Hamlet, Prince of Denmark
๑๒ เม.ย. ๔๔
อัธยา โกมลกาญจน
เป็นบทละครที่มีผู้แต่งคือ William Shakespeare(1564-1616) นักแต่งบทละครผู้ยิ่งใหญ่ที่สุด มีบ้านเกิดที่Stratford upon-Avon
มณทล Warwickshire เป็นบุตรชายคนโตของจอห์น เชคสเปียร์ ได้เคยช่วยบิดาทำงานในร้านค้าเล็กๆ
จนมีความรู้เรื่องธุรกิจพอสมควร แต่ต่อมาก็ต้องไปทำงานอาชีพอื่นด้วยเหตุผลทางเศรษฐกิจของครอบครัว
คือไปเป็นพ่อค้าเนื้อ เป็นครู และได้มีโอกาสไปล่าสัตว์เป็นบางครั้ง ในค.ศ.1582 ท่านได้แต่งงานกับ Anne Hathaway (1557-1623)
และบังเอิญถูกจับในข้อหาขโมยกวางของ Sir Thomas Lucy ทำให้ต้องเดินทางไปลอนดอนในค.ศ.1588 ต่อมาในค.ศ.1592
ได้ประสบความสำเร็จในการเล่นละคร และเป็นนักเขียนภายใต้การอุปถัมภ์ของ Henry Wriothesley เอิร์ลที่สามแห่งเซาท์แธมตัน
ท่านได้ตีพิมพ์โคลงเรื่อง Venus and Adonis(1593) และ The Rape of Lucrece(1594) กับบทประพันธ์แบบโคลง14บรรทัดที่เรียกว่า
Sonnet ในค.ศ.1609 (มีผุ้ประพันธ์โคลงแบบนี้เพียง 3 คนคือ Milton,Spencer และShakespear) หลังจากนั้นก็ลงมือทำงานบทละครหลายเรื่อง
ซึ่งรวมแล้วไม่น้อยกว่า 38 เรื่อง ล้วนได้รับความนิยมชื่นชมจากประชาชนทั่วไป ในสมัยของท่าน ยกเว้นก็แต่พวกที่มีการศึกษา
ที่มองว่างานละครของเชคสเปียร์เป็นเพียงบทประพันธ์บันเทิงของพวกวณิพกพเนจรเท่านั้น
เชคสเปียร์ได้เข้ารวมกลุ่ม Chamberlain's Men หรือที่ต่อมาเรียกว่า King's Menจัดการแสดงในโรงละครสองแห่งคือ
Globe และBlackfriars บทละครของเชคสเปียร์ได้มีโอกาสแสดงหน้าพระที่นั่งสมเด็จพระนางราชินีเอลิซาเบทที่ 1
และพระเจ้าเจมส์ที่ 1 เป็นที่โปรดปรานมาก แต่ก็มีบ้างที่ก่อเหตุไม่พอพระทัย เมื่อมีพวกที่ต่อต้านกษัตริย์จัดการแสดงเรื่อง
"the play of deposing and Killing King Richard II" ในค.ศ.1599
บทละครของเชคสเปียร์มีจำนวนมาก และดูเหมือนว่าจะได้รับความนิยมไปเสียทั้งหมด คงจะมีเพียงบางเรื่องเท่านั้น
ที่เมื่อเอ่ยชื่อแล้ว บางคนอาจจะบอกว่าไม่คุ้นเคยนัก ซึ่งถ้ามีเวลาก็น่าจะลองหาอ่านดู จะทำให้ได้รับความบันเทิงเริงใจ
และได้เรียนรู้ปรัชญาจากบทละครเป็นกำไรชีวิตมากทีเดียว
บทละครเหล่านั้นคือ Henry VI, Part I, II, III (1590-92), Richard III (1593, The Comedy of Errors(1592),
The Taming of the Shrew (1593), The Two Gentlemen of Verona (1594), Love's Labor's Lost (1594)
Richard II(1595), HenryIV, Parts I and II (1597), Midsummer Night's Dream (1595), The Merchant of Venice (1596),
Much Ado About Nothing (1599), As You Like It (1599), Twelfth Night (1600) The Merry Wives of Windsor (1599),
Romeo and Juliet (1595, Julius Caesar (1599) Othello (1604), King Lear (1605) Anthony and Cleopatra
