Moby Dick
๑๙ มิ.ย. ๔๔
อัธยา โกมลกาญจน

ผู้ประพันธ์นวนิยายเรื่องนี้เป็นชาวอเมริกันคือ Herman Melville (1819-1891) ที่มีประสบการณ์สูงด้านการเดินเรือ เขาเป็นชาวนิวยอร์คที่ได้เริ่มใช้ชีวิตเป็นนักเดินเรือตั้งแต่ ค.ศ.1837 เขาได้ออกเดินทางไปถึงเมืองลิเวอร์พูลในอังกฤษ เมื่อกลับอเมริกาแล้วได้ประกอบอาชีพครูอยู่พักหนึ่ง ก่อนที่จะออกเดินทางไปกับเรือล่าปลาวาฬสู่ทะเลใต้ใน ค.ศ.1841 เมื่อเดินทางไปได้ประมาณ 18 เดือน ก็ตัดสินใจขึ้นจากเรือที่เกาะ Marqueses และพักอยู่กับชาวพื้นเมืองเป็นเดือนๆ จึงได้อาศัยเรือพาณิชย์ของชาวออสเตรเลียนมาขึ้นที่ Papeete ในหมู่เกาะTahiti เขาถูกจับขังคุกที่นี่ชั่วระยะเวลาหนึ่ง ต้องทำงานหนักเป็นกรรมกรจนต่อมาได้ลงเรือมุ่งสู่โฮโนโลลู เขาได้เข้าทำงานในเรือลาดตระเวนสหรัฐใน ค.ศ.1844 ประสบการณ์ชีวิตที่ผ่านมาเหล่านี้น่าจะมากพอที่จะทำให้เขาเริ่มเขียนนวนิยาย และย้ายถิ่นพำนักไปยังเมืองบอสตัน และนิวยอร์ค ซิตีตามลำดับ
นวนิยายเรื่องสำคัญของเมลวิลล์มีอาทิ Typee: A Peep at Polynesian Life (1846); Omoo, a Narrative of Adventures in the South Seas (1847); และ Mardi (1849) เป็นต้น
ใน ค.ศ.1850 เมลวิลล์ได้รู้จักกับ Nathaniel Hawthorne ผู้ให้ความบันดาลใจในการเขียนนวนิยายเรื่องเยี่ยมของเขาคือเรื่อง Moby Dick (The White Whale (1851) พลอตเป็น Sybbolic allegory เล่าเรื่องความอาฆาตแค้นระหว่างกัปตันอาฮับกับโมบี ดิค เพราะกัปตันเคยถูกเจ้าปลาวาฬตัวนี้กัดที่ขามาจนถึงเข่า ผู้ติดตามไปกับเรือลำที่มุ่งล้างแค้นของกัปตันมีกะลาสีหลายคน และมีคนเล่าเรื่องนี้คือ Ishmael แบบอย่างการเล่าเรื่องเป็นเชิงพรรณนาความ ตั้งแต่การทำพิธีกรรมก่อนออกทะเล และเรื่องรายละเอียดปลีกย่อยอื่นๆ ที่จะทำให้ผู้อ่านเข้าใจเรื่องราวชัดเจนขึ้น เรื่องจะค่อยเข้มข้นขึ้นเพื่อเน้นฝีมือ และความสำเร็จของกัปตันจนมาถึงที่สุดคือเมื่อโมบี ดิคสามารถทำลายทั้งเรือ และชีวิตของทุกคนบนเรือ คงเหลือแต่เพียงอิชมาเอลที่ได้มาเล่าเรื่องทั้งหลายที่เกิดขึ้นให้ทุกคนฟังเท่านั้น เนื้อเรื่องจะอยู่ในประมาณต้นคริสต์ศตวรรษที่ 19
