The Clouds
๑๓ ก.ย.๔๔
อัธยา โกมลกาญจน

เป็นผลงานของ Aristophanes(448-385 B.C.) หนึ่งในนักแต่งบทละครสุขนาฎกรรม(comedy) ผู้ยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์วรรณกรรม งานเขียนของเขาได้รับความนิยมทั้งในสมัยเดียวกัน และต่อมาถึงปัจจุบันเพราะแฝงข้อคิดลึกซึ้ง สร้างสรรอารมณ์บันเทิงและเป็นร้อยกรองที่ไพเราะในตัวเอง
อริสโตฟานิสน่าจะเป็นชาวเอเธนส์โดยกำเนิด สถานที่เกิดคือเมืองไซดาเธเนียม(Cydathenaeum) ได้รับการศึกษาดี และเป็นเจ้าของเกาะเอจินา(Aegina)มีบุตรชายสามคนที่ต่อมาเป็นนักเขียนทั้งหมด
อาจจะเป็นด้วยในสมัยของอริสโตฟานิส เป็นสมัยที่นครเอเธนส์อยู่ในสภาพปั่นป่วนวุ่นวายจากการศึกสงคราม(Peloponnesian War) มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองขนานใหญ่ ทั้งนี้เพราะเอเธนส์เป็นนครรัฐเดียวที่มีการปกครองในระบอบประชาธิปไตย และมีความก้าวหน้าสู่ยุคทองและเป็นศูนย์กลางแห่งเฮลลัสทั้งมวล ทำให้นครรัฐอื่นๆ ไม่พอใจโดยเฉพาะ สปาร์ตาได้เป็นผู้นำนครรัฐอื่นทำสงครามกับเอเธนส์
อริสโตฟานีสน่าจะเป็นพวกอนุรักษ์นิยมคนหนึ่งที่ไม่พอใจสภาพสังคม และการเมืองในสมัยของเขา เขาแสดงความไม่พอใจพวกอภิชน และผู้คนในอาชีพต่างๆ ไปเสียทั้งหมด จากงานละคร 40 เรื่องที่ยังคงเหลือถึงปัจจุบัน 11เรื่อง แบ่งออกเป็นบทละคร 3 เรื่องแรกที่ใช้นามปากกาเรื่องหนึ่งคือThe Achamians(424 B.C.) เขียนเรียกร้องให้ยุติสงครามกับสปาร์ตา ส่วนThe Knights(424 B.C.) เป็นละครเรื่องแรกที่ใช้ชื่อจริง เป็นเรื่องเขียนถากถางนักการเมือง และนักการทหาร ซึ่งในเรื่องอื่นต่อมาก็จะมีแนวการเขียนไม่ต่างไปจากนี้นักโดยเฉพาะคือThe Clouds
เรื่องThe Clouds เป็นบทละครวิจารณ์สังคมเอเธนส์ในคริสต์ศตวรรษที่ 5 ก่อนคริสต์กาล โดยเฉพาะเป็นการเขียนถากถาง นักปรัชญาที่มีชื่อเสียงอย่างมากคนหนึ่ง คือโสเครติส(Socrates) เปิดการแสดงครั้งแรกในปี423 ก่อนคริสต์กาล The Clouds ประสบความสำเร็จในฐานะเป็นละครสุขนาฎกรรมที่มีชื่อเสียงมาก หนึ่งในหลายเล่มของอริสโตฟานีส ชื่อของเขายังคงเป็นที่จดจำมาจนถึงทุกวันนี้ เพราะมีการสร้างเรื่องสนุก และตลกขบขันล้อเลียน ซึ่งบางทีก็ดูแรงและเจ็บแสบพอดู เขาแสดงอย่างเต็มที่ว่าไม่ชอบวิธีการสอนตรรกศาสตร์ของพวกโสฟิสต์(Sophists )แม้แต่น้อย เขาเห็นว่าปรัชญาของพวกโสฟิสต์ มีลักษณะเลื่อนลอยและสอนให้คนใช้เล่ห์เหลี่ยมเอารัดเอาเปรียบ มุ่งแต่ประโยชน์ของตนมากเกินไปจนขาดจริยธรรม

เนื้อเรื่องย่อ
