
เลดี้แมคเบธยุให้สามีปลงพระชนม์กษัตริย์ในตอนกลางคืน
ในตอนแรกนั้น แมคเบธไม่กล้าที่จะลงมือเลย
การรีรอของเขาทำให้เลดี้โกรธมาก
นางประณามว่าแมคเบธเป็นคนขี้ขลาด
ซึ่งการเป็นคนไม่กล้านี้
จะทำให้แมคเบธไม่มีหวังที่จะก้าวหน้าขึ้นสู่ความยิ่งใหญ่ถึงราชบัลลังก์
คำสบประมาทของนางทำให้แมคเบธฮึดสู้
และตัดสินใจลอบเข้าไปปลงพระชนม์กษัตริย์ถึงห้องบรรทม
|
เลดี้แมคเบธนำเอาเลือดของกษัตริย์ไปป้ายที่ตัวมหาดเล็กสองคน
เพื่อเป็นข้อกล่าวหาว่าเป็นฆาตกร
ทั้งสองคนถูกลงโทษในฐานกระทำความผิดร้ายแรง
แต่ทุกคนก็ยังระแวงว่าแมคเบธน่าจะไม่ซื่อ
เรื่องการปลงพระชนม์นี้ ไม่สามารถทำให้แมคเบธพ้นไปจากการถูกสงสัย
และพระโอรสของดันแตนก็หนีไปได้ มัลคอล์มหนีไปอังกฤษ
ส่วน Donalbain หนีไปไอร์แลนด์
แมเบธประกาศสถาปนาตนเองเป็นกษัตริย์
แต่พระสหายของกษัตริย์ชื่อ Macduff
ไม่ยอมรับแมคเบธ
เขาประกาศความสงสัยนี้ต่อหน้าคนในวันสวมมงกุฎของแมคเบธ |
 |
ฝ่ายแมคเบธเริ่มนอนฝันร้ายทุกคืน
เขาหวาดกลัวมาก และเริ่มคิดถึงคำทำนายข้อต่อมาของแม่มดที่ว่า
ทายาทของบันกัวจะได้ครองบัลลังก์ต่อไป
ดังนั้นเพื่อไม่ให้ตำแหน่งกษัตริย์ต้องถูกเปลี่ยนมือไปอีก
บันกัว และลูกชายคือ Fleance ควรจะถูกฆ่าเสียด้วย
แผนการณ์ของแมกเบธเริ่มขึ้นด้วย
การจัดงานเฉลิมฉลองการขึ้นครองบัลลังก์สก๊อตแลนด์ ของกษัตริย์พระองค์ใหม่
พร้อมกันนั้นก็ส่งฆาตกรไปดักสังหารบันกัวกับลูกชายก่อน
ที่ทั้งสองจะเดินทางมาถึงวัง บันกัวถูกฆ่าแต่ลูกชายหนีไปได้
และในงานเลี้ยงนั้น แมคเบธก็แสร้งทำเป็นเสียใจที่บันกัวไม่มาร่วมงาน
แต่ขณะที่แมคเบธกำลัง "เล่นละคร"
ตบตาคนอยู่นั้น ปีศาจของบันกัวก็โผล่เข้ามาในงาน
ปีศาจเข้ามานั่งบนบัลลังก์ของแมคเบธเลยทีเดียว
แมคเบธตกใจมากจนเกือบจะสารภาพความผิด
เพราะพระองค์เท่านั้นที่เห็นการปรากฎตัวของปีศาจ
ชายาของพระองค์ต้องรีบกันพระองค์ออกมา และเชิญให้แขกกลับไป
แมคเบธเริ่มเสียขวัญด้วยความกลัวสองอย่างคือ
กลัวปีศาจบันกัว และกลัวว่าลูกชายของบันกัวจะกลับมาแก้แค้น
และแย่งบัลลังก์ไปในวันหนึ่ง
พระองค์พยายามตามหาตัวแม่มดเพื่อให้ช่วยเหลือ
แม่มดบอกให้แมคเบธสบายใจว่า
พระองค์จะไม่มีวันถูกฆ่าโดยชายที่เกิดจากการคลอดของสตรี
และจะไม่มีใครทำอันตรายพระองค์ได้ถ้าป่าแห่ง
Birnam จะไม่เคลื่อนมาถึง Dunsinane Hill