(1606., Macbeth (1606), Troilus and Cessida (1602), Coriolanus (1608), Timon of Athens (1608), All 's Well That Ends Well (1602),
Pericles, Prince of Tyre (1608), Cymbeline (1610), The Winter' Tale (1610) The Tempest (1611) HenryVIII (1613)
และThe Two Noble Kinsmen (1613)
สำหรับเรื่อง Hamlet ที่จะเล่าในวันนี้เป็นบทละครแบบ Romantic Tragedy เค้าโครงเรื่องวางไว้ว่าจะอยู่ในเวลาประมาณ ค.ศ1200
สถานที่ในท้องเรื่องคือเดนมาร์ก เป็นบทประพันธ์ที่ไม่ว่าจะมองในแง่มุมใดเช่นมองในเชิงวรรณกรรม ปรัชญา
หรือเป็นบทละครธรรมดา ก็ได้รับการยอมรับไปเสียทุกด้าน ทั้งจากนักปราชญ์ราชบัณทิต และประชาชนทั่วไป
แฮมเล็ทเป็นบทละครที่มีบทแสดงไพเราะ จับอารมณ์ และสามารถสร้างเงื่อนไขให้ติดตาม แม้ในเรื่องของความถูก
และความผิด แฮมเลทกลายเป็นสากลบุรุษของโลกที่ทุกคนอาจจะช่วยร่วมคิดว่า เมื่อลูกรู้ว่าพ่อถูกคนฆ่าตายนั้น
เป็นหน้าที่ของลูกใช่หรือไม่ที่จะต้องแก้แค้น ต่อมาก็ต้องคิดว่า การแก้แค้นนั้นเป็นเรื่องถูกต้องตามหลักจริยธรรม
ตามทำนองคลองธรรม หรือศีลธรรมหรือไม่ ส่วนบุคคลอื่นก็ควรจะยอมรับการแก้แค้น หรือควรจะคัดค้าน
เพราะเห็นว่าเป็นเรื่องผิดบาป ทั้งหมดนี้ก็อาจทำให้แฮมเล็ทเป็นตัวแทนของชายหนุ่มทั้งโลก ถ้าประสบเหตุการณ์เดียวกัน
เขาควรจะทำอย่างไร แฮมเล็ท จึงเป็นเหมือนกระจกที่ส่องให้ผู้อ่านตระหนักถึงความหวัง และความกลัว
ความสับสนวุ่นวายใจ และความท้อแท้ที่อาจเกิดขึ้นได้ในชีวิตของมนุษย์ทุกรูปทุกนาม
เนื้อเรื่อง
 |

เรื่องเริ่มด้วยการปรากฎตัวของปีศาจตนหนึ่ง ที่อ้างว่าเป็นพระวิญญานของกษัตริย์ที่สิ้นพระชนม์ไปแล้ว
ปีศาจตนนี้มาแสดงตัวที่ปราสาท Elsinore Castleถึงสามคืน จนในคืนที่ 4 Horatio ผู้เป็นพระสหายของแฮมเล็ท |
ก็ชวนเจ้าชายมาพบปีศาจ ที่อ้างว่าเป็นพระบิดา การพบกันนั้นทำให้เจ้าชายได้รับทราบว่าการสิ้นพระชนม์ของพระบิดามีเงื่อนงำ
เมื่อนำเหตุการณ์มาประมวลกับเรื่องที่พระมารดากับพระเจ้าอาคือ Claudius ได้จัดงานอภิเษกกันอย่างรวดเร็ว
ก็ยิ่งทำให้เจ้าชายหนุ่มไม่พอพระทัยยิ่งขึ้น
ในคืนที่แฮมเล็ทได้พบกับปีศาจที่เชื่อว่าเป็นพระบิดานั้น เจ้าชายได้ทรงรับรู้ว่า พระบิดาไม่ได้สิ้นพระชนม์ด้วยอสรพิษโดยบังเอิญ
แต่เป็นการสิ้นพระชนม์ เพราะถูกพระอนุชา Claudius กษัตริย์องค์ปัจจุบันลอบปลงพระชนม์ คลอดิอุสจึงมีฐานะเป็นฆาตกร
และนอกจากนี้ยังมีสิ่งเลวร้ายกว่า คือการเป็นชายชู้ และมีพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้องทำนองครองธรรมด้วย
พระมารดาของแฮมเล็ทเองด้วย กษัตริย์ทรงร้องขอแฮมเล็ทให้แก้แค้นแทนพระองค์ โดยสังหารพระอนุชาเสียแต่ไม่ต้องลงโทษพระนาง
