Abe Lincoln in Illinois
๒๐ ก.พ. ๔๔
อัธยา โกมลกาญจน

โรเบิร์ต อี เชอร์วูด (Robert E.Sherwood 1896- ) เขียนเรื่องนี้เป็นนิยายอิงประวัติศาสตร์ สมัยประธานาธิบดีอเมริกันคนที่16 คืออับราฮัม ลินคอล์น (Abraham Lincoln:1809-1865) เขาเป็นประธานาธิบดีสองสมัยคือ สมัยที่หนึ่งระหว่าง ค.ศ.1861-64 และสมัยที่สองใน ค.ศ1864 ครั้งที่แม่ทัพฝ่ายใต้คือ นายพลลี (Lee) ยอมแพ้ในสงครามกลางเมืองอเมริกัน (American Civil War) ระหว่าง ค.ศ.1861-1865 (พ.ศ.2404-พ.ศ.2408)
สงครามกลางเมืองอเมริกันเกิดจากความขัดแย้ง ระหว่างรัฐเกษตรกรรมทางใต้ สนับสนุนการมีทาสกับ รัฐอุตสาหกรรมทางเหนือ ไม่สนับสนุนการมีทาส การยุติสงครามมีผลคือการเลิกทาส และการรวมกันเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวของชาวอเมริกัน น่าเสียดายที่หลังจากนั้นเพียงสองสามวัน ได้เกิดเหตุร้ายคือ ประธานาธิบดีลินคอล์นถูก นายเจ บูธลอบยิงที่โรงละครฟอร์ด
ผู้ที่อ่านเรื่อง Abb Linclon in Illinois จะมีโอกาสศึกษาเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ณ เมืองนิว ซาเล็ม และสปริงฟิลด์ในรัฐอิลลินอยส์ สหรัฐอเมริกา ระหว่าง ค.ศ. 1831-1861 (พ.ศ. 2374-พ.ศ.2424) ซึ่งเป็นเวลาใกล้เคียงกับสมัยสงครามกลางเมือง ขณะที่บ้านของเอบตัวเอกของเรื่องก็คือ บ้านของอับราฮัมลินคอล์นที่อิลลินอยส์ มีที่ต่างกันก็คือ ฉากสุดท้ายในชีวิตจริงของอับราฮัม ลินคอล์น ได้จบลงที่โรงละครฟอร์ด แต่ฉากสุดท้ายในชีวิตของเอบ จบที่ชานชาลาสถานีรถไฟ บทละครนี้ถูกจัดแสดงครั้งแรกใน
ค.ศ.1938


เนื้อเรื่องย่อ
เด็กหนุ่มชื่อเอบ ลินคอล์น เดินทางมาที่เมืองนิว ซาเล็ม ในอิลลินอยส์ตั้งแต่อายุเพียง 12 ขวบ ในฤดูร้อนของปีค.ศ.1831 หมู่บ้านที่เอบมาอยู่นี้เป็นหมู่บ้านเล็กๆ ติดพรมแดนระหว่างรัฐ มีบ้านแบบล็อค เคบินปลูกอยู่เพียง 15 หลังเท่านั้น ต่อมาเอบจึงได้ร่วมกับเพื่อนชื่อเบอร์รี เปิดร้านขายของสารพัดรวมทั้งวิสกี้ด้วย ความชอบวิสกี้ของเบอร์รี คงจะมีมากจนทำให้ขาดความยับยั้งชั่งใจ ว่าเป็นของซื้อของขาย เขาจึงแอบทุกวันจนวิสกี้หมดร้าน ฐานะของร้านอยู่ในขั้นล้มละลาย (คงไม่ใช่เพราะไม่มีวิสกี้ขายอย่างเดียว แต่คงจะเป็นเพราะเจ้าของร้านมัวแต่เมาอยู่ด้วยก็ได้) เอบต้องประกาศรับผิดชอบฐานะการเป็นหนี้ถึง 1,500 ดอลลาร์แต่ผู้เดียว
