Henry the Fifth
๑๑ ธ.ค. ๔๔
อัธยา โกมลกาญจน
เป็นบทละครโรมานช์อิงประวัติศาสตร์ของเชคสเปียร์ (ค.ศ.1564-ค.ศ.1616) เริ่มเรื่องในตอนต้นคริสต์ศตวรรษที่ 15 ในอังกฤษ
และฝรั่งเศส แสดงครั้งแรกในค.ศ.1600 เชคสเปียร์ได้ใช้ความสามารถในการประพันธ์ การคัดเลือกเรื่อง
และสาระประวัติศาสตร์มาเขียนยกย่องทั้งประเทศ และชาวอังกฤษอย่างกลมกลืน ทั้งนี้เพราะพระเจ้าเฮนรีที่ 5
ทรงเป็นตัวแทนของกษัตริย์ในระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ที่มีความเด็ดขาด มีพระสติปัญญา
และมีความอ่อนโยนที่แฝงความเข้มแข็งอดทน การเสด็จไปทำสงครามที่อาแชงกูร์ (Agincourt)
ในวันที่ 25 ตุลาคม ค.ศ.1415 นับเป็นการเปิดฉากสงครามร้อยปี (The Hundred Years' War:1337-1453)
ขึ้นมาใหม่ผลของสงครามคือชัยชนะที่งดงามมากครั้งหนึ่งของอังกฤษ
สงครามเกิดขึ้นจากการที่พระเจ้าเฮนรีที่ 5 แห่งอังกฤษ ทรงอ้างสิทธิในราชบัลลังก์ฝรั่งเศส
ทรงส่งกองทัพบุกฝรั่งเศสก่อนที่จะถอยมาตั้งหลักใหม่ที่เมืองกาเล (Calais)
ทหารของพระองค์ที่มีเพียงทหารใช้อาวุธเบาคือธนู14,000 คน สู้รบกับทหารของกษัตริย์ชาร์ลส์ อัลเบิร์ต 50,000 คน
ที่เป็นกองทหารหลัก ในระหว่างการเดินทัพนั้น ทหารฝรั่งเศสเดินส่วนใหญ่เดินติดหล่มในสนามรบ
ตกเป็นเป้าของทหารธนูอังกฤษ ทหารฝรั่งเศสเสียชีวิตถึง 5,000 คน ขณะที่อังกฤษเสียทหาร 200 คน
พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 6 ที่รบชนะอังกฤษในสงครามร้อยปีสมัยแรกกลับต้องยินยอมรับรองพระเจ้าเฮนรีที่ 5 เป็นรัชทายาทราชบัลลังก์ฝรั่งเศส
เนื้อเรื่องย่อ
เชคสเปียร์บรรยายการวางพระองค์ของพระเจ้าเฮนรีที่ 5 ว่า ไม่ทรงแสดงความเป็นกษัตริย์ผู้สูงส่งเหนือมนุษย์
พระองค์ทำให้ประชาชนรู้สึกว่าความแตกต่างระหว่างพระองค์กับประชาชนนั้น
มีเพียงการที่พระองค์ได้ทรงเข้าสู่พระราชพิธีราชาภิเษก
และได้อยู่ในวัง ความอ่อนโยนในฐานะพระมหากษัตริย์ของอังกฤษเป็นผลให้ผู้ที่ได้อ่าน
หรือได้ชมละครเรื่องนี้เกิดความรู้สึกที่ดีต่อชาวอังกฤษโดยรวม โดยเฉพาะการที่ผู้แต่งบทละครนี้พยายามเน้นว่า
ความอ่อนน้อมถ่อมตนของผู้ยิ่งใหญ่คือ คุณสมบัติสำคัญที่จะทำให้ยิ่งใหญ่มากขึ้น
ผู้อ่านจะพลอยมีส่วนสัมผัสความรู้สึกหยิ่งทะนงของคนอังกฤษ เห็นความเป็นชาวอังกฤษ
และพลอยมีความซาบซึ้งในมรดกอารยธรรมของชาวอังกฤษด้วย |

