The Woman in White
๑๗ ก.ค. ๔๔
อัธยา โกมลกาญจน

เป็นนวนิยายที่เขียนขึ้นโดย Wilkie Collins (1824-1889) นักประพันธ์ชาวอังกฤษ และเป็นชาวไบรตันคนแรกที่เขียนนวนิยายเชิงสืบสวนสอบสวน เขาเกิดที่ลอนดอน เคยประกอบอาชีพเป็นนักธุรกิจ และนักกฎหมายที่กลับมารู้สึกว่าตัวเองน่าจะชอบการเป็นนักเขียนมากกว่า พอดีได้มีโอกาสรู้จัก และสนิทสนมกับชาร์ลส์ ดิกเกนส์ใน ค.ศ.1851 จนได้ร่วมกันแต่งเรื่อง NoThoroughfare (1867) แล้วจึงเริ่มเขียนนวนิยายสองเรื่องของตัวเองคือ The Woman in White (1860) และ The Moonstone (1868) ซึ่งดิกเกนส์จัดพิมพ์ให้เป็นชุดๆ ทั้งสองเล่มกลายเป็นนวนิยายสืบสวนชิ้นโบว์แดง เป็นต้นแบบของการเขียนนวนิยายสืบสวนสอบสวนที่จะไม่เน้นความสำคัญของตัวละคร แต่เน้นการวางโครงเรื่องที่เร้าใจคนอ่านมากกว่า
หลังจากเรื่องThe Woman in White และ The Moonstones คอลลินส์ก็หันไปเขียนเรื่องผีคือ After Dark(1856) นิยายรักอิงประวัติศาสตร์เรื่อง Antonina (1850) และต่อมา ด้วยการที่เขาเป็นทั้งนักธุรกิจ และเป็นนักกฎหมาย เขาจึงหันมาเขียนเรื่องเกี่ยวกับปัญหาสังคมบ้างเหมือนกัน
สำหรับเรื่อง The Woman in White นี้ เป็นนวนิยายลึกลับที่กำหนดเนื้อเรื่องประมาณทศวรรษที่ 1850 สถานที่ของเรื่องคืออังกฤษที่ได้ตีพิมพ์ครั้งแรกใน ค.ศ.1860 ลักษณะการดำเนินเรื่องเป็นเสมือนการเก็บรวบรวมจากบันทึกของคนหลายคน เป็นโอกาสของผู้แต่งที่จะแสดงแนวทางการเขียนแบบต่างๆ ได้ไม่ซ้ำกัน คนอ่านจะสนใจเรื่องที่มีคนเล่าขานนั้นโดยไม่เบื่อ คุณลักษณะที่ชั่วร้ายของตัวละคร และเหยื่อถูกปรับให้ดูหมือนเป็นการเดินเรื่องในภาพยนตร์ ที่คนดูจะปะติดปะต่อความเข้าใจเนื้อหาโดยไม่ขาดตอน


เนื้อเรื่องย่อ

Professor Pesca เป็นเพื่อนชาวอิตาเลียนของ Walter Hartright ที่ช่วยให้วอลเตอร์ได้เข้าไปเป็นครูสอนวาดเขียนของหลานสาวสองคนของ นาย Frederick Fairlie แห่งตระกูล Limmeridge ที่คัมเบอร์แลนด์ ประเทศอังกฤษ
ระหว่างการเดินทางไปรับงาน วอลเตอร์ได้พบสตรีในชุดขาวที่ชานกรุงลอนดอน ทั้งสองคนได้พูดคุยกันในเวลาไม่นาน แต่ก็ทำให้วอลเตอร์ได้รู้ว่า หญิงสาวผู้นี้รู้จักบ้านลิมเมอริดจ์ด้วยเหมือนกัน เธออ้างว่าเธอเคยไปเรียนที่นั่นกับ Laura Fairlie ด้วย
