
อันที่จริงแล้วอัศวิน และสไควร์น่าจะออกเดินทางตอนกลางคืน
แต่ดอนคิดว่าควรจะให้ทุกคนได้เห็นความกล้าหาญของเขา
ที่พร้อมจะออกไปสู้ศึกเยี่ยงอัศวินผู้กล้า
เขาเริ่มการผจญภัยเมื่อได้เห็นกังหันลมซึ่งดอนเหมาว่าเป็นสัตว์ประหลาด
เขาควบม้าของเขาเข้าจู่โจมทันทีโดยคิดว่ากังหันลมนั้น
คือยักษ์ที่ชั่วร้าย
ปรากฎว่าใบพัดของกังหันอันหนึ่งหมุนมาปะทะร่างของเขาจนลอยละลิ่วไปในอากาศ
ปานซาต้องดึงตัวดอนขึ้น
และพยายามเปลี่ยนความตั้งใจที่จะสู้กับสิ่งไม่มีชีวิตนั้น
แต่ดอนก็ย้ำให้ปานซาเข้าใจว่ากังหันลมนั้น คือพ่อมดที่ปลอมตัวมา
การผจญภัยต่อมาของดอน กิโซต์ตามลำดับ
คือการได้พบพระสองรูป
และชายสองคนที่ขี่ม้ามาพร้อมกับรถนั่งที่มีสตรีนางหนึ่งนั่งมาด้วย
ดอนเริ่มฝันทันทีว่าหญิงนั้นเป็นเจ้าหญิงที่ถูกลักตัวมา
เขาต้องเข้าไปช่วยเธอจากโจรร้าย
ครั้งนี้เขาถูกพระและชายหนุ่มบนหลังม้าขัดขวางเต็มที่
ผลก็คือดอนต้องเจ็บตัวอีก ต่อมาเมื่อเดินทางไปถึงโรงแรมเล็กๆ
ดอนก็เข้าไปสอดแทรกในการนัดพบกันระหว่างชายแบกหามกับสาวใช้
ดอนถูกคนแบกหามตี
และเจ้าของโรงแรมก็เรียกร้องค่าเสียหายที่ดอนเข้ามก่อเรื่องวุ่นวาย
ทั้งสองคนต้องพากันหนีเตลิดเปิดเปิงแบบคลุกฝุ่น
ที่เกิดจากการเดินทางของฝูงแกะสองกลุ่มใหญ่
แทนที่ดอนจะพยายามเข้าใจว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร
เขาก็กลับคิดว่าฝุ่นนั้นเกิดจากการต่อสู้ระหว่างอัศวินสองฝ่าย
เขารีบเข้าไปเกี่ยวข้องด้วยทันที
ฝูงแกะเกิดแตกตื่น เด็กเลี้ยงแกะจึงเอาก้อนหินปาดอนจนบาดเจ็บ
พอถึงกลางคืนที่มีการทำพิธีศพงานหนึ่ง
ดอนก็คิดว่าขบวนผู้คนที่เดินมาเป็นสัตว์ร้ายกำลังพากันเดินออกมา
เขาตรงเข้าจู่โจม
และเดินตามขบวนศพไปโดยมีซานโชพยายามอธิบายความจริง
และเรียกชื่อเขาว่า Knight of the Sorry Aspect
และเมื่อเดินทางต่อมาในตอนกลางคืนเขาได้ยินเสียงร้องครางตลอดคืน
ดอนก็ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันอยากจะจัดการกับยักษ์เจ้าของเสียงโดยเร็ว
เขาเตรียมตัวจะขึ้นลาไปยังที่มาของเสียง แต่ชานโซรู้สึกขยาด
ที่จะต้องถูกผู้คนรุมตีเอาอีก
เขาจึงใช้วิธีดึงเจ้าลาพาหนะไว้ไม่ให้ขยับเขยื้อนได้
ดอนต้องรอจนถึงเช้าจึงรู้ว่าเสียงร้องครวญครางนั้น
คือเสียงใบพัดลมในโรงสีข้าวไม่ใช่ยักษ์มารที่ไหน |
คู่ต่อสู้คนต่อไปของดอน
คือช่างตัดผมผู้น่าสงสารคนหนึ่งที่ดอนเข้าไปยึดอ่างใบไหญ่มาเพราะ
ดอนคิดว่าอ่างนั้นคือเสื้อเกราะทองของ Mambrino
และเครื่องอานม้าก็คือถุงบรรจุทองคำจำนวนมาก
คราวนี้ดอนไม่เจ็บตัวเท่าใดนัก
เพราะไม่ใช่เป็นการจู่โจมคนกลุ่มใหญ่เหมือนที่ผ่านมา
เขากับลูกน้องเดินทางต่อไปจนถึงโรงเก็บทาสที่ดอนเกิดทึกทักอีกว่า
เขาจะต้องปลดปล่อยทาสเหล่านั้นให้ได้
