The Abbe Constantin
๑๖ ก.พ. ๔๔
อัธยา โกมลกาญจน
ลูโดวิก ฮาเลอวี (Ludovic Halevy: 1834-1908)
วางเค้าโครงเรื่องนี้เป็นแนวโรแมนติก กำหนดว่าเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศฝรั่งเศส
พิมพ์เป็นครั้งแรกในค.ศ.1882 (พ.ศ.2425)
นวนิยายเรื่องนี้มีเรื่องน่ารู้แทรกอยู่สำหรับผู้ที่ไม่ใช่คริสต์ศาสนิกชน
คือเรื่องของนิกายโรมัน คาทอลิกกับโปรเตสแตนต์
ในที่นี้จึงขอเล่าเรื่องการเกิดนิกายโปรเตสแตนต์ในสมัยการปฎิรูปศาสนา
(Protestant Revolution: 1517-1600)
ในดินแดนต่างๆ เพื่อแยกตัวออกมาจากนิกายคาทอลิกเดิม
นิกายใหม่หรือนิกายโปรเตสแตนต์จะมีชื่อเรียกต่างกันไปในแต่ละประเทศเช่น
นิกายลูเธอร์ (Lutheranism )ในเยอรมนี นิกายที่ดำเนินการปฏิรูปโดยอูลกริ สวิงกลิในสวิตเซอร์แลนด์
ปรับปรุงเพิ่มโดยจอห์น คาลแวง (John Calvin)
เรียกว่านิกายคาลแวง (Calvinism ) นิกายเพรสไบทีเรียน (Presbyterian )
ในสก๊อตแลนด์ และนิกายอังกฤษ (Anglican Church)
ในอังกฤษ ส่วนในฝรั่งเศสนั้นก็มีความพยายามที่จะนำนิกายโปรเตสแตนต์
ของคาลแวงมาเผยแพร่ด้วยเหมือนกัน โดยมีแอดมิรัล เดอ โคลิญยี
(Admiral de Coligny) เป็นผู้นำ
ผู้ที่นับถือนิกายคาลแวงในฝรั่งเศสจะเรียกตนเองว่า "ฮิวเกอร์โนต์" (Huguenot)
ซึ่งต่อมาถูกพระนางแคเทอรีน เดอ เมดิซีกับดุ๊กแห่งกีส
ปราบปรามอย่างรุนแรง ในที่สุดเฮนรี
แห่งนาวาร์ผู้นำฮิวเกอโนต์อีกคนหนึ่งต้องยอมประกาศตนเป็นคาทอลิก
กับมีการประกาศที่เมืองนังต์ (Edict of Nantes) ค.ศ.1589
เพื่อประนีประนอมทางศาสนาไม่ให้เกิดแตกแยกกัน
ในหมู่ประชาชนชาวฝรั่งเศสอีก
ฝรั่งเศสจึงกลายเป็นประเทศคาทอลิกอย่างมั่นคงตั้งแต่นั้นมา
เรื่อง Abbe Constantin
เป็นเรื่องที่ได้รับความนิยมจากชาวฝรั่งเศสทุกชนชั้น
เพราะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในสถานที่
และในหมู่ชนที่เกือบจะไม่ได้มีความขัดแย้งระหว่างกันเลย
ไม่มีตัวละครที่เป็นผู้ร้ายในเรื่องถึงขนาดที่คนอ่านจะต้องใจหายใจคว่ำ
ว่าจะมีการวางแผนห้ำหั่นทำร้ายกันด้วยวิธีใด
ตรงกันข้ามกลับเป็นเรื่องที่ผู้อ่านเพียงแต่พยายามเอาใจช่วย
ให้พระเอกนางเอกได้สมหวังในความรัก
และเป็นการยืนยันความมั่นคงของชาวฝรั่งเศสที่มีต่อนิกายคาทอลิกเท่านั้น
เนื้อเรื่อง
 |
 |
บาทหลวงใจดีชาวฝรั่งเศสคือ แอบเบ คอนสแตนติน
ได้ไปยืนรำพึงอยู่หน้าปราสาทลองเกอวัล ที่กำลังจะถูกประมูลขายด้วยราคาถึงสองล้านฟรังก์
ท่านหวนคิดถึงวันเก่าๆ เมื่อภริยาท่านมาร์ควิสซึ่งเป็นหญิงน้ำใจงาม
มักนิมนต์ท่านไปที่ปราสาทและทำบุญกับท่านอยู่เสมอ
หากปราสาทถูกเปลี่ยนเจ้าของ