ในตอนแรกๆ วอลเตอร์ไม่สนใจเรื่องราวที่หญิงสาวเล่าให้ฟังมากนัก จนจู่ๆ หญิงสาวผู้นั้นก็จากไปอย่างเงียบๆ เมื่อมีรถโคชคันหนึ่งมาจอด ผู้โดยสารคนหนึ่งชะโงกหน้าต่างมาถามตำรวจที่ยืนทำหน้าที่อยู่แถวนั้นว่า ได้เห็นผู้หญิงในชุดขาว หรือไม่ ตำรวจบอกว่าเขาไม่เห็น และวอลเตอร์ก็ลังเลที่จะสอดออกไปว่าเขาเห็นสตรีในชุดขาว รถโคชจอดอยู่ครู่หนึ่งก็เคลื่อนออกไป และวอลเตอร์ก็ทันได้ยินชายผู้นั้นบอกตำรวจว่า สตรีในชุดขาวได้หลบหนีออกมาจากโรงพยาบาลบ้า
ฝ่ายวอลเตอร์เดินทางมาถึงลิมเมอร์ริดจ์ เขาได้พบลูกศิษย์สองคนคือ Marian Halcombe สาวน้อยที่ดูเหมือนกับว่าถูกเก็บตัวอยู่แต่ในบ้าน แต่เธอกลับเป็นหญิงสาวที่เฉลียวฉลาด มีกิริยาอ่อนน้อมสงบเสงี่ยม กับน้องสาวลูกพี่ลูกน้องคือ Laura ผู้เป็นหญิงสาวแสนสวย และเป็นทายาทคนเดียวของตระกูลลิมเมอร์ริดจ์ ทั้งสองสาวอยู่ภายใต้การดูแลของคุณลุงคือนายเฟรเดอริก แฟร์ลีย์ ผู้เห็นแก่ตัว ขี้ฉ้อ และหน้าไหว้หลังหลอก
วอลเตอร์ตกหลุมรักลอราทันทีที่เห็นหน้าเธอ เมื่อคุ้นเคยกันมากขึ้น เขาได้เล่าให้เธอทั้งสองฟังเรื่องสตรีในชุดขาวที่ได้พบ เขาบอกเธอว่าสตรีนั้นมีหน้าตาเหมือนลอรามาก มาเรียนสนใจเรื่องนี้มาก เธอแอบไปค้นจดหมายของมารดาจนสามารถจับเค้าเงื่อนได้ว่า หญิงสาวผู้นั้นอาจจะเป็นนางสาว Anne Catherick
เวลาผ่านไปหลายเดือน มาเรียนสังเกตว่าวอลเตอร์หลงรักลอราอย่างจริงใจ เธอรู้ว่าทั้งสองคนคงแต่งงานกันไม่ได้แน่ๆ เพราะลอรากำลังจะแต่งงานกับผู้ที่นายแฟร์ลีย์จัดการให้คือ Sir Percival Glyde

มาเรียนแนะนำให้วอลเตอร์จากไปเสียก่อนถ้าไม่อยากสะเทือนใจ วอลเตอร์เชื่อมาเรียน และระหว่างการเดินทาง เขาก็ได้พบสตรีในชุดขาวอีกที่หลุมศพซึ่งจารึกชื่อนางแฟร์ลีย์ วอลเตอร์รู้สึกสงสัยจนต้องออกไปแสดงตัวว่าเขารู้จักคนในตระกูลนี้ และเพิ่งจากมา หญิงสาวในชุดขาวสารภาพกับวอลเตอร์ว่า เธอจะต้องพยายามขัดขวางการแต่งงานระหว่างลอรากับเซอร์เปอร์ซิวัล ให้ได้
วอลเตอร์กลับมาเล่าเรื่องสตรีในชุดขาวให้มาเรียนฟัง ซึ่งมาเรียนเห็นว่าเธอควรจะไปถามเรื่องราวรายละเอียดจากเซอร์เปอร์ซิวัลว่า แท้จริงเรื่องราวทั้งหมดมีความเป็นมาเป็นไปอย่างไร
อย่างไรก็ตาม วอลเตอร์ต้องออกจากบ้านลิมเมอร์ริดจ์ไป เซอร์เปอร์ซิวัลเดินทางมาถึง เมื่อมาเรียนถามเรื่องสตรีในชุดขาว ท่านเซอร์ก็บอกเพียงว่า สตรีในชุดขาวเป็นลูกสาวของอดีตสาวใช้ในครอบครัวของเขา หญิงสาวเกิดเสียสติคลุ้มคลั่งด้วยเหตุใดไม่ปรากฎ จำเป็นที่จะต้องส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลโรคจิตทันที เขาเองเป็นผู้นำตัวเธอผู้นั้นไปส่งโรงพยาบาลตามที่มารดาของเธอร้องขอ และเพื่อย้ำให้มาเรียนเชื่อเรื่องของเขามากขึ้น ท่านเซอร์จึงแสดงจดหมายของนางแคเทอริกให้มาเรียนดู มาเรียนจึงเชื่อสนิท