ต่อมาเอบได้รู้จักกับเมนเทอร์ เกรแฮมครูโรงเรียนใกล้บ้าน เอบจึงได้มีโอกาสเรียนเขียนอ่านโดยไม่ต้องไปโรงเรียน ครูเกรแฮมได้ช่วยสอนการใช้ภาษาแก่เอบ ทั้งภาษาของสุภาพชน และภาษาที่ถูกหลักไวยากรณ์ เอบได้ฝึกพูดในที่ชุมนุมชน และรู้จักแต่งโคลงด้วย เมื่อเวลาผ่านไป เอบจึงนับได้ว่าเป็นผู้มีการศึกษาดีคนหนึ่ง น่าเสียดายที่เกรแฮมเสียชีวิตอย่างกระทันหัน ขณะที่เอบก็ยังต้องการการฝึกฝน จากเขาอยู่เอบเสียใจมาก และรู้สึกว่าตนเองเป็นคนโชคร้าย เขาไม่ได้ทำอะไรเลยระยะหนึ่ง จนเมื่อเวลาผ่านไปนานพอ ที่ความเศร้าโศกเรื่องการตายของเมนเทอร์คลายลง เอบก็เริ่มสนใจการเมือง เพราะตระหนักว่ามีอาชีพเพียงสองอาชีพเท่านั้น ที่เปิดทางให้แก่ บุคคลที่ต้องพลาดหวังถึงสองครั้งอย่างเขา จะสามารถเลือกได้ คือการเป็นครูสอนหนังสือ หรือไม่ก็เป็นนักการเมือง
การเป็นนักการเมืองนั้นไม่ได้เป็นง่ายๆ ดังนั้นก่อนที่จะมีโอกาสดังว่า เอบจึงไปสมัครงานเป็นบุรุษไปรษณีย์เสียก่อน เขาได้พบนักการเมืองชื่อ นิเนียน เอดเวิร์ด คู่แข่งคนสำคัญของประธานาธิบดีแจ็กสัน ที่ร้านเหล้าเล็กๆ ที่รัทเลดจ์ในนิว ซาเล็ม บุคคลผู้นี้เดินทางมาเพื่อมองหาผู้สมัครเป็นสมาชิกสภารัฐ เขาเริ่มสนใจเอบ เพราะได้เห็นเอบสามารถยุติการทะเลาะเบาะแว้งกัน ระหว่างผู้ต่อต้านกับผู้สนับสนุน ประธานาธิบดีแจ็คสันอย่างละมุนมะม่อม และเอดเวิร์ดยังได้รับความมั่นใจในตัวเอบมากขึ้น จากการสนับสนุนของเพื่อนๆ เอบสองคนคือโจชัว สปีด กับผู้พิพากษาโบว์ลิง กรีน ทำให้เอดเวิร์ดตัดสินใจเสนอให้เอบสมัครรับเลือกตั้ง โดยเขาจะเป็นผู้สนับสนุนเอบเอง
เมื่อเอดเวิร์ดบอกเอบเรื่องนี้ เอบกลับปฏิเสธ เพราะขณะนั้นเขาได้ตกลงกับเซท เกล ว่าจะเดินทางไปทางตะวันตกพร้อมกัน พอดีต่อมาเซท เกลทราบข่าวว่าบิดาของเขาป่วยหนัก และเขาจะต้องเดินทางกลับไปมารีแลนด์โดยทันที เอบจึงพลอยต้องยุติการเดินทางไปตะวันตกด้วย
ความผิดหวังกับเอบดูเหมือน จะมีความเกี่ยวข้องกันอยู่ตลอดเวลา แต่เอบก็ไม่ท้อ เขาเริ่มโชคดีเมื่อ แอนน์ รัทเลดจ์ บุตรสาวของเจ้าของร้านเหล้า ที่เอบแอบหลงรักอย่างเงียบๆ เกิดอกหัก เมื่อเอบถือโอกาสสารภาพรัก แอนน์จึงตัดสินใจรับคำขอนั้นทันทีโดยไม่ลังเล เธอสนับสนุนให้เอบเล่นการเมือง เอบจึงรีบฝากผ่านผู้พิพากษาโบว์ลิง กรีนไปถึงเอดเวิร์ดว่าเขาจะสมัครรับเลือกตั้ง
แต่แล้วเรื่องร้ายก็กลับมาเยือนเอบอีก เมื่อแอนน์ล้มป่วย และในที่สุดก็ถึงแก่กรรม เอบโศกเศร้ามาก เขาตัดสินใจเปิดสำนักงานกฎหมาย ที่เมืองสปริงฟิลด์ร่วมกับเพื่อนคือ ผู้พิพากษาสจ๊วต และไม่ต้องการเข้าไปเกี่ยวข้องกับการเมืองอีกทั้งๆ ที่เพื่อนร่วมงานของเขาคือ วิลเลียม เฮิร์น ดันพยายามปลุกเร้าเต็มที่