ดอนสมมติตนเองเป็นอัศวินเช่นเคย
คราวนี้ทำให้ซานโชกลัวโทษทัณฑ์จากเจ้าของทาสถึงกับหนีไปอยู่ที่ภูเขา
แต่ไม่นานก็กลับมาหาดอนอีกด้วยความเป็นห่วง
และนำเรื่องของดอนไปเล่าให้เพื่อนของดอนฟัง
ทั้งสองคนจึงเดินทางมากับซานโช
และวางแผนที่จะพาตัวดอนกลับบ้านเสียที |
 |
ทั้งหมดเดินทางมาถึงโรงแรมเดิมที่เคยมาพัก
พระเล่าเรื่องความไม่เต็มเต็งของดอนให้เสมียนโรงแรมฟัง
เสมียนยอมรับว่าตนก็คลั่งเรื่องอัศวินเหมือนกัน
ฝ่ายดอนเมื่อนอนหลับก็ฝันว่าต่อสู้กับยักษ์
เขาใช้ดาบแทงยักษ์สองตน
ซึ่งเมื่อตื่นขึ้นกลับพบว่าเป็นถุงห่อไวน์อันมีค่าสองอันของเจ้าของโรงแรม
พอดีช่างตัดผมที่ยังโกรธแค้นผ่านมาพอดี
เขาจึงทวงอ่างกับอานหลังม้าคืนจากดอน
ตำรวจที่ได้รับการร้องเรียนจากเจ้าของทาสก็มาถึง
เตรียมจับดอนกับซานโชในความผิดฐานปล่อยทาส
พระจึงเล่าเรื่องสภาพจิตที่ไม่ปกติของดอนให้ตำรวจฟังด้วย
ตำรวจจึงพากันกลับไป
เมื่อมองไม่เห็นหนทางที่จะพาดอนกลับบ้านอย่างสงบได้แน่แล้วเพื่อนๆ
ของดอนจึงพากันปลอมตัว
และจับดอนใส่กรงแบบที่ใช้ขังวัว
สักพักหนึ่งก็เกิดสงสาร
และปล่อยตัวดอนที่สาบานว่าจะไม่หนี
และยังทำความพอใจให้แก่ดอนด้วยการคุยกันเรื่องอัศวิน
และต่อมาช่างตัดผมกับพระได้แวะมาเยี่ยมดอน
และส่งข่าวเรื่องเติร์กกำลังจะเข้าโจมตีสเปน
ดอนจึงเสนอให้กษัตริย์ทรงรวมบรรดาอัศวินมาช่วยกันรบกับเติร์ก
คราวนี้ซานโชเห็นว่าจะห้ามนายไม่อยู่อีก
เขาจึงบอกดอนว่าหนังสือเกี่ยวกับเรื่องอัศวินยังคงมีอยู่
ทำให้ดอนยิ่งฮึกเหิมที่จะได้ไปรบเยี่ยงอัศวินจริงๆ ที่ Saragossa
เพื่อนๆ ของดอนรู้ว่าไม่สามารถจะห้ามดอนได้
จึงได้แต่จัดให้มีผู้ติดตามดอนไป
จุดหมายแรกของดอน คือบ้านของ Dulcinea ที่ El Toboso
เขาไปแอบซุ่มอยู่ในป่า ซานโชเห็นหญิงสาวสามคนขี่ม้าออกจากหมู่บ้าน
เขาจึงขี่ม้าไปบอกดอนว่าดัลซิเนียกับสาวใช้เดินทางออกมาแล้ว
ดอนรีบออกไปกล่าววาจาต้อนรับแบบคนบ้าทำให้หญิงสามคนตกใจหนีไป
สองคนนายบ่าวก็ปักหลักอยู่ในป่าที่เดิม
พอดีมีอัศวินกับสไควร์อีกคู่หนึ่งโผล่มา
อัศวินคนใหม่โม้ว่าเขาสามารถปราบอัศวินทุกคนในสเปน
ฝ่ายดอนไม่ยอม เขาท้าอัศวินหน้าไหม่มาสู้กัน
อัศวินคนใหม่ตกจากหลังม้า ปรากฎว่าแท้จริงเขาคือ
Carrasco นักศึกษาที่ปลอมตัวมา
ส่วนสไควร์ก็คือเพื่อนของซานโช
และคารรัสโกนั้นโกรธมากที่ต้องพ่ายแพ้ดอน
และสาบานวาจะแก้แค้น
ดอนกับซานโชเดินทางต่อไปพบกับคนลากเกวียนบรรทุกสิงห์โตผ่านมา
ดอนเข้าไปขอร้องให้เจ้าของเปิดกรงเพราะสงสารสิงห์โตที่ถูกขัง
เจ้าของสิงห์โตเชื่อฟัง และเปิดกรงสิงห์โต ถ้าสิงห์โตออกมาจริงๆ
ดอนก็คงจะแย่ แต่น่าเแปลกที่สิงห์โตกลับไม่ยอมออกจากกรง
มันเพียงแต่ยืนขวางประตูอยู่เท่านั้น
ดอนจึงรอดตายมาร่วมงานแต่งงานของคู่บ่าวสาว