ในที่สุดเซอร์เปอร์ซิวัลก็ได้แต่งงานกับลอรา ปล่อยให้วอลเตอร์ผู้อกหัก ต้องออกเดินทางไปอเมริกากลางเพื่อแสดงผลงานศิลปะของเขา
ฝ่ายท่านเซอร์ และลอราเมื่อกลับมาจากฮันนีมูน มาเรียนสังเกตเห็นความผิดปกติของคนทั้งสอง มาเรียนรู้สึกว่าลอราไม่มีความสุขเลย และฝ่ายท่านเซอร์ก็ดูรุ่มร้อน แต่ก็ไม่มีใครอธิบายให้มาเรียนเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น ทั้งสองคนได้พามาเรียนไปอยู่ด้วยที่บ้านที่ Blackwater Park Count

ทั้งสองคงจะอยู่ด้วยกันอย่างไม่สงบสุขไปเรื่อยๆ ถ้านาย Fosco ชายร่างใหญ่ชาวอิตาเลียนจะไม่เดินทางมาเยี่ยมเซอร์เปอร์ซิวัล ภรรยาของนายฟอสโกเป็นป้าของลอรา และมาเรียนที่ก็ดูมีทีท่าชอบกลไม่ต่างไปจากสามี และในระยะที่ทั้งสองคนนี้มาพัก มาเรียนก็แอบได้ยินทั้งสองถกเกียงกันเรื่องปัญหาการเงินอยู่บ่อยๆ จนวันหนึ่ง ลอราก็ถูกบังคับให้ลงนามในสัญญา โดยไม่ให้โอกาสอ่านข้อความในสัญญานั้น
ทั้งลอรา และมาเรียนรู้ดีว่าเซอร์เปอร์ซิวัลกับเคานต์ฟอสโก ต้องการฉ้อโกงเงินของลอราแน่ๆ ลอราจึงไม่ยอมเซ็นชื่อให้ เซอร์เปอร์ซิวัลโกรธมาก เขาเอะอะโวยวาย และพยายามบังคับเธอ แต่ลอรายืนยันว่า เธอจะต้องได้อ่านรายละเอียดในสัญญานั้นก่อน ทั้งสองถกเถียงกันจนท่านเคานต์ต้องเข้ามาบอกให้ท่านเซอร์ยินยอม โอนอ่อนผ่อนตามใจลอราไปก่อน
เรื่องไม่ยุติเพียงนั้น เมื่อมาเรียนแอบได้ยิน ท่านเซอร์กับท่านเคานต์ปรึกษาเรื่องการหาแหล่งกู้เงินไปก่อน ระหว่างที่รอให้ลอราใจอ่อนยอมเซ็นมอบเงินของเธอให้ภายในสามเดือน มาเรียนเล่าเรื่องที่ได้ยินมาให้ลอราฟัง ทั้งสองรู้ดีว่าจะต้องระมัดระวังตัวให้มากจากภัยที่อาจคุกคามโดยไม่มีทางรู้ตัวล่วงหน้า
ต่อมา มาเรียนได้พบหญิงสาวชุดขาวโดยบังเอิญ เธอเริ่มสงสัยว่าเซอร์เปอร์ซิวัลน่าจะมีความลับบางอย่างที่เกี่ยวของกับแอนน์ แคเทอริก กับแม่ของเธอ แต่ก่อนที่แอนน์จะเล่าความลับของเธอให้มาเรียนฟัง เคานต์ฟอสโกก็ปรากฎตัวขึ้น และตะเพิดแอนน์หนีไป