ท่านไม่อาจหวังได้เลยว่าเจ้าของปราสาทคนใหม่จะกระทำอย่างเดียวกัน
ต่อจากนี้ไป ท่านคงจะไม่มีโอกาสได้รับนิมนต์ไปฉันอาทิตย์ละสองวันอีกแล้ว
เจ้าของคนใหม่อาจไม่ใจดีช่วยเหลือคนยากจน
อาจไม่สนใจอุปถัมภ์วัดเล็กๆ ของท่าน
และอาจเห็นว่าวัดนี้ไม่ได้มีความหมายเป็นวัดที่น่าศรัทธา
หรือน่าปรับปรุงสมกับที่จะต้องลงทุนลงไปอีกจำนวนไม่น้อยเลย |
ท่านบาทหลวงเดินไปเรื่อยๆ จนถึงบ้านของนางเดอลาวาร์เดน
ซึ่งมีบุตรชายคนเดียวที่มีนิสัยฟุ้งเฟ้อรักสนุกชื่อปอล
เขามักจะเดินทางไปเที่ยวเล่นพักผ่อนที่ปารีสปีละถึงสามเดือน
พอใช้เงินที่ขอจากมารดาหมด เขาก็จะกลับมาบ้านเสียทีหนึ่ง
ปอลไม่ยอมรับรู้เลยว่าฐานะของครอบครัวได้ทรุดโทรมลงมาก
เขาปล่อยให้ผู้เป็นมารดาต้องครุ่นคิดอยู่เสมอว่า
ทำอย่างไรจึงจะกลับมาแก้ไขฐานะของครอบครัวให้กลับมั่นคงขึ้นได้อีก
เหมือนในครั้งนี้ เมื่อจะมีการซื้อขายปราสาท
นางเดอลาวาร์เดนจึงแอบมีความหวังแฝงเร้นอยู่
ในอันที่จะทำให้บุตรชายของนางได้มีโอกาสเป็นเจ้าของปราสาทด้วยวิธีใดวิธีหนึ่ง
ดังนั้นนางจึงพยายามติดตามข่าวการซื้อขายตลอดมา |
 |
ในวันนี้ เมื่อได้เห็นท่านบาทหลวงเดินผ่านมา
นางจึงถือโอกาสชักชวนท่าน และชวนบุตรชายที่เพิ่งกลับจากปารีสไปดูลาดเลาที่ปราสาท
ทั้งสามคนจึงได้ทราบว่ามีผู้มาซื้อปราสาทไปแล้วคือนางสก๊อต
เศรษฐินีชาวอเมริกันซึ่งน่าจะเป็นผู้ที่นับถือนิกายโปรเตสแตนต์
มากกว่าที่จะเป็นคาทอลิกเหมือนคนส่วนใหญ่ในประเทศฝรั่งเศส |
 |
ท่านบาทหลวงดูจะเศร้าเป็นพิเศษ
ที่ได้รับรู้เรื่องนิกายที่เจ้าของปราสาทคนใหม่นับถือ
ท่านถึงกับอดไม่ได้ที่จะนึกถึงว่าต่อไปนี้
ดอกไม้ที่แท่นบูชาในวัดของท่านว่า คงจะไม่มีใครนำมาช่วยตกแต่งประดับประดาให้งดงาม
และคนจนก็คงจะไม่ได้รับความเมตตาจากผู้ซื้อใหม่อีก
เมื่อเกิดความรู้สึกระทดท้อดังนี้
ท่านจึงเดินกลับวัดโดยไม่คิดจะรอสองแม่ลูกเดอลาวาร์เดน
ท่านบาทหลวงคงจะรู้สึกระทดท้อตลอดวันนั้น
ถ้าไม่มีเหตุอันควรยินดีเกิดขึ้นคือ การกลับมาของช็อง เรย์โนลด์
ช็องเป็นบุตรชายของนายทหารหน่วยเดียวกับท่านบาทหลวง ที่เสียชีวิตในระหว่างสงคราม
ท่านบาทหลวงจึงรับช็องเป็นบุตรบุญธรรม
เมื่อเติบโตขึ้นเด็กหนุ่มตัดสินใจไปเป็นทหารเหมือนบิดา |
ช็องเป็นเด็กหนุ่มนิสัยดีเป็นที่รู้กันทั่วไปในหมู่บ้าน
เพราะจากการที่ตัวเขาเองเป็นเด็กกำพร้า
เมื่อสามารถทำมาหาได้
เขาจึงรับอุปการะครอบครัวของนายทหารในกองทัพ
ที่เสียชีวิตไปในคราวเดียวกับบิดาของเขาด้วย
นอกจากนี้ช็องยังช่วยเหลือคนจนอื่นๆ ที่มาขอความช่วยเหลือจากเขาอยู่เสมอ