Gertrude พระมารดา เพราะในที่สุดแล้วพระนางจะถูกสวรรค์ลงโทษอย่างสาสมเอง
คำบอกเล่าของปีศาจจึงเท่ากับเป็นการขอให้สังหารคลอดิอุสเสีย ซึ่งในขณะนั้นแฮมเล็ทก็ยังลังเลว่าปีศาจที่มาปรากฎตัว
นั้นเป็นพระบิดาใช่หรือไม่ บางทีวิญญานที่มาเล่าเรื่องทั้งหมด นั้นอาจเป็นเพียงวิญญานร้ายของใครที่ ต้องการมาทำให้เจ้าชายเกิดความปั่นป่วนสงสัยเล่นก็เป็นได้
เพราะการที่จะปลงพระชนม์กษัตริย์พระองค์ปัจจุบันนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย รวมทั้งเมื่อเกิดข้อสงสัยดังนี้ก็ควรที่จะรอดูเหตุการณ์ไปสักระยะหนึ่ง
เพื่อการสืบค้นเรื่องราว และเตรียมแผนงานให้รัดกุมก็ได้ทั้งสองอย่าง
การเตรียมการของแฮมเล็ทคือการบอกเพื่อนๆ รวมทั้ง Horatio ให้ปิดเรื่องการปรากฎตัวของปีศาจเป็นความลับ
และทุกคนไม่ต้องกลัวว่าพระองค์จะกลายเป็นคนวิกลจริตไปจริงๆ หากจะต้องมีพฤติกรรมแปลกๆ ให้ทุกคนเห็นหลังจากนั้น
ในเวลาเดียวกันนั้น คลอดิอุสก็มีเรื่องไม่สบายพระทัยถึงสองเรื่อง คือเรื่องการเตรียมทำสงครามกับ นอร์เวย์
และอีกเรื่องหนึ่ง คือความกังวลที่ได้ตัดสินพระทัยอภิเษกกับพระนางเกอร์ทรูดเร็วเกินไป พระองค์สังเกตว่าเรื่องนี้ทำให้แฮมเล็ทไม่พอพระทัย
และอาจจะก่อการกบฎแย่งชิงราชบัลลังก์ในวันใดวันหนึ่งก็ได้ ยิ่งได้ทรงเห็นแฮมเล็ทแสดงอาการเหมือนคนคลุ้มคลั่งก็ยิ่งทำให้พระองค์ไม่แน่พระทัยว่า
แฮมเล็ทจะก่อเหตุร้ายแรงอะไรขึ้นหรือไม่ ดังนั้นพระองค์จึงทรงสั่งให้พระสหายของเจ้าชายแฮมเล็ทคือ Rosencrantz
กับ Guildenstern คอยสอดส่องดูพฤติกรรมของแฮมเล็ท ทั้งสองคนไม่รู้ว่าเจ้าชายนั้นสงสัยพวกตนอยู่เหมือนกัน
การสืบสวนซักถามใดๆ จากเจ้าชายจึงไม่ค่อยได้เรื่องได้ราว เพราะเจ้าชายจะทรงทำเป็นเลื่อนเปื้อนเหมือนคนเสียสติทุกครั้ง
 |
ฝ่าย Polonius ผู้เป็นบิดาของนาง Ophelia คิดว่าเจ้าชายเสียพระสติ เขาจึงกลายเป็นอีกคนหนึ่งที่คอยเฝ้าจับตามองแฮมเล็ทด้วย
การจับตามองดังกล่าวนี่อาจจะไม่แนบเนียนนัก แฮมเล็ทจึงทรงสังเกตได้ และทรงไม่ไว้ใจโปโลเนียสเหมือนกัน
ความระแวงโปโลเนียสขยายผลไปถึงโอฟิเลีย เมื่อแฮมเล็ททรงระแวงว่านางโอฟิเลียเองก็คงไม่ซื่อกับพระองค์ด้วย
แฮมเล็ทผู้น่าสงสารจึงกลายเป็นคนที่ช่างหวาดระแวง และวุ่นวายใจ จนแม้แต่กับปีศาจที่มาเล่าเรื่องราวต่างๆ
ให้พระองค์ฟังก็ถูกระแวงว่าอาจไม่ใช่พระบิดาก็เป็นได้ พระองค์ข้องพระทัยในจุดประสงค์ของปีศาจ
ว่าอาจเป็นผู้ไม่หวังดีที่มาสร้างความวุ่นวายเท่านั้น
พอดีมีกลุ่มละครมาที่ปราสาทเอลสินอร์ แฮมเล็ทเห็นเป็นโอกาสดีที่จะหาทางสืบสวนว่าคลอดิอุสผิดจริงหรือไม่
จึงเตรียมการแสดงละครหน้าพระที่นั่ง ทรงเตรียมจัดฉากตามคำบอกเล่าของปีศาจพระบิดา
คือจัดฉากเหมือนคืนที่กษัตริย์องค์ก่อนสิ้นพระชนม์ และในระหว่างการแสดง เจ้าชายก็แอบสังเกตพระอิริยาบทของคลอดิอุส