ฝ่ายเซอร์เปอร์ซิวัลตกใจมากที่รู้ว่าแอนน์อยู่ใกล้ๆ บ้านของเขาเอง เขาตัดสินใจขังลอรา และมาเรียนไว้ในห้องนอนของทั้งสองคน มาเรียนพยายามปีนขึ้นไปบนหลังคาบ้านทั้งๆ ที่ฝนกำลังตกหนัก เธอแอบฟังท่านเซอร์กับท่านเคานต์สนทนากัน ทั้งสองวางแผนสังหารลอรา มาเรียนเตรียมจะบอกให้ลอราระวังตัว แต่ก่อนที่เธอจะเตือนลอราได้ มาเรียนก็เกิดเป็นไข้หวัดอย่างแรงจนลุกไม่ขึ้น และน่าแปลกที่ลอราเองก็เกิดการเจ็บป่วยด้วยโรคไม่ปรากฎ

เมื่อลอราหายป่วย และถามหามาเรียน ท่านเซอร์ และท่านเคานต์ก็บอกเพียงว่ามาเรียนไปลอนดอน ลอราไม่เชื่อว่ามาเรียนจะจากเธอไปโดยไม่บอกลา เธอยืนยันที่จะตามมาเรียนไปลอนดอน
ลอรามาถึงลอนดอน และได้พบท่านเคานต์ฟอสโก เขาให้ยาเธอขนานหนึ่ง และจับเธอใส่เสื้อผ้าเก่าของแอนน์ แคเทอริกหญิงสติไม่ดี เธอถูกนำไปที่โรงพยาบาลโรคจิตที่แอนน์แอบหนีไปก่อนหน้านั้น
ฝ่ายเซอร์ได้พบแอนน์ตัวจริง เนื่องจากแอนน์ และลอรามีหน้าตาคล้ายกัน ท่านเซอร์จึงวางแผนสังหารแอนน์ และแอบอ้างว่าแอนน์เป็นลอรา ร่างของเธอถูกนำไปฝังที่หลุมศพซึ่งจารึกชื่อว่าลอรา หรือนางกลิด
ฝ่ายมาเรียนเมื่อหายไข้ ก็ทราบข่าวการตายของพี่สาว เธอไม่ยอมเชื่อคำบอกเล่าของท่านเซอร์ และท่านเคานต์ เธอตัดสินใจไปพบแอนน์ที่โรงพยาบาล และได้พบว่าแท้จริงแอนน์ที่โรงพยาบาลโรคจิตคือลอราตัวจริง เธอจึงวางแผนพาลอราหนีกลับไปลิมเมอร์ริดจ์ แต่นายเฟรเดอริก แฟร์ลีย์ไม่ยอมรับเด็ดขาดว่าสตรีในชุดขาวคือลอราตัวจริง เขายังคงเชื่อว่าลอราคือแอนน์เพราะลอราไม่สามารถยืนยันว่าเธอคือลอรา ทั้งนี้เพราะเธอถูกวางยาให้ความจำเสื่อมระหว่างที่อยู่โรงพยาบาลนั่นเอง
มาเรียนโกรธมาก และพาลอราหนีไปที่หลุมฝังศพนางกลิดตัวปลอม (แอนน์) ที่นั่นทั้งสองสาวได้พบวอลเตอร์ ฮาร์ทไรท์ เขาเพิ่งกลับจากอเมริกากลาง และแวะมาเยี่ยมศพสตรีที่เขาคิดว่าเป็นลอรา มาเรียนดีใจมาก เธอเล่าเรื่องทั้งหมดให้วอลเตอร์ฟัง และให้หาทางช่วยเหลือลอรา
ฝ่ายลอรานั้นยากที่จะกลับฟื้นความทรงจำอดีตของเธอได้อีก วอลเตอร์จึงได้แต่ออกสืบหาความจริงเกี่ยวกับเซอร์เปอร์ซิวัล ในที่สุดก็พบว่าพ่อแม่ของท่านเซอร์ไม่ได้แต่งงานกันอย่างถูกต้อง และท่านเซอร์ก็รู้ว่ากำลังจะถูกเปิดโปงความลับของตนเอง จึงจัดการเผาหลักฐานการเกิดของเขาที่โบสถ์ แต่แล้วท่านเซอร์ก็เสียชีวิตในกองเพลิงที่เผาโบสถ์นั่นเอง
นางแคเทอริก แม่ของแอนน์ตัดสินใจเปิดเผยความลับว่า บิดาของลอราก็คือบิดาของแอนน์ด้วย วอลเตอร์จึงหาหลักฐานเพิ่มเติมอีก จนรู้ว่าเรื่องที่นางแคเทอริกเล่าเป็นเรื่องจริง