เรื่องเริ่มขึ้นเมื่อพระเจ้าเฮนรีที่ 5 ผู้ทรงเป็นพระโอรสของพระเจ้าเอดเวิร์ดที่สาม แห่งอังกฤษ ทรงอ้างสิทธิในราชบัลลังก์ฝรั่งเศส
ผู้ที่ถวายคำแนะนำในเรื่องนี้คืออาร์ชบิชอปแห่งแคนเทอเบอรีกับบิชอปแห่งอีลี (Ely)
ทางฝรั่งเศสโดยองค์รัชทายาทคือพระโอรสพระองค์ใหญ่ของพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 6
เนื่องจากองค์รัชทายาทไม่ได้ทรงตื่นเต้นกับการเรียกร้องของเฮนรีมากนัก พระองค์เห็นว่า
เฮนรีเป็นเพียงคนหนุ่มใจร้อนหัวรุนแรงคนหนึ่งเท่านั้น ทั้งคงไม่กล้าเปิดฉากสงครามร้อยปีครั้งใหม่ขึ้นมาอีกแน่ๆ
ดังนั้นเพื่อแสดงความไม่ใส่ใจ และแสดงว่าการร้องขอของเฮนรีเป็นเพียงเรื่องตลกเท่านั้น
องค์รัชทายาทจึงส่งลูกเทนนิสมาถวายเฮนรีลูกหนึ่ง |
 |
เมื่อเฮนรีได้รับลูกเทนนิสก็กริ้วมาก ทรงสั่งทูตไปทูลรัชทายาทฝรั่งเศสว่า ให้ระวังลูกเทนนิสจะกลายเป็นลูกปืนที่พระองค์จะใช้ยิงฝรั่งเศส
เพราะพระองค์ได้ทรงเตรียมกำลังทหารที่จะบุกฝรั่งเศสทันที
องค์รัชทายาทแห่งฝรั่งเศส ยังไม่รู้สึกรู้สมจากการที่ฝรั่งเศสเคยรบชนะในสงครามร้อยปีช่วงแรก
พระองค์จึงประมาทว่า อังกฤษไม่น่าจะเก่งกาจเหนือฝรั่งเศสไปได้
เฮนรีทรงส่งกองทัพไปขึ้นบกเพื่อยึดฮาร์เฟลอร์ (Harfleur) และยังขู่ว่าจะทำลายเมืองนี้ให้ราบ
และจะทำร้ายประชาชนด้วยหากไม่ยอมแพ้เสียดีๆ เจ้าเมืองตกใจมากเพราะกองทัพที่ขอให้รัชทายาทฝรั่งเศสส่งมาก็มาไม่ถึง
ชาวฝรั่งเศสทั่วไปก็ตกใจที่กองทัพอังกฤษรุกเร็วมาก แต่กษัตริย์ฝรั่งเศสกลับไม่หวั่นเกรง พระองค์ส่ง Montjoy
มายื่นคำขาดให้อังกฤษถอยทัพ และเสียค่าปรับให้ฝรั่งเศส เฮนรีจึงตอบกลับไปว่า
ถ้าชาร์ลส์ต้องการตัวพระองค์ ชาร์ลส์ก็ต้องส่งทหารฝรั่งเศสมาจับเอง
เมื่อเริ่มการรบที่Agincourtในตอนเช้านั้น ทหารอังกฤษมีน้อยกว่าทหารฝรั่งเศสถึงห้าต่อหนึ่ง
ทั้งยังเป็นการรบบนพื้นดินของฝรั่งเศสที่ทหารอังกฤษไม่เคยชินทั้งภูมิประเทศ
และภูมิอากาศ กษัตริย์เฮนรีจึงทรงหากุศโลบายยืมเสื้อคลุมมาหนึ่งตัว ทรงเดินท่อมๆ ไปตามเตนท์ทหารเตนท์แล้วเตนท์เล่า
พระองค์ตรัสกับเหล่าทหารว่า กษัตริย์ก็เหมือนกับทหารคนอื่นๆ และพระองค์เป็นกษัตริย์ที่จะไม่ทิ้งทหารของพระองค์เด็ดขาด
ในตอนเช้าของการรบจึงปรากฎว่าทหารอังกฤษเตรียมพร้อม แม้จะต้องสูญเสียเลือดเนื้อ
ขณะที่ทหารฝรั่งเศสเต็มไปด้วยความผยองว่าจะต้องชนะศัตรูแน่นอน
ฝ่ายทูตมองต์จอยจากองค์รัชทายาทก็มาเฝ้าพระเจ้าเฮนรี เขากราบบังคมทูลว่าเป็นโอกาสสุดท้ายแล้วที่จะทรงยอมแพ้
แต่เฮนรีทรงปฏิเสธ พระองค์ตรัสกับทหารว่า การที่อังกฤษมีจำนวนน้อยกว่าหากเอาชนะฝรั่งเศสที่มีกำลังมากกว่า
จะได้รับเกียรติจากชัยชนะที่ยิ่งใหญ่กว่าแน่นอน |
 |

การรบเริ่มขึ้นในวันต่อมา เฮนรีทรงนำทัพด้วยพระองค์เอง ทหารอังกฤษรบด้วยความเป็นทหารอาชีพ
และรบเพื่อเกียรติยศของประเทศอังกฤษ ขณะที่ฝ่ายฝรั่งเศสกลับใช้เชลยศึกที่เคยแพ้สงครามตนมาเป็นแนวหน้า
เฮนรีจึงทรงสั่งทหารอังกฤษให้ทำลายกองทัพหน้านั้นให้ได้ ในที่สุดกำลังรบของอังกฤษจึงสามารถรุกฝ่าเข้าถึงกองทัพหลวงของฝรั่งเศส
ทูตมองต์จอยเห็นว่าฝรั่งเศสต้องแพ้แน่ เขาขอเจรจาสงบศึกเพื่อฝังศพชาวฝรั่งเศสก่อน
เฮนรีไม่ขัดข้อง และยังได้ทรงรับทราบว่าทหารฝรั่งเศสเสียชีวิตถึง 10,000 คนขณะที่อังกฤษเสียทหารเพียง29 คน |
ในที่สุด สงครามก็ยุติลง เฮนรีได้เจรจาสงบศึกกับกษัตริย์ฝรั่งเศส และทรงพบพระธิดาสาวสวยของชาร์ลส์คือเจ้าหญิงแคเทอรีน
ทั้งสองตกหลุมรักซึ่งกัน และกัน แม้ว่าแคเทอรีนจะรู้เรื่องเกี่ยวกับอังกฤษไม่มากนัก ส่วนเฮนรีก็รู้เรื่องฝรั่งเศสน้อยมาก
ทั้งสองสามารถเข้าใจกันด้วยภาษาเดียวกันคือภาษารัก เจ้าหญิงแห่งฝรั่งเศสจึงกลายมาเป็นเจ้าหญิงเคทแห่งอังกฤษ
หลังจากที่ได้ทรงเป็นเจ้าสาวของเฮนรีแล้ว |

|