Strepiades เป็นเศรษฐีชาวเอเธนส์ที่กำลังจะถูกฟ้องร้องเป็นบุคคลล้มละลายเพราะลูกชายชื่อ Phidipides ใช้เงินมือเติบก่อหนี้ก่อสินจนเจ้าหนี้พากันตามล่าตัวอุตลุต ทั้งสองพ่อลูกต้องพยายามหาทางแก้ไข ไม่ให้ถึงกับสิ้นเนื้อประดาตัวอย่างแท้จริง พอดีสะเตรเปียดิสได้ข่าวคำสอนแบบใหม่ของพวกโสฟิสต์(Sophists) ที่เน้นการหาเหตุผลแบบรักษาผลประโยชน์ของบุคคลได้อย่างวิเศษ หากนำมาใช้ในการเจรจากับเจ้าหนี้อย่างมีหลักการตามนั้นตอนขึ้นศาล เผลอๆ สองพ่อลูกก็อาจจะหาทางชนะคดีไม่ต้องใช้หนี้ก็ได้ สะเตรเปียดิสจึงชวนลูกชายไปสมัครเรียนที่โรงเรียนของโสฟิสต์ แต่ฟิดิปิดิสสนใจเรื่องการขี่ม้ามากกว่าการเรียน เขาจึงปฏิเสธที่จะไปเป็นนักเรียน ปล่อยให้บิดาไปเรียนคนเดียว
สะเตรเปียดีสไปเข้าโรงเรียนสอนคิดซึ่งเป็นวิชาหลักวิชาหนึ่งของโสฟิสต์ เขาได้พบนักปรัชญาโสเครติสที่อธิบายสรุปคำสอนต่างๆ ให้สะเตรเปียดีสฟังหลายวิธี สะเตรเปียดีสฟังแล้วก็มองเห็นทางเอาตัวรอดจากหนี้สิน เขาเสนอวิธีการเหล่านั้นให้ครูผู้สอนเป็นที่ชื่นชมมาก
โขคร้ายที่สะเตรเปียดีสแก่เกินกว่าที่จะเป็นครูสอนในโรงเรียนได้ โสเครติสจึงลองเสนอให้ลูกศิษย์เอกของเขา หันไปเอาดีในวิชาการ เหมือนคนข้างนอกโรงเรียนบ้าง โสเครติสตั้งคำถามเรื่องการประพันธ์ซึ่งเป็นที่นิยมของชาวกรีกในเวลานั้น ปรากฎว่าสะเตรเปียดีสโง่สนิท โสเครติสจึงรู้ว่าวิชาที่สะเตรเปียดีสจะเรียนได้ดีวิชาเดียวคือวิธีคิด สะเตรเปียดีสจึงตัดสินใจที่จะให้ลูกชายมาเรียนแทนเขา ถ้าไม่มาก็เห็นทีจะต้องไล่ออกจากบ้านไปรู้แล้วรู้รอด
คำขอร้องครั้งที่สองของบิดาถูกฟิดิปิดิสปฎิเสธอีก สะเตรปิดีสต้องทั้งปลอบทั้งขู่ฟิดิปิดิสจึงยินยอมไปสมัครเรียน ผลการเรียนของบุตรชายเป็นที่น่าพอใจ สะเตรปิดีสมีความหวังมากขึ้นว่าบุตรชายจะช่วยปลดหนี้ให้ เขาไปหาบุตรชายที่ห้องเรียน และเมื่อลูกออกมาพบเขาก็ทั้งร้องไห้ และหัวเราะด้วยความยินดีว่า บุตรชายจะช่วยเขาปลดหนี้สินที่บุตรชายเป็นผู้ก่อขึ้นมาเองนั้นได้

เขาขอให้ฟิดิปิดีสลองแสดงวิธีการให้เขาดูสักหนึ่งวิธี ซึ่งเมื่อจบลงสะเตรเปียดิสก็รู้ได้ทันที่ว่า ตรรกศาสตร์ใหม่เหมาะเหม็งมากที่จะทำ ให้เขาหาทางปลดหนี้ได้ พอดีเจ้าหนี้รายหนึ่งมาทวงเงินค่าซื้อม้า สะเตรเปียดีสหวังว่าวิธีเล่ห์กลที่เรียนจากโรงเรียนโสฟิสต์จะช่วย ให้บุตรชายชนะความเจ้าหนี้ เขาจึงปฏิเสธที่จะจ่ายเงิน และไม่สนใจเรื่องที่จะต้องขึ้นศาล ต่อมาเมื่อเจ้าหนี้คนที่สองมา เขาก็ปฏิบัติในทำนองเดียวกัน