เฮิร์นดันผู้นี้เป็นพวกอบอริชันนิสต์ (Abolitionists) *ส่งเสริมการแบ่งแยกดินแดนเป็นฝ่ายเหนือ และฝ่ายใต้ ส่วนเอบนั้นแม้จะไม่ชอบการมีทาส แต่ก็ไม่ชอบเรื่องการแบ่งแยกประเทศ เขาจึงยังไม่ตกลงใจร่วมงานกับเฮิร์นดัน พอดีนิเนียน เอดเวิร์ด ยังต้องการได้เอบมาร่วมกิจการทางการเมืองอยู่ เขาพยายามแนะนำน้องภรรยาคือ มารี ทอดด์ให้เอบ ฝ่ายมารีผู้ทะเยอทะยานก็เล็งเห็นว่าเธอ จะสามารถผลักดันเอบไปสู่จุดหมายที่เธอต้องการได้ ในที่สุดทั้งสองจึงหมั้นหมายกันทั้งๆ ที่เอบนั้นไม่เคยลืมแอนน์ รัทเลดจ์เลย เมื่อใกล้ถึงวันแต่งงานกับมารี ทอดด์ นั้นเขาจึงเขียนจดหมายฝากเพื่อนคือ โจชัว สปีดถึงมารีว่าเขาไม่ได้รักเธอ สปีดขอให้เอบไปบอกเจ้าสาวเอง และสารภาพว่าเขากลัวมารีจะโกรธ และหาทางแกล้งเขาในภายหลัง เอบจึงตัดสินใจไปบอกเจ้าสาวของเขาเอง แล้วแยกทางจากไป
วันหนึ่งเขาได้พบเพื่อนเก่าคือ เซท เกล ที่เคยคิดจะเดินทางไปตะวันตกด้วยกันอีก เซทเดินทางจากมารีแลนด์พร้อมกับภรรยา และลูกมุ่งสู่รัฐโอเรกอน เอบขอไปด้วย เพราะตัองการไปถึงที่นั่นก่อนที่จะมีการออกกฎหมาย Dred Scott Decision ** กฎหมายฉบับนี้จะมีผลขยาย การมีรัฐในตะวันตก ที่เป็นเสมือนการสร้างประเทศขึ้นใหม่ ทั้งสองสามีภรรยาไม่ขัดข้อง แต่แล้ว บุตรชายของเซทเกลก็เกิดป่วยหนัก เซทรู้ว่าถ้าลูกตาย ทั้งเขา และภรรยาก็คงหมดกำลังใจที่จะเดินทางสู่ตะวันตก เอบเองก็อยากเดินทางไปเต็มแก่ เขาพยายามสวดอ้อนวอนพระเจ้าขอให้ช่วยชีวิตจิมมี แต่เขาก็ไม่อาจทำให้ความหวังของเขาเป็นจริงได้ เมื่อจิมมีเสียชีวิต และสองสามีภรรยายุติการเดินทาง เอบรู้สึกผิดหวัง และเสียขวัญ เขาทำอะไรไม่ถูกนอกจากจะตัดสินใจกลับไปหามารี ทอดด์ ซึ่งเธอก็ยินดีตอบรับเอบด้วยความเต็มใจ
เอบเริ่มแสวงหาหนทางเดินเข้าสู่ทำเนียบประธานาธิบดี เขาได้แสดงปาฐกถาแข่งกับสตีเฟน ดักกลาส คู่แข่งทางการเมืองของเขาหลายครั้ง และก็ดูเหมือนว่าเอบจะเป็นฝ่ายเหนือกว่า หนทางการเมืองของเขามีทางเป็นไปได้ เขานึกไม่ถึงเลยว่า ในที่สุดความเป็นไปไม่ได้ก็ได้เกิดขึ้นในชีวิตของเขาอีก นั่นคือมารี ทอดด์ซึ่งมีลูกกับเขาถึง 4 คน กลับมีชีวิตแต่งงานที่ไม่สงบสุขเอาเสียเลย ทั้งสองมักมีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกันอยู่เสมอ เริ่มจากเรื่องในบ้านจนในที่สุดขยายไปนอกบ้านให้ผู้คนรับรู้ ในที่สุด เอบจึงตัดสินใจส่งมารีกลับบ้าน เมื่อมารีมีทีท่าว่าจะทำให้เขาเสียคะแนนนิยมทางการเมือง
เอบมีชัยชนะในการเลือกตั้งในที่สุด ความยุ่งยากก็ดูจะเพิ่มมากขึ้น โชคร้าย และความทุกข์ร้ายกาจเริ่มกลับมาเป็นของเขาอีก ครั้งหนึ่งในปี ค.ศ.1861 ขณะที่เอบยืนอยู่บนชานชาลารถไฟ เพื่อเดินทางจากสปริงฟิลด์ไปวอชิงตัน เขากำลังแสดงสุนทรพจน์ ยืนยันความตั้งใจจริงของเขา ต่อเพื่อนบ้าน และคนอื่นๆ เกี่ยวกับอนาคตของอเมริกา ขบวนรถของประธานาธิบดีกำลังแล่นเข้ามาจอดเทียบ ทันใดนั้นก็มีเสียงร้องเพลงแสดงความยินดีกับเอบ และเขาก็ทันได้ยินประโยคสุดท้ายของเพลง "John Brown's Body" ที่ว่า "His soul goes marching on!" ก่อนที่วิญญาณของเขาจะออกจากร่าง

