผลงานของตน ซึ่งเอสคิลุสกล่าวว่าตนเสียเปรียบเพราะบทละครของยูริปิดีส "ตาย" ตามตัวยูริปิดีสมาด้วย จึงสามารถมาปรากฎตัวพร้อมกันกับคนเขียน แต่ผลงานของเอสคิลุสยังคงอยู่บนพื้นโลก


บัคคัสเสนอตัวเป็นคนตัดสิน โดยเปิดโอกาสให้ทั้งสองฝ่ายสรุปผลงานของตน ระหว่างนั้นพลูโตก็ปรากฎพระองค์ บัคคัสจึงให้ทั้งสองท่องโคลงของตนให้ทรงฟัง ผลงานของยูริปิดีสดูจะด้อยกว่า แต่บัคคัสไม่กล้าตัดสินให้แพ้เพราะ ต้องการเอาใจทั้งสองฝ่าย พลูโตจึงสั่งว่าจะต้องมีผู้ชนะเพียงคนเดียว และพระองค์จะพาคนชนะขึ้นไปบนโลกด้วย เพราะทรงต้องการยกเลิกการแข่งขันทะเลาะกันที่เมืองนรกเสียที
บัคคัสตัดสินให้เอสคิลุสชนะ ฝ่ายยูริปิดีสก็บ่นว่าการตัดสินไม่ยุติธรรม พลูโตจึงทรงปลอบใจว่า พระองค์จะเลี้ยงอาหารยูริปิดีสอย่างดีทุกมื้อขณะอยู่ในนรก เอสคิลุสเสียอีกที่จะต้องรับภาระหนักหาเลี้ยงชีพ และกลับไปต่อสู้เพื่อปฎิรูปโลกมนุษย์ให้พ้นจากความโง่เขลาและความชั่วร้าย
ห้องสนทนา เม้าท์ระเบิด : โลกกับธรรม : English Corner : ข่าวประชาสัมพันธ์ : BKK Blog : Work at Home
เกมส์ Photo Hunt : Jigsaw : Hang Man : Tetris : Slider : จับคู่
BKK Mobile Picture Message : Logo : Mini Logo : Screen Saver : Text SMS : Color Picture Message : Wallpaper
รักและคิดถึง พบเพื่อนใหม่ : E-Cards : กลอนแทนใจ : ศาลาพักใจ : เยาวชนคนดี
สารพันบันเทิง ดูหนัง ฟังเพลง : ซอกแซกผ่านจอ : มุมฟุตบอล : เสี่ยงเซียมซี : ดวงดาวโคจร ออนไลน์ : Wallpaper : บันเทิง-เริงใจ : ซุบซิบดารา
สารพัดความรู้ เสวนาธุรกิจ : บัญชีทีเบรค : กระดูกและข้อ
ภาษาพาเพลิน Everyday English : Did you know? : E-Dialog : รู้จักญี่ปุ่น
ห้องสมุด BKK Business Letter : Song of the Week : พี่เลี้ยงภาษาอังกฤษ : เพลินภาษาน่ารู้ :E-Diary :
ศัพท์ทันโลก : สืบสายนิยายดัง : Alphabetize : SEX : วัยรุ่น วัยดึก : นางาซากิ: นานานก :
ชีวิตหลากสี : ยายวันวาน : พาชิมริมครัว : IT Audit : Chic & Trendy : Indy Zone :
เกร็ดความรู้ไอที : Star Corner : New York! New York!
BKK Center Hot Links : เบอร์โทรศัพท์ฉับไว : About us : ติดต่อ BKKonline