เมื่อถึงเวลาขึ้นศาล ฟิดิปิดีสก็สามารถเอาชนะคดีได้จริงๆ เขาสามารถใช้เล่ห์เหลี่ยมวาทศิลป์ว่าความจากผิดเป็นถูก และจากถูกเป็นผิดจนเจ้าหนี้แพ้ไป ฟิดิปิดีสภูมิใจในตัวเองมาก และถึงตอนนี้เขาก็รู้สึกว่าเขาฉลาดกว่าพ่อแม่ เมื่อพ่อไม่พอใจ และจะตีเขาอย่างเคย ฟิดิปิดีสจึงขู่ว่าเขาจะฟ้องศาลว่าพ่อไม่มีสิทธิที่จะตีเขาตามใจพ่อเองอีกต่อไป ตัวเขาเสียอีกอาจจะตีพ่อ และพ่อก็ไม่มีสิทธิฟ้องร้องเอาชนะเขาได้ ตัวเขาอาจจะตีทั้งพ่อ และแม่เพื่อความบันเทิงใจของเขาบ้าง ฝ่ายพ่อคัดค้านความคิดของลูกชาย แต่ฟิดีปิดีสก็ใช้วาทศิลป์เอาชนะพ่อจนต้องเงียบเสียง และเขายังขู่จะตีแม่ตามหลักการที่เขาได้เรียนมาด้วย จะได้รู้เสียบ้างว่าในที่สุดใครจะเป็นผู้ชนะ

ตอนนี้เองที่สะเตรเปียดีสชักไม่ชอบใจ ที่พวกโสฟิสต์สอนให้คนใช้เล่ห์เหลี่ยมหาความยุติธรรมให้ตัวเอง ด้วยการใช้เล่ห์กลหลอกล่อคนอื่น เขาเห็นว่าคำสอนของโสฟิสต์เป็นอันตรายต่อชาวเอเธนส์ เขาตัดสินใจจุดไฟเผาโรงเรียนโสฟิสต์ และเฝ้าดูควันไฟที่ลุกโชนอยู่ต่อหน้าด้วยความสะใจและภูมิใจว่า เขากำลังช่วยเหลือชาวเอเธนส์ทั้งมวล

หมายเหตุ
Sophists มีความหมายว่า "expert,master crafts-man,man of wisdom" ความหมายเดิมในภาษากรีกโบราณหมายถึง ผู้ทรงความรู้ในวิทยาการสาขาใดสาขาหนึ่ง เช่นคณะผู้รู้เจ็ดคนแห่งกรีซ (Seven Wise Men of Greece) ในคริสต์ศตวรรษที่ 5B.C.แต่ต่อมาไปเน้นที่คณะผู้สอนวิชาการชั้นสูงเพื่อรับค่าสอนเท่านั้น
คณะโสฟิสต์เป็นผู้สอนวิชาปรัชญาคณะหนึ่ง พวกนี้นำวิธีการสอนอย่างมีระบบมาใช้เป็นคณะแรกในคริสต์ศตวรรษที่ 5 B.C. มีผู้นำที่มีชื่อเสียงอาทิ Protagoras, Gorgias, Hippias of Elisและ Prodicus of Ceos ที่เสนอว่าความยุติธรรม(justice) ความงาม(beauty) และความจริง(truth) ขึ้นอยู่กับประโยชน์ของบุคคล กล่าวคือถ้าเป็นประโยชน์กับบุคคลก็ถือว่าสิ่งนั้นคือความยุติธรรม ความจริง และความงาม การสอนของโสฟิสต์จะเน้นการสร้างกระบวนการจูงใจให้ผู้คนเห็นพ้องด้วย และยอมรับ(แม้จะต้องใช้เล่ห์กล และผิดศีลธรรมที่ชาวอเธเนียนทั่วไปยึดถือก็ไม่ใช่สิ่งผิด)
คณะโสฟิสต์มีชื่อเสียงมาก แต่ถูกต่อต้าน และวิพากย์วิจารณ์อย่างรุนแรงจากประชาชนเอเธนส์ทั่วไป เพราะเห็นว่าเป็นการเรียนการสอนให้ผู้เรียนมุ่งเอาชนะโดยไม่คำนึงถึงศีลธรรม และความถูกต้อง นักปรัชญาสามคนในสมัยนั้นคือ โสเครติส เพลโต และอริสโตเติ้ล ไม่สู้จะชื่นชมคำสอนของคณะโสฟิสต์นักโดยเฉพาะเพลโตกับอริสโตเติ้ลวิจารณ์ว่าพวกนี้เห็แก่เงิน ขาดศีลธรรม จนในปัจจุบันคำว่าsophistryก็ยังคงมีความหมายถึงการชักจูงหรือโต้เถียงด้วยเหตุผลผิดๆ


Socrates470-399B.C.