ที่เจ้าบ่าวใช้เล่ห์เหลี่ยมหลอกเจ้าสาวมาแต่งงาน
โดยบอกเจ้าสาวของเขาว่า เขาเป็นชายร่ำรวยที่เจ้าสาวเลือกไว้
ดอนพยายามจะเข้าไปเกี่ยวข้องตามเคย
ก่อนที่จะเดินทางต่อไป Caves of Montesinos
ที่เขาไปนอนหลับอยู่ที่ก้นหลุมพร้อมกับความฝันว่าได้ใช้เวลาถึงสามวันในวัง
และในป่ามหัศจรรย์กับดัลซิเนียที่เขาหลงรัก และเทิดทูน
ครั้นแล้วดอนก็เดินทางมาถึงโรงแรม
และได้พบคนเชิดหุ่นเจ้าเล่ห์ที่ทำให้ดอนกับลูกน้องต้องหนีลงเรือที่แม่น้ำเอโบรไป
พบกังหันลมขนาดใหญ่ที่ทำให้ดอนฝันต่อว่าเขาเดินทางไปถึงเมืองใหญ่
ที่รอให้เขามาปลดแอก
เขาเดินหลงทางเข้าป่าได้พบกับนางพรานสาวที่อ้างว่ารู้เรื่องอัศวิน
และคนรับใช้เป็นอย่างดี
ทั้งสองคนจึงตามเธอไปที่ปราสาทของดุ๊กกับดัทเชส
ที่ได้รู้เรื่องการผจญภัยของเขาก่อนหน้านี้
มีการแสดงเรื่องของดัลซิเนียผู้เศร้าสร้อยซึ่งแท้จริง
คือคนรับใช้ของท่านดุ๊กปลอมตัวมา
ฝ่ายซานโชถูกเฆี่ยนถึง 500ที
และต้องร่วมเล่นตลกโดยขี่ม้าไม้วิเศษในเรื่องเข้าไปในป่า
ทั้งสองถูกปิดตาขี่ม้าโดยถูกพวกคนรับใช้เป่าลมเข้าหน้ากับใช้ไต้ส่องทางประชิดที่หน้า
ซานโชตัดสินใจเดินทางไปที่เกาะ ซึ่งก็
คือหมู่บ้านภายใต้การปกครองของดุ๊กกับดัทเชส
เขาอยู่ที่นั่นหนึ่งอาทิตย์แล้วจึงออกเดินทางไปพร้อมกับดอน
ครั้งแรกมุ่งไปที่ Saragossa ต่อมาเปลี่ยนไป Barcelona
ซึ่งประชากรที่นั่นได้ล่วงรู้เรื่องราวการผจญภัยของดอนมาก่อนด้วย
เขาทั้งสองได้เป็นแขกของ Moreno
ที่ขอให้ทั้งสองคนไปตรวจดูห้องๆ
หนึ่งที่ต่อมากลับกลายเป็นห้องในเรือที่มีโจรสลัดไล่ติดตามออกทะเล
ซานโชกลัวมาก เพราะนอกจากโจรสลัดแล้วก็ยังมีอัศวิน White Moon
เดินทางมาบาเซโลนามาท้าดวลกับดอน
ผลการต่อสู้คือการที่ดอนแพ้
และปรากฎในภายหลังว่าอัศวินที่มาท้าทายนั้นคือ Carraso นั่นเอง
เรื่องราวในตอนที่หนึ่งโดยสรุปจึงเป็นเรื่องที่เล่าถึงภาพฝันของดอน
และลักษณะอุดมคติ (idealistic)
ที่ทำให้ดอน กิโซต์มุ่งมั่นที่จะกระทำตนเป็นผู้มีคุณธรรมแบบอัศวินยุคกลาง
จนไม่ยอมฟังเสียงของซานโชที่เป็นสัจนิยม (realistic)
ความบริสุทธิ์ที่ดูเกือบจะเป็น "ไร้เดียงสา"
ของดอน กิโซต์กลับสร้างมุมมองที่น่าเอ็นดูจนในภายหลังซานโช
เองก็เกิดความเห็นใจ และไม่ขัดขวางดอนอีก
ตอนที่สอง
เป็นตอนที่ลักษณะตรงกันข้ามกันที่ชัดเจน
ระหว่างความโรแมนติกของดอน กิโซต์
กับความฉลาดแบบนักปฏิบัติของซานโชดูไม่ชัดเจนเหมือนตอนแรก
ดอน กิโซต์กลับเป็นผู้ที่มีเหตุผลขึ้น
และซานโชมีทีท่าเข้าใจความฝันของนายตนมากขึ้น
ในตอนท้ายเรื่องนี้ดอนเดินทางกลับบ้าน
กลับไปเลี้ยงแกะ และมีร่างกายทรุดโทรมลงอย่างรวดเร็ว
และก่อนตายเขาประกาศว่าเรื่องอัศวินเป็นเรื่องเหลวไหลทั้งเพ
เขาประกาศว่า
"ในรังนกเมื่อปีที่ผ่านมา ไม่มีนกอยู่เลยในปัจจุบัน" |