แม่มดเตือนให้ระวังแมคดัฟฟ์
แต่เมื่อแมคเบธจะถามต่อว่า
แล้วลูกหลานของบันกัวจะได้ปกครองสก๊อตแลนด์ หรือไม่
แม่มดก็เลือนหายไปเสียก่อน
คำบอกของแม่มดทำให้แมคเบธสบายใจขึ้น
พระองค์มองไม่เห็นว่าทำไมเขาจะต้องกลัวผู้ชาย
ที่ไม่ได้เกิดจากการคลอดของมารดา
เพราะในความเป็นจริงแล้ว
ทุกคนก็ต้องเกิดมาจากการคลอดของผู้หญิงทั้งนั้น
ส่วนป่าเบอร์นัมก็ใหญ่โตเกินกว่าที่จะมีผู้ใดเคลื่อนย้ายมาได้
เมื่อเป็นอย่างนี้ก็หมายความว่าพระองค์จะเป็นกษัตริย์
ที่ไม่มีผู้ใดทำร้าย หรือมาแย่งชิงบัลลังก์ไปได้
ต่อมาแมคเบธได้ข่าวว่าแมคดัฟฟ์กำลังรวบรวมผู้คนในอังกฤษ
ผู้นำทัพคือ มัลคอล์ม โอรสของดันแคนที่ต้องการแก้แค้นแทนพระบิดา
ด้วยความกลัวว่าแมคดัฟฟ์จะทำการสำเร็จ
แมคเบธจึงจับตัวภรรยา
และลูกของแมคดัฟฟ์มาฆ่าเสียเพื่อให้แมคดัฟฟ์ยอมยุติสงคราม
การฆ่าครั้งนี้ยิ่งทำให้แมคเบธหวาดกลัวมาก
หัวใจฝ่ายดี และฝ่ายชั่วเริ่มต่อสู่กันเองจนพระองค์เริ่มเสียสติ
พระองค์เริ่มเรียกหาความตาย เพราะไม่ต้องการฝันร้ายทุกวันทุกคืนอย่างที่เป็นอยู่
ฝ่ายเลดี้แมคเบธผู้บัดนี้ได้เป็นราชินีก็มีอาการไม่แพ้ผู้ที่เป็นสามี
เธอฝันร้ายเช่นเดียวกันจนในที่สุดก็เป็นบ้า
และอยากตายไปพ้นๆ จากบรรดาข้าราชบริพารที่รายล้อม
นางรู้สึกว่าทุกคนต่างมองดูทั้งกษัตริย์ และพระราชินีอย่างหวาดระแวง
ในที่สุดแมคดัฟฟ์ก็โจมตีปราสาทของแมคเบธ
พระราชินีสิ้นพระชนม์อย่างกระทันหัน
ฝ่ายแมคเบธก็ยิ่งเสียขวัญ และขาดแรงใจที่สนับสนุนตลอดมา
พระองค์พยายามรวบรวมความเข้มแข็งเพื่อปราบปรามศัตรู
แต่แล้วก็กลับได้ทรงเห็นป่าเบอร์นัมเริ่มเคลื่อนที่มา
(เพราะทหารตัดต้นไม้เพื่อพรางตัวขณะเคลื่อนกำลังเข้ามาใกล้ปราสาท)
ฝ่ายแมคดัฟฟ์รู้เรื่องที่แมกเบธสังหารครอบครัวของเขา
ก็เกิดความแค้นมากถึงกับท้าทายให้แมคเบธออกมาสู้กับเขาตัวต่อตัว
ฝ่ายแมคเบธออกไปสู้รบด้วยความทรนงว่า
ไม่มีผู้ชายคนใดที่เกิดจากครรภ์สตรีจะสามารถฆ่าพระองค์ได้
เมื่อเผชิญหน้ากับแมคดัฟฟ์
กำลังใจของแมคเบธจึงยังดีอยู่
พระองค์ไม่ล่วงรู้เลยว่าแท้จริงแล้ว
แมคดัฟฟ์ไม่ได้คลอดจากครรภ์มารดา แต่เขาถูกควักออกมาจากมดลูกของมารดาโดยตรง
แมคเบธตกใจมากเมื่อรู้เรื่องนี้ พระองค์เสียขวัญมาก
และในที่สุดก็ถูกแมคดัฟฟ์ตัดพระเศียร เรื่องทั้งหมดจึงเป็นอันยุติลง |