เมื่อช็องกลับมาถึงวัดในวันนั้น เขาได้ไปตัดผักในสวนเพื่อนำมาทำสลัด
ขณะที่กำลังทำงานง่วนอยู่ เขาได้พบสตรีสองนางที่แต่งกายด้วยชุดเรียบๆ
แต่สวยงามมาขอพบท่านบาทหลวง
หญิงทั้งสองแนะนำตัวว่าคือนางสก๊อต และน้องสาวของเธอคือ นางสาวเปอร์ซิวัล
ท่านบาทหลวงออกมาต้อนรับทั้งสองสาวด้วยความตื่นเต้น และไม่คาดคิด
และท่านก็ยิ่งตื่นเต้นมากขึ้นเมื่อทั้งสองแจ้งให้ทราบว่า
เธอเป็นแคทอลิกสายเลือดผสมฝรั่งเศส-คานาเดียน
ไม่ใช่เป็นโปรเตสแตนต์อย่างที่ทุกคนเข้าใจ
การมาของนางครั้งนี้ก็เพื่อถวายเงินถึงหนึ่งพันฟรังก์ให้ท่านนำไปช่วยคนยากจน
ท่านบาทหลวงตื่นตันมากจนเกือบจะร้องไห้ด้วยความดีใจ
ท่านได้ตระหนักแล้วว่าเจ้าของปราสาทคนใหม่เป็นคนใจดี มีเมตตาไม่ต่างจากเจ้าของคนเก่าเลย
ความตื่นเต้นนั้นไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับท่านบาทหลวง
ช็องเองก็ตื่นเต้นในความงามของสองสาว
แบบที่ไม่อาจตัดสินใจได้ว่าคนไหนงามกว่ากัน
นางสาวเปอร์ซิวัลนั้นสวยแบบสาวน้อยผู้มีชีวิตชีวา
ส่วนนางสก๊อตสวยสง่าแบบสาวใหญ่
ทั้งสองได้เล่าถึงชีวิตตนเองที่ยากไร้ในวัยเด็ก
ต่อมาจึงบังเอิญได้รับมรดกจากท่านบิดา
เมื่อได้ครอบครองเงินหลายล้านฟรังก์ นางสก๊อต
และสามีจึงตกลงกันว่าจะมาใช้ชีวิตบั้นปลายที่ฝรั่งเศส
เมื่อทั้งสองนางลากลับไปแล้ว ทั้งท่านบาทหลวง
และช็องต่างก็มีความสุขที่ได้รู้จักเจ้าของปราสาทคนใหม่ไม่น้อยกว่ากัน
ทั้งสองนางได้มาเยี่ยมท่านบาทหลวงที่วัดเสมอๆ
จนท่านได้รับรู้ว่า ทั้งสองสาวเบื่อหน่ายชีวิตหรูหราฟุ่มเฟือยในปารีส
นางสาวเปอร์ซิวัลนั้นมีชายหนุ่มเข้ามาเสนอตัวให้เลือกเป็นจำนวนมาก
ซึ่งเธอก็รู้ว่าส่วนใหญ่แล้ว ชายหนุ่มเหล่านั้นต้องการแต่งงานกับเงินของเธอมากกว่า
เห็นจะมีบุคคลที่ไว้ใจได้เพียงสองคนเท่านั้น
ที่ไม่แสดงว่าปรารถนาในสมบัติของเธอคือ ท่านบาทหลวงกับช็อง
ในวันที่เขาจะต้องลาไปนั้นเอง
ฝ่ายช็องผู้ตกหลุมรักนางสาวเปอร์ซิวัล
ไม่อาจจะสารภาพความในใจของเขาได้
ทั้งนี้เพราะเขาไม่มีสิ่งใดที่จะแสดงว่า
ความรักของเขานั้นเป็นความรักจริงๆ ไม่ใช่เพราะหวังทรัพย์สินของเธอ
ด้วยเหตุนี้เขาจึงพยายามถอยห่างจากเธอ
และปล่อยให้คนที่อยากใกล้ชิดเธอเช่น
ปอล เดอลาวาร์เดนเข้าไปสารภาพรักกับเธอแทน
ในที่สุดคนทั้งสองจึงได้แต่งงานกัน
ดูจากสถานการณ์ทั่วไปรวมทั้งความเหมาะสมแล้ว
ทุกคนต่างสรุปว่านางสาวเปอร์ซิวัลไม่น่าจะปฎิเสธปอล
เว้นแต่นางสาวเปอร์ซิวัลเองเท่านั้นที่รู้สึกว่า
ยิ่งได้รู้จัก และได้พบช็อง บ่อยครั้งเท่าใด
เธอก็ยิ่งรู้สึกประทับใจในตัวเขาจนไม่อาจปฎิเสธได้ว่า
ในที่สุดแล้วเธอก็ตกหลุมรักนายทหารหนุ่มเช่นเดียวกัน |