ที่เห็นได้ชัดว่าทรงกระสับกระส่าย จนถึงได้เสด็จลุกหนีไปตั้งแต่ละครยังไม่จบ แฮมเล็ทจึงทรงรู้ว่าปีศาจพูดจริง
เจ้าชายทรงกริ้วมากจนคิดจะประหารกษัตริย์ทันที แต่โอกาสยังไม่เหมาะในขณะนั้นแม้จะทรงเตรียมดาบสังหารไว้แล้วก็ตาม
ฝ่ายพระมารดาก็ทรงเรียกแฮมเล็ทไปต่อว่า แฮมเล็ทที่กำลังกริ้วในการกระทำของพระมารดา จึงทรงบริภาษพระนางอย่างรุนแรง
ฝ่ายพระนางเกอร์ทรูดทรงตกพระทัย และทรงร้องตะโกนให้คนช่วย เสียงนั้นดังก้องออกไปถึงข้างนอกม่าน
แฮมเล็ทเกรงว่าคลอดิอุสจะมาแอบฟังความลับจึงแทงดาบผ่านม่านออกมาฆ่า Polonius ตาย กษัตริย์เกรงว่าพระองค์จะถูกปลงพระชนม์
จึงออกคำสั่งให้แฮมเล็ทออกเดินทางไปอังกฤษพร้อมกับ Rosencrantz และ Guildenstern
คลอดิอุสสั่งให้ทั้งสองคนปลงพระชนม์แฮมเล็ท เมื่อเดินทางถึงอังกฤษ แต่บังเอิญแฮมเล็ทรู้พระองค์ก่อน
จึงสังหารชายทั้งสองคนทันทีที่เดินทางถึงอังกฤษ ส่วนพระองค์เองก็เสด็จกลับเดนมาร์ก

ระหว่างที่แฮมเล็ทเดินทางไปอังกฤษนั้น ได้เกิดเรื่องร้ายแรงหลายเรื่องที่เดนมาร์ก เรื่องแรกเกี่ยวด้วยโอฟิเลียที่ถูกแฮมเล็ททรงปฎิเสธรัก
ทำให้นางเสียใจจนสติเสีย และในที่สุดก็ไปจมน้ำตาย เรื่องต่อมาคือเมื่อ Laertes ลูกชายของโพโลเนียส กลับจากฝรั่งเศส
เขาได้เตรียมการแก้แค้นคนที่ฆ่าพ่อ ครั้งแรกเขาคิดว่าฆาตกรคือ |
 |
คลอดิอุส แต่คลอดิอุสบอกว่าแฮมเล็ทเป็นคนฆ่า พระองค์สัญญาว่าจะช่วยแลทริสปลงพระชนม์แฮมเล็ทเสีย
ด้วยการจัดการประลองระหว่างคนทั้งสอง
ตลอดิอุสเตรียมป้องกันคนสงสัยว่าพระองค์จะเล่นไม่ซื่อ จึงทำเป็นทรงพนันว่าแฮมเล็ทจะต้องเป็นผู้ชนะ
เพราะเจ้าชายทรงเป็นนักดาบที่เก่งมาก พระองค์แอบนำยาพิษไปทาที่ปลายดาบของแลทริส และยังใส่อีกส่วนหนึ่งไว้ในถ้วยน้ำที่แฮมเล็ทจะต้องหยิบเสวยหากทรงกระหายน้ำระหว่างการดวล
เคราะห์ร้ายที่เกอร์ทรูดที่ไม่รู้เรื่องแผนการณ์ของกษัตริย์เกิดไปดื่มน้ำถ้วยนั้น และสิ้นพระชนม์
ฝ่ายคู่ต่อสู้ทั้งสองก็ปรากฎว่าแฮมเล็ทถูกแทงบาดเจ็บสาหัสด้วยยาพิษ และจากการแลกดาบระหว่างการดวลทำให้คนตาย
เพราะถูกยาพิษอีกคนหนึ่งคือแลทริส ก่อนตายนั้น แลทริสได้ทูลแฮมเล็ทเรื่องที่คลอดิอุสวางแผนปลงพระชนม์เจ้าชายให้ทรงทราบ
แฮมเล็ทจึงไม่รอช้าที่จะรุกเข้าปลงพระชนม์กษัตริย์ทันที แล้วแฮมเล็ทเองก็สิ้นพระชนม์ด้วยในวันเดียวกัน |
 |
ข้อคิดจากนิยายเรื่องนี้
ก็คงจะอธิบายได้ว่าปีศาจเท่านั้นคือผู้ที่สมหวังได้แก้แค้นศัตรู ส่วนเจ้าชายแฮมเล็ท และคนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องไม่มีใครรอดชีวิต
แสดงว่าการแก้แค้น และความริษยาอาฆาตกันนั้นไม่ได้ก่อประโยชน์อันควรแก่ใครเลย แม้แต่ปีศาจที่เป็นผู้ชนะก็ไม่สามารถฟื้นคืนชีวิตของตนมาได้
|