ข้อคิดจากนิยายเรื่องนี้

จากตัวเอกของเรื่องคือ เอบที่มีความมุ่งมั่นแน่วแน่เพื่อความก้าวหน้า ทางการเมือง แต่บางครั้งคนเราก็อาจจะต้องพ่ายแพ้โชคชะตาที่อยู่นอกเหนือ อำนาจของบุคคลที่จะไขว่คว้า ถึงกระนั้นสิ่งที่ยังคงเหลืออยู่ก็คือชื่อเสียงที่ไม่มีวันตาย ทั้งนี้เพราะผู้คนในเวลาต่อมา ได้สำนึกถึงความเสียสละและความพยายามจนถึง วันสุดท้ายในชีวิตของเอบอย่างไม่มีวันลืม


*Abolitionist เป็นนักเคลื่อนไหวเพื่อยุติการมีทาส สืบเนื่องจากแนวความคิด เรื่องสิทธิมนุษยชน ในยุคประทืองปัญญาคริสต์ศตวรรษที่18 อังกฤษสามารถยุติการมีทาสในคริสต์ศตวรรษที่ 19 ส่วนในอเมริกาได้มีการเคลื่อนไหวเมื่อประมาณ ค.ศ.1820 ในรัฐสภาเรื่องการมีทาสกับการห้ามการมีทาสที่ยุติลงด้วยการทำ Missouri Compromise ตกลงให้จำกัดจำนวนรัฐที่อนุญาตให้มีทาสกับรัฐ ที่ไม่อนุญาตให้มีทาสไว้ในจำนวนที่เท่ากัน และให้ต่างมีผู้แทนในรัฐสภาเท่ากัน ปัญหาเกิดขึ้นเมื่อมีการรวมรัฐใหม่ เข้ามาทำให้เกิดการโต้แย้งเรื่องที่จะอนุญาตให้มีทาส หรือไม่ให้มีในรัฐใหม่ ฝ่ายทหารที่ไม่ต้องการมีทาส เริ่มในรัฐทางเหนือในช่วงทศวรรษที่ 1830 เป็นฝ่ายนิยมความรุนแรงมีผู้นำเช่น แกริสัน ฟินนีย์ และเวลด์ ซึ่งแกริสันได้ออกหนังสือพิมพ์ที่ทรงอิทธิพลชื่อ Liberator ในบอสตัน ค.ศ.1831 และยังตั้งสโมสรต่อต้านการมีทาสในฟิลาเดลเฟีย ค.ศ.1833
ห้องสนทนา เม้าท์ระเบิด : โลกกับธรรม : English Corner : ข่าวประชาสัมพันธ์ : BKK Blog : Work at Home
เกมส์ Photo Hunt : Jigsaw : Hang Man : Tetris : Slider : จับคู่
BKK Mobile Picture Message : Logo : Mini Logo : Screen Saver : Text SMS : Color Picture Message : Wallpaper
รักและคิดถึง พบเพื่อนใหม่ : E-Cards : กลอนแทนใจ : ศาลาพักใจ : เยาวชนคนดี
สารพันบันเทิง ดูหนัง ฟังเพลง : ซอกแซกผ่านจอ : มุมฟุตบอล : เสี่ยงเซียมซี : ดวงดาวโคจร ออนไลน์ : Wallpaper : บันเทิง-เริงใจ : ซุบซิบดารา
สารพัดความรู้ เสวนาธุรกิจ : บัญชีทีเบรค : กระดูกและข้อ
ภาษาพาเพลิน Everyday English : Did you know? : E-Dialog : รู้จักญี่ปุ่น
ห้องสมุด BKK Business Letter : Song of the Week : พี่เลี้ยงภาษาอังกฤษ : เพลินภาษาน่ารู้ :E-Diary :
ศัพท์ทันโลก : สืบสายนิยายดัง : Alphabetize : SEX : วัยรุ่น วัยดึก : นางาซากิ: นานานก :
ชีวิตหลากสี : ยายวันวาน : พาชิมริมครัว : IT Audit : Chic & Trendy : Indy Zone :
เกร็ดความรู้ไอที : Star Corner : New York! New York!
BKK Center Hot Links : เบอร์โทรศัพท์ฉับไว : About us : ติดต่อ BKKonline