นวนิยายเรื่องนี้ได้รับการตีพิมพ์ใน ค.ศ.1851 ถือเป็นหนึ่งในงานวรรณกรรมอเมริกันชิ้นเยี่ยม แต่ก็เป็นเรื่องที่ได้รับ "กล่อง" มากกว่าเงินในสมัยการพิมพ์ครั้งแรก มองดูชื่อ และเนื้อเรื่องในเบื้องต้นก็อาจจะทำให้ผู้อ่านคิดว่าเป็นเพียงนิทานสำหรับเด็ก แต่เมื่ออ่านไปเรื่อยๆ ก็มองได้ว่าเป็นเรื่องของลูกผู้ชายแท้ๆ ส่วนถ้าจะจับแง่คิดก็น่าจะเข้าใจได้ว่า เมลวินตั้งใจแสดงให้เห็นว่าเหตุวิบัติทั้งหลาย บางครั้งก็เกิดขึ้นเพราะมนุษย์ที่ทำตัวเป็นพระเจ้า ที่จะทำหน้าที่ชี้ถูกชึ้ผิดแล้วใช้กำลังเข้าไปจัดการกำจัดพลังอำนาจแท้ๆ ที่พระเจ้าสร้างขึ้นคืออำนาจธรรมชาติ ปลาวาฬอาจจะกลายเป็นตัวแทนของความชั่วร้าย ส่วนกัปตัน Ahab ก็หลงตัวว่า เขาคนเดียวก็สามารถทำลายความชั่วร้ายนั้นได้ เขาไม่สำนึกเลยว่า แท้จริงเขาก็เป็นสิ่งเลวร้ายนั้นเสียเอง


เนื้อเรื่องย่อ
Ishmael เป็นครูโรงเรียนที่ทำงานหนักจนถึงระยะเวลาหนึ่ง ก็เกิดความรู้สึกว่าตนเองควรจะได้มีเวลาพักผ่อนบ้าง การพักผ่อนที่ดีสำหรับเขาก็คือได้ออกเดินเรือไปในทะเล ได้เปลี่ยนจากการเป็นครูมาเป็นกะลาสีเรือ เดินทางไปกับเรือล่าปลาวาฬสู่ Cape Horn ในมหาสมุทรแปซิฟิก
เรือของเขาได้ไปแวะจอดที่เมือง New Bedford เขาได้ไปพักที่ Spouter Inn ใกล้ทะเล เพื่อเป็นการประหยัดทำให้เขาต้องไปพักร่วมกับนักล่าปลาวาฬคนหนึ่ง ตอนที่เพื่อนร่วมห้องคนนี้เดินเข้ามา อิชมาเอลตกใจมากที่ดูคนๆ นี้จะมีท่าทางโหดๆ อยู่มาก แต่ต่อมาเขาก็รู้ว่าชายที่ชื่อ Queequeg นั้นไม่ได้โหดเหมือนที่คิด เขามีท่าทางเป็นมิตรพอใช้ได้ และทั้งสองก็กลายเป็นเพื่อนกันจนถึงมีการเสนอร่วมทุนด้วย 30 เหรียญ และตกลงลงเรือล่าปลาวาฬชื่อ Pequod เตรียมออกเดินทางไปนอกฝั่ง Nantucket ก่อนออกเดินทางมีคนมาเล่าเรื่องกัปตันเรือลำนี้ว่าชื่อ Ahab เป็นคนที่ดูประหลาด และพิลึกพิลั่นอยู่ แต่ทั้งอิชมาเอล และควีเควกก็ไม่เปลี่ยนใจ เพราะความต้องการเดินเรือมีมากเกินกว่าที่จะยกเลิกเสียง่ายๆ
เรือแล่นออกจากฝั่งมาหลายวัน โดยทั้งสองไม่เคยเห็นหน้ากัปตันเรือเลย เขารู้เพียงว่ากัปตันจะหมกตัวอยู่แต่ในเคบินของเขา คนที่ออกมาทำหน้าที่จะมีแต่คนสองคนคือ Starbuck กับ Stubb ซึ่งเมื่ออิชมาเอลกับควีเควกพยายามจะซักถามถึงกัปตัน ทั้งสองคนก็มักจะหลีกเลี่ยง ไม่ยอมเล่าเรื่องใดๆ เกี่ยวกัปตันให้เขาฟังเลย จนวันหนึ่งเมื่อเรือแล่นลงไปทางใต้เรื่อยๆ กัปตันก็ปรากฎตัวที่ดาดฟ้า ผู้โดยสารทั้งสองสังเกตเห็นว่ากัปตันไม่มีขา และแทนที่จะใช้เฝือกไม้ หรือวัสดุอื่น เขากลับใส่ขาที่ทำด้วยกระดูกกรามของปลาวาฬ ที่หน้าก็มีแต่แผลเป็นเรื่อยลงไปจนถึงคอเสื้อ คนที่เห็นก็คงจะพอคาดเดาต่อไปว่าแม้จะมีเสื้อผ้าที่เขาสวมปิดบังอยู่ แท้จริงแล้วเขาคงจะมีแผลเป็นตลอดร่างของเขาเลยทีเดียว