เป็นนักปรัชญาที่มีอิทธิพลต่อนักปรัชญาตะวันตก ในเวลาต่อมาค่อนข้างมากด้วยอิทธิพลที่เขามีต่อเพลโต เขาเกิดในเอเธนส์ เป็นบุตรชายของประติมากรชื่อ Sophroniscus สนใจวิธีการเรียนการสอนของโสฟิสต์ และวัฒนธรรมเอเธนส์แห่งสมัยของเพริคลิส เขาได้ร่วมรบในสงครามเพลอปปอนเนเซียนโดยเฉพาะในการรบที่โพติดาเอ(432-430B.C.) เดลิอุม(424 B.C.) และแอมฟิโปลิส(422B.C.) เขาเชื่อในประโยชน์ของการโต้คารมมากกว่าการเขียน ดังนั้นเขาจึงมักไปตั้งวงวิจารณ์ในตลาด และทีพักผ่อนสาธารณะ เขาอาจจะมีหน้าตาไม่ดีนักแต่กลับเป็นคนที่มีความเชื่อมั่นในตัวเองสูง มีอารมณ์ขัน และเฉลียวฉลาดจึงไม่กระทบกระเทือน เมื่อมีคนวิพากย์วิจารณ์หรือเยาะเย้ย เขาเสียชีวิตจากการถูกบังคับให้ดื่มยาพิษในฐาน "นักป่วนเมือง" ที่ชอบจับกลุ่มผู้คนมาร่วมซักถาม และวิจารณ์เรื่องบ้านเมือง ในภาวะที่เอเธนส์กำลังต้องการความสงบและมีความ "นิ่ง" ทางการเมืองในระหว่างสมัยสงครามกับนครรัฐต่างๆ
ห้องสนทนา เม้าท์ระเบิด : โลกกับธรรม : English Corner : ข่าวประชาสัมพันธ์ : BKK Blog : Work at Home
เกมส์ Photo Hunt : Jigsaw : Hang Man : Tetris : Slider : จับคู่
BKK Mobile Picture Message : Logo : Mini Logo : Screen Saver : Text SMS : Color Picture Message : Wallpaper
รักและคิดถึง พบเพื่อนใหม่ : E-Cards : กลอนแทนใจ : ศาลาพักใจ : เยาวชนคนดี
สารพันบันเทิง ดูหนัง ฟังเพลง : ซอกแซกผ่านจอ : มุมฟุตบอล : เสี่ยงเซียมซี : ดวงดาวโคจร ออนไลน์ : Wallpaper : บันเทิง-เริงใจ : ซุบซิบดารา
สารพัดความรู้ เสวนาธุรกิจ : บัญชีทีเบรค : กระดูกและข้อ
ภาษาพาเพลิน Everyday English : Did you know? : E-Dialog : รู้จักญี่ปุ่น
ห้องสมุด BKK Business Letter : Song of the Week : พี่เลี้ยงภาษาอังกฤษ : เพลินภาษาน่ารู้ :E-Diary :
ศัพท์ทันโลก : สืบสายนิยายดัง : Alphabetize : SEX : วัยรุ่น วัยดึก : นางาซากิ: นานานก :
ชีวิตหลากสี : ยายวันวาน : พาชิมริมครัว : IT Audit : Chic & Trendy : Indy Zone :
เกร็ดความรู้ไอที : Star Corner : New York! New York!
BKK Center Hot Links : เบอร์โทรศัพท์ฉับไว : About us : ติดต่อ BKKonline