
ขณะที่ลูกเรือกำลังทำงานหนักเรื่องปลาวาฬที่จับมาได้นั้น
เรือก็แล่นเข้าสู่เขตมหาสมุทรอินเดีย
ได้พบเรืออังกฤษในบริเวณนั้น กัปตันอาฮับถามถึงโมบี ดิคอีก
แทนคำตอบนั้น กัปตันชาวอังกฤษได้ชูแขนของเขาที่ดามด้วยกระดูกปลาวาฬ
ให้อาฮับดูแทน กัปตันอาฮับพอใจมากที่เขาได้รู้แล้วว่าขณะนั้นโมบี ดิคอยู่ที่ไหน
เขาไม่กลัวเกรงเลยที่จะต้องพบ และสู้กับมันให้รู้ดำรู้แดงกันไปข้างหนึ่ง
|
สตาร์บัคพยายามชักชวนให้กัปตันยกเลิกการตามฆ่าโมบี ดิค
แต่อาฮับกลับใช้ปืนขู่เพื่อนเป็นการห้ามพูด
และเลิกยุ่งกับเขา
พอดีควีเควกล้มป่วยมีอาการหนักเป็นที่คะเนว่าเขาคงจะเสียชีวิต
ควีเควกขอให้กัปตันทำโลงศพของเขาเป็นรูปเรือแคนูตามประเพณีของขนเผ่า
เมื่อเสร็จก็ให้นำมาวางข้างๆ คนป่วย
เมื่อควีเควกตายก็จะได้บรรจุร่างของเขาลงในเรือแคนูลำนั้น
น่าแปลกที่ควีเควกกลับหายป่วย โลงเรือแคนูจึงถูกเก็บไว้
และควีเควกก็ใช้เวลาเขียนลวดลายสวยงามบนนั้น เป็นการฆ่าเวลาระหว่างการเดินทาง |
 |
ผู้โดยสารบนเรือคนหนึ่งที่ทำให้คนเรือพากันสงสัยในความ "แปลกๆ"
ของเขาคือ Parsee, Fedallah (แขกเปอร์เซียนับถือนิกาย Zoroaster)
ไม่มีใครรู้ว่าเขาเป็นอะไรกับกัปตันแต่ดูความสัมพันธ์ต่อกันก็มีพิลึกๆ อยู่
เฟดัลเลาะห์ทำนายว่ากัปตันอาฮับจะตาย
เมื่อได้พบการตายอย่างประหลาดสองเหตุการณ์ในทะเลคือ
การตายโดยถูกวัสดุที่ไม่มีชีวิตลากออกไปทิ้งทะเล
อีกแบบหนึ่งคือการตายเพราะท่อนไม้จากอเมริกา
ส่วนตัวกัปตันจะไม่มีทั้งโลงศพ และหีบศพใส่ร่างของเขา
คำทำนายนี้จึงนับว่าประหลาดอยู่ และน่าจะเป็นการยากที่จะเกิดขึ้นได้
ครั้นแล้วก็ได้เกิดพายุรุนแรงขึ้นในคืนหนึ่ง
ฟ้าผ่าลงมาที่เสากระโดงเรือทำให้บรรดาลูกเรือตกใจมาก
พวกเขาคิดว่าเป็นสัญญานเตือนจากพระเจ้าให้ยกเลิกภาระกิจที่ตั้งใจมา
และเดินทางกลับบ้านไปเสีย แต่กัปตันไม่สนใจ
เขายังคงตั้งใจที่จะล่าเจ้าปลาวาฬขาวให้ได้
หลังจานั้นอีกสองสามวัน ทุกคนก็ได้ยินเสียงของโมบี ดิค
กัปตันสั่งให้นำเรือเล็กลงไปเพื่อเตรียมสู้กับปลาวาฬ
โมบี ดิคสามารถพลิกเรือเล็กจนคว่ำลง
และด้วยแรงกระแทกทำให้เรือแตกเป็นชิ้นๆ
พวกลูกเรือกระเด็นหลุดออกไปกลางท้องทะเล กัปตันต้องส่งคนออกไปกันเจ้าปลาวาฬไว้
และพยายามช่วยลูกเรือของตนกลับมาที่เรือ พวกลูกเรือเหล่านี้ได้พักตลอดวันจนถึงวันที่สอง
พวกลูกเรือก็สามารถทำความพอใจให้กัปตันด้วยการพุ่งฉมวกไปปักที่ตัวปลาถึงสามแห่ง
ฝ่ายปลาก็ไม่ยอมง่ายๆ มันพุ่งเข้าโจมตีกระบวนเรือจนแตกกระจัดกระจายกัน
กะลาสีกระเด็นออกไปลอยคออยู่กลางทะเล
โดยเฉพาะเรือของกัปตันอาฮับถูกเจ้าปลาวาฬขาวหนุนขึ้นสูง
แล้วปล่อยให้ตกลงมาในทะเล ถึงตอนนี้ไม่มีใครเห็นเฟดัลเลาะห์
มีแต่กัปตันอาฮับเท่านั้นที่ลูกเรือสามารถช่วยชีวิตไว้ได้
พอถึงวันที่สามของการล่า เจ้าปลาวาฬขาวเริ่มมีท่าทางเหนื่อยอ่อน
เรือพีควอดสามารถไล่ตามมันทัน
กะลาสีเรือช่วยกันพุ่งเชือกที่ผูกติดอยู่กับฉมวกปักลงบนร่างกายของมัน
เตรียมที่จะลากตัวมันเข้ามาใกล้เรือ
ทุกคนเห็นร่างของเฟดัลเลาะห์ถูกพุ่งติดด้ามฉมวกลงไปในทะเล
นับว่าเป็นเหตุการณ์ที่หนึ่งตามคำทำนายของ เฟดัลเลาะห์เองแล้ว
ฝ่ายโมบี ดิคเมื่อต้องเจ็บด้วยแผลจากฉมวก มันดิ้นรนแรงมากจนเรือเล็กล่มไปหลายลำ
สตาร์บัคที่อยู่บนเรือใหญ่พยายามพาเรือแล่นตามปลามา
และหาทางช่วยกัปตันกับลูกเรือคนอื่นๆ
เจ้าปลาวาพจึงหาทางงับเรือจนแตกออก
อาฮับได้เห็นทันที่ว่าเรือทำด้วยไม้สักจากอเมริกาเท่ากับเขาได้เห็นเหตุการณ์
ตามคำทำนายที่สองของเฟดัลเลาะห์
ส่วนคำทำนายที่สามว่ากัปตันจะต้องตายด้วยเชือกก็คือ เมื่อเชือกที่ติดกับฉมวกหลุดมาพันรอบคอเขา
และดึงให้เขาหลุดจากเรือ เมื่อเรือแตก
ไม่มีใครรอดชีวิตเลย นอกจากอิชมาเอลที่ได้อาศัยพยุงตัวบนโลงศพที่แกะเป็นรูปเรือของควีเควก
เขาลอยอยู่ในทะเลไม่นานก็มีเรือผ่านมา และช่วยชีวิตของเขาไว้ได้ขณะที่เรือพีควอดจมลง |