ต่อมาอีกหลายวัน เรือก็แล่นเข้าสู่บริเวณที่อยู่ของปลาวาฬ กัปตันอาฮับขึ้นไปปรากฎตัวบนดาดฟ้าเรือ เขาสั่งให้ทุกคนตามขึ้นไปด้วย พร้อมกับหยิบแท่งทองคำออกมาแสดงต่อหน้าทุกคน ประกาศว่าเขายินดีที่จะมอบทองคำแท่งนั้นให้ผู้ที่พบปลาวาฬขาว ลูกเรือทุกคนพากันตื่นเต้น ยกเว้นสตาร์บัคกับสตับบ์ ที่ไม่เห็นด้วยกับการวางแผนการณ์ล่าปลาวาฬของกัปตัน เขาว่าควรจะใช้เวลาการเดินทางเพื่อจุดประสงค์อย่างอื่นมากกว่า การที่จะมุ่งล่าสังหารปลาวาฬเพียงตัวเดียว เขาเตือนว่าเจ้าปลาวาฬตัวนี้ไม่ธรรมดา มันดุร้ายมาก และอาฮับเองก็เสียขาไปเพราะเจ้าปลาวาฬตัวนี้ เป็นไปได้ว่าหากพบกันอีกครั้ง อาฮับอาจจะต้องถึงกับเสียชีวิตก็ได้ แต่กัปตันไม่ยอมฟังคำเตือนของเพื่อน เขาเข้าไปขนเหล้าออกมาแจกกันดื่ม เป็นการย้อมใจทุกคนรวมทั้งกะลาสีคนหนึ่งก็เอาใจเจ้านาย ด้วยการประกาศเชิญชวนทุกคนดื่มให้กับการตายของโมบี ดิคเป็นการล่วงหน้า
ดังนั้นเมื่อเรือแล่นใปถึงแหล่งวางไข่ของปลาวาฬใกล้แหลมกูด โฮป ทุกคนพากันเตรียมตัวเพื่อล่าสังหาร เมื่อเรือแล่นสวนกับเรือล่าปลาวาฬลำอื่นๆ อาฮับก็จะพยายามสอบถามที่อยู่ของปลาวาฬขาวจากคนเหล่านั้น ซึ่งกัปตันหลายคนต่างเตือนอาฮับว่า อย่าคิดล่าโมบี ดิคเลย แต่อาฮับไม่ฟัง
เรือ Pequod ยังคงแล่นไปเรื่อยๆ ฝ่ายกัปตันอาฮับก็เฝ้าถามใครๆ เรื่องปลาวาฬขาว เมื่อยังไม่พบก็ได้แต่เพียงการร่วมล่าปลาวาฬตัวอื่นๆ ไปก่อน สตาร์บัคกับสตับบ์พยายามบอกให้ลูกเรือกลับไปที่เรือพีควอด แต่ไม่มีใครฟัง และในที่สุดควีเควกสามารถแทงปลาวาฬให้คนเรือลากมาที่เรือ มีข้อสังเกตว่าปลาวาฬมีเนื้อที่สีข้างแหว่งซึ่งคงจะเป็นส่วนที่ถูกปลาฉลามกัดกิน ลูกเรือช่วยกันใช้เชือกคล้องหัวปลาวาฬ และแขวนในแนวตั้งสูงหลายฟิต เมื่อมีการทำความสะอาดไขปลาแล้ว และปล่อยให้ไขมันละลายได้หลายหม้อ กัปตันก็ให้เก็บไว้ที่ใต้ดาดฟ้าเรือ

ขณะที่ลูกเรือกำลังทำงานหนักเรื่องปลาวาฬที่จับมาได้นั้น เรือก็แล่นเข้าสู่เขตมหาสมุทรอินเดีย ได้พบเรืออังกฤษในบริเวณนั้น กัปตันอาฮับถามถึงโมบี ดิคอีก แทนคำตอบนั้น กัปตันชาวอังกฤษได้ชูแขนของเขาที่ดามด้วยกระดูกปลาวาฬ ให้อาฮับดูแทน กัปตันอาฮับพอใจมากที่เขาได้รู้แล้วว่าขณะนั้นโมบี ดิคอยู่ที่ไหน เขาไม่กลัวเกรงเลยที่จะต้องพบ และสู้กับมันให้รู้ดำรู้แดงกันไปข้างหนึ่ง