วอลเตอร์เดินทางไปลอนดอนอีก เขาไปพบเพื่อนเก่าคือศาสตราจารย์เพสกา ผู้เล่าให้เขาฟังว่า ท่านเคานต์ฟอสโกเป็นคนทรยศของสมาคมลับซึ่งทั้งทานเคานต์ และท่านเซอร์เป็นสมาชิกอยู่ทั้งสองคน วอลเตอร์จึงกลับมาขู่ท่านเคานต์ให้ยอมสารภาพเรื่องทั้งหมด และยอมมอบจดหมายที่เป็นลายมือของเซอร์เปอร์ซิวัลว่าลอรายังมีชีวิตอยู่ ส่วนผู้ที่ถูกฝังที่หลุมศพไม่ใช่ลอราตัวจริง ท่านเคานต์ยอมสารภาพ และหลังจากนั้นก็หนีไป เขาถูกล่าสังหารโดยสมาชิกสมาคมลับที่เขาทรยศนั่นเอง
วอลเตอร์ มาเรียน และลอราที่มีอาการดีขึ้นได้มีโอกาสพิสูจน์ตัวเอง วอลเตอร์กับลอราได้แต่งงานกัน และแสดงหลักฐานให้เฟรเดอริกทราบว่าลอราคือตัวจริง เฟรเดอริกยอมรับลอรา และเชื่อว่าเธอเป็นทายาทตัวจริงของเขา ทั้งหมดออกจากบ้านไป และกลับมาอีกเมื่อนายแฟร์ลีย์ถึงแก่กรรม ลูกชายของวอลเตอร์ และลอราได้เป็นทายาทของตระกูล ส่วนมาเรียนก็อาศัยอยู่กับทั้งสองคนอย่างเป็นสุขจนถึงแก่กรรมตามอายุขัย


ข้อคิดจากนิยายเรื่องนี้

อาจสรุปได้สั้นๆ ว่าคนทำดียอมได้ดี ส่วนคนทำชั่วก็ต้องรับผลของกรรมชั่วของตนไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
ห้องสนทนา เม้าท์ระเบิด : โลกกับธรรม : English Corner : ข่าวประชาสัมพันธ์ : BKK Blog : Work at Home
เกมส์ Photo Hunt : Jigsaw : Hang Man : Tetris : Slider : จับคู่
BKK Mobile Picture Message : Logo : Mini Logo : Screen Saver : Text SMS : Color Picture Message : Wallpaper
รักและคิดถึง พบเพื่อนใหม่ : E-Cards : กลอนแทนใจ : ศาลาพักใจ : เยาวชนคนดี
สารพันบันเทิง ดูหนัง ฟังเพลง : ซอกแซกผ่านจอ : มุมฟุตบอล : เสี่ยงเซียมซี : ดวงดาวโคจร ออนไลน์ : Wallpaper : บันเทิง-เริงใจ : ซุบซิบดารา
สารพัดความรู้ เสวนาธุรกิจ : บัญชีทีเบรค : กระดูกและข้อ
ภาษาพาเพลิน Everyday English : Did you know? : E-Dialog : รู้จักญี่ปุ่น
ห้องสมุด BKK Business Letter : Song of the Week : พี่เลี้ยงภาษาอังกฤษ : เพลินภาษาน่ารู้ :E-Diary :
ศัพท์ทันโลก : สืบสายนิยายดัง : Alphabetize : SEX : วัยรุ่น วัยดึก : นางาซากิ: นานานก :
ชีวิตหลากสี : ยายวันวาน : พาชิมริมครัว : IT Audit : Chic & Trendy : Indy Zone :
เกร็ดความรู้ไอที : Star Corner : New York! New York!
BKK Center Hot Links : เบอร์โทรศัพท์ฉับไว : About us : ติดต่อ BKKonline