สตาร์บัคพยายามชักชวนให้กัปตันยกเลิกการตามฆ่าโมบี ดิค แต่อาฮับกลับใช้ปืนขู่เพื่อนเป็นการห้ามพูด และเลิกยุ่งกับเขา พอดีควีเควกล้มป่วยมีอาการหนักเป็นที่คะเนว่าเขาคงจะเสียชีวิต ควีเควกขอให้กัปตันทำโลงศพของเขาเป็นรูปเรือแคนูตามประเพณีของขนเผ่า เมื่อเสร็จก็ให้นำมาวางข้างๆ คนป่วย เมื่อควีเควกตายก็จะได้บรรจุร่างของเขาลงในเรือแคนูลำนั้น น่าแปลกที่ควีเควกกลับหายป่วย โลงเรือแคนูจึงถูกเก็บไว้ และควีเควกก็ใช้เวลาเขียนลวดลายสวยงามบนนั้น เป็นการฆ่าเวลาระหว่างการเดินทาง
ผู้โดยสารบนเรือคนหนึ่งที่ทำให้คนเรือพากันสงสัยในความ "แปลกๆ" ของเขาคือ Parsee, Fedallah (แขกเปอร์เซียนับถือนิกาย Zoroaster) ไม่มีใครรู้ว่าเขาเป็นอะไรกับกัปตันแต่ดูความสัมพันธ์ต่อกันก็มีพิลึกๆ อยู่ เฟดัลเลาะห์ทำนายว่ากัปตันอาฮับจะตาย เมื่อได้พบการตายอย่างประหลาดสองเหตุการณ์ในทะเลคือ การตายโดยถูกวัสดุที่ไม่มีชีวิตลากออกไปทิ้งทะเล อีกแบบหนึ่งคือการตายเพราะท่อนไม้จากอเมริกา ส่วนตัวกัปตันจะไม่มีทั้งโลงศพ และหีบศพใส่ร่างของเขา คำทำนายนี้จึงนับว่าประหลาดอยู่ และน่าจะเป็นการยากที่จะเกิดขึ้นได้
ครั้นแล้วก็ได้เกิดพายุรุนแรงขึ้นในคืนหนึ่ง ฟ้าผ่าลงมาที่เสากระโดงเรือทำให้บรรดาลูกเรือตกใจมาก พวกเขาคิดว่าเป็นสัญญานเตือนจากพระเจ้าให้ยกเลิกภาระกิจที่ตั้งใจมา และเดินทางกลับบ้านไปเสีย แต่กัปตันไม่สนใจ เขายังคงตั้งใจที่จะล่าเจ้าปลาวาฬขาวให้ได้

หลังจานั้นอีกสองสามวัน ทุกคนก็ได้ยินเสียงของโมบี ดิค กัปตันสั่งให้นำเรือเล็กลงไปเพื่อเตรียมสู้กับปลาวาฬ โมบี ดิคสามารถพลิกเรือเล็กจนคว่ำลง และด้วยแรงกระแทกทำให้เรือแตกเป็นชิ้นๆ พวกลูกเรือกระเด็นหลุดออกไปกลางท้องทะเล กัปตันต้องส่งคนออกไปกันเจ้าปลาวาฬไว้ และพยายามช่วยลูกเรือของตนกลับมาที่เรือ พวกลูกเรือเหล่านี้ได้พักตลอดวันจนถึงวันที่สอง พวกลูกเรือก็สามารถทำความพอใจให้กัปตันด้วยการพุ่งฉมวกไปปักที่ตัวปลาถึงสามแห่ง ฝ่ายปลาก็ไม่ยอมง่ายๆ มันพุ่งเข้าโจมตีกระบวนเรือจนแตกกระจัดกระจายกัน กะลาสีกระเด็นออกไปลอยคออยู่กลางทะเล โดยเฉพาะเรือของกัปตันอาฮับถูกเจ้าปลาวาฬขาวหนุนขึ้นสูง แล้วปล่อยให้ตกลงมาในทะเล ถึงตอนนี้ไม่มีใครเห็นเฟดัลเลาะห์ มีแต่กัปตันอาฮับเท่านั้นที่ลูกเรือสามารถช่วยชีวิตไว้ได้
พอถึงวันที่สามของการล่า เจ้าปลาวาฬขาวเริ่มมีท่าทางเหนื่อยอ่อน เรือพีควอดสามารถไล่ตามมันทัน กะลาสีเรือช่วยกันพุ่งเชือกที่ผูกติดอยู่กับฉมวกปักลงบนร่างกายของมัน เตรียมที่จะลากตัวมันเข้ามาใกล้เรือ ทุกคนเห็นร่างของเฟดัลเลาะห์ถูกพุ่งติดด้ามฉมวกลงไปในทะเล นับว่าเป็นเหตุการณ์ที่หนึ่งตามคำทำนายของ เฟดัลเลาะห์เองแล้ว
ฝ่ายโมบี ดิคเมื่อต้องเจ็บด้วยแผลจากฉมวก มันดิ้นรนแรงมากจนเรือเล็กล่มไปหลายลำ สตาร์บัคที่อยู่บนเรือใหญ่พยายามพาเรือแล่นตามปลามา และหาทางช่วยกัปตันกับลูกเรือคนอื่นๆ เจ้าปลาวาพจึงหาทางงับเรือจนแตกออก อาฮับได้เห็นทันที่ว่าเรือทำด้วยไม้สักจากอเมริกาเท่ากับเขาได้เห็นเหตุการณ์ ตามคำทำนายที่สองของเฟดัลเลาะห์ ส่วนคำทำนายที่สามว่ากัปตันจะต้องตายด้วยเชือกก็คือ เมื่อเชือกที่ติดกับฉมวกหลุดมาพันรอบคอเขา และดึงให้เขาหลุดจากเรือ เมื่อเรือแตก ไม่มีใครรอดชีวิตเลย นอกจากอิชมาเอลที่ได้อาศัยพยุงตัวบนโลงศพที่แกะเป็นรูปเรือของควีเควก เขาลอยอยู่ในทะเลไม่นานก็มีเรือผ่านมา และช่วยชีวิตของเขาไว้ได้ขณะที่เรือพีควอดจมลง


ข้อคิดจากนิยายเรื่องนี้

เจตนารมณ์ในการมุ่งสังหารโมบี ดิค เป็นเสมือนการตั้งเข็มแห่งความตายไว้ล่วงหน้า ดังนั้นเรื่องที่จบลงจึงหนีไม่พ้นความตาย เรื่องนี้จึงเท่ากับเป็นการเตือนสติผู้คนให้ยุติความอาฆาตมาดร้าย และควรจะเปลี่ยนไปสู่หลักเมตตาธรรมที่จะทำให้คนเรามีจิตใจบริสุทธิ์ ซึ่งก็เหมือนเป็นการตั้งเข็มเดินทางไปสู้ความสุขสมบูรณ์ในอนาคต
ห้องสนทนา เม้าท์ระเบิด : โลกกับธรรม : English Corner : ข่าวประชาสัมพันธ์ : BKK Blog : Work at Home
เกมส์ Photo Hunt : Jigsaw : Hang Man : Tetris : Slider : จับคู่
BKK Mobile Picture Message : Logo : Mini Logo : Screen Saver : Text SMS : Color Picture Message : Wallpaper
รักและคิดถึง พบเพื่อนใหม่ : E-Cards : กลอนแทนใจ : ศาลาพักใจ : เยาวชนคนดี
สารพันบันเทิง ดูหนัง ฟังเพลง : ซอกแซกผ่านจอ : มุมฟุตบอล : เสี่ยงเซียมซี : ดวงดาวโคจร ออนไลน์ : Wallpaper : บันเทิง-เริงใจ : ซุบซิบดารา
สารพัดความรู้ เสวนาธุรกิจ : บัญชีทีเบรค : กระดูกและข้อ
ภาษาพาเพลิน Everyday English : Did you know? : E-Dialog : รู้จักญี่ปุ่น
ห้องสมุด BKK Business Letter : Song of the Week : พี่เลี้ยงภาษาอังกฤษ : เพลินภาษาน่ารู้ :E-Diary :
ศัพท์ทันโลก : สืบสายนิยายดัง : Alphabetize : SEX : วัยรุ่น วัยดึก : นางาซากิ: นานานก :
ชีวิตหลากสี : ยายวันวาน : พาชิมริมครัว : IT Audit : Chic & Trendy : Indy Zone :
เกร็ดความรู้ไอที : Star Corner : New York! New York!
BKK Center Hot Links : เบอร์โทรศัพท์ฉับไว : About us : ติดต่อ BKKonline