Iliad
๑๐ เม.ย. ๔๔
อัธยา โกมลกาญจน
เป็นผลงานของโฮเมอร์ (Homer) จินตกวีตาบอด ผู้ได้ชื่อว่าเป็น "บิดาของคำประพันธ์ทั้งมวล"
อีเลียดเป็นงานวรรณกรรมที่ล้ำค่าที่ถือว่าเป็นสมบัติของคนทุกชาติทุกภาษา และทุกสมัย
เป็นหนึ่งในสองเรื่องคู่กันกับมหากาพย์ Odysseus (Odyssey) ซึ่งแม้เรื่องราวของโฮเมอร์จะยังไม่ชัดเจนในส่วนที่จะอธิบายข้อสงสัยว่า
มหากาพย์ทั้งสองเล่มเป็นผลงานของโฮเมอร์แต่ผู้เดียวใช่หรือไม่ แต่ก็สามารถสรุปว่ามหากาพย์นี้แต่งขึ้น
เพื่อเล่าเรื่องราวในสมัยการตั้งถิ่นฐานของชาวกรีกโบราณ ที่บริเวณชายฝั่งทะเลตะวันตกของเอเชียน้อย
ในคริ่งหลังคริสต์ศตวรรษที่ 8 ก่อนคริสต์กาล
เค้าโครงเรื่องในมหากาพย์กำหนดให้เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นหลายศควรรษ ก่อนที่จะมีการนำมาเขียนเมื่อประมาณคริสต์ศตวรรษที่ 6 ก่อนคริสต์กาล
อีเลียดเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในตอนปลายสมัยสงครามโทรจัน มีตัวเอก คืออะคิลลิส (Achilles) ผู้ถูกอะกาเมมนอน (Agamemnon)
แย่งชิงสตรีที่รักไป เขาโกรธแค้นมากจนถึงกับถอนตัวจากการสู้รบเป็นเหตุให้ฝ่ายกรีกต้องพ่ายแพ้ โทรจันอย่างยับเยิน
แต่ถึงจะโกรธอย่างไร เมื่อพาโทรคั้ส (Patrocus) เพื่อนรักมาขอยืมเสื้อเกราะ เพื่อใส่ไปรบ อะคิลลิสก็ยินยอม
ปรากฎว่าพาโทรคัสถูกฆ่าตายในสนามรบ อะคิลลิสโศกเศร้ามาก เขาหันไปเปิดฉากสู้รบกับโทรจันจนสามารถฆ่าเฮคเตอร์
(Hector) โอรสของกษัตริย์เปรียมได้สำเร็จ
การบรรยายการสู้รบในเรื่องทำให้ผู้อ่านสามารถวาดฝันถึงลักษณะของวีรบุรุษ
ที่มีทั้งความเข้มแข็ง และอ่อนแอ เขามีทั้งอารมณ์รัก และอารมณ์โกรธ และมีความรักในเกียรติศักดิของตนจนบางครั้ง
อาจทำให้ลืมนึกถึงเรื่องของส่วนรวมคือชาติ เรื่องอีเลียดจึงเป็นประวัติศาสตร์ที่ไม่ได้บันทึกของมวลมนุษยชาติมากกว่า
ที่จะเป็นเพียงประวัคิศาตร์ขาติพันธุ์มนุษย์กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเท่านั้น ทั้งยังเป็นเรื่องที่แท้จริงแล้วไม่อาจจำกัดยุคสมัยเสียด้วย
เนื้อเรื่อง
 |

เรื่องเริ่มขึ้นเมื่อทหารกรีกถูกส่งไปโจมตีกรุงทรอยอยู่ถึง 10 ปี ในระหว่างสงครามได้เกิดเหตุการณ์ที่อะกาเมมนอนผู้เป็นกษัตริย์ แห่งเอเคียนส์
(Achaians) ต้องการนางไบรเสส (Briseis ) ชายาของอะคิลลิส โอรสของจอมเทพซีอุส (Zeus) |
อะคิลลิสต้องยอมยกนางถวายกษัตริย์ด้วยความโกรธ
ถึงกับถอนตัวออกจากการรบ และกลับไปที่เรือของตนโดยทันที ฝ่ายซีอุสก็สัญญาว่าจะช่วยอะคิลลิสแก้แค้นอะกาเมมนอนให้ได้
ต่อมากษัตริย์กรีกเกิดนิมิตว่าเทวดาให้เตรียมโจมตีกรุงทรอย เมื่อตื่นบรรทม จึงทรงเรียกบรรดานายทหารมาเตรียมการรบ
ฝ่ายเทพเจ้าก็ปลอมตัวมาเป็นนักรบด้วย เทพบางองค์ก็เข้าข้างกรีก บางองค์เข้าข้างโทรจัน ฝ่ายอะกาเมมนอนก็ยกกำลังมาประชิดกำแพงเมืองทรอย
พระองค์สั่งให้ทหารทั้งหมดยกเว้นแต่ อะคิลลิสเท่านั้นช่วยกันจุดไฟเผาเมือง ขณะนั้นกองทัพโทรจันก็ยกออกมา
มีเจ้าชายปารีสโอรสของพระเจ้ากรุงเปรียม และเป็นคนรักของพระนางเฮเลนท้าทายขอต่อสู้ตัวต่อตัวกับพระสามีของพระนางเฮเลน
คือเมเนลอส (Menelaus) ทั้งสองตกลงกันว่าผู้ชนะจะมีสิทธิได้พระนางเฮเลนไปครอง และจะต้องยุติสงครามทันที
ในการต่อสู้นั้น พระนางเฮเลนได้เสด็จมาทอดพระเนตรเป็นสักขีพยานบนกำแพงกรุงทรอย
เมเนลอสกับเจ้าชายปารีสต่อสู้กันอย่างเต็มกำลัง ในที่สุดเมเนลอสผู้เป็นนักรบที่เก่งกล้าสามารถเอาชนะเจ้าชายปารีสได้
เทวีอะโฟรไดท์ (Aphrodite) หรือคือเทพธิดาวีนัสของชาวโรมัน (Venus) ผู้หลงรักเจ้าชายปารีสกลับถลันเข้ามาอุ้มพระองค์พากลับไปที่ห้องบรรทม
และสั่งให้พระนางเฮเลนดูแลเจ้าชายอย่างเต็มที่ ฝ่ายที่มีชัยชนะ ในการรบจึงเป็นกษัตริย์เมเนลอสที่กลับถูกบรรดาเทวดาที่เข้าข้างกรุงทรอยพากันโกรธแค้น
เทวีอะเธนา (Athena) ทรงปรากฎพระองค์ต่อหน้าแพนดาลูสชาวโทรจัน (Trojan Pandarus) ให้ค้นหาตัวเมเนลอส
และฆ่าเสีย แพนดาลูสยิงศรไปถูกเมเนลอสที่ไม่ได้ระวังพระองค์ แต่เทพที่เข้าข้างเมเนลอสก็ช่วยไม่ให้ลูกศรสังหารพระองค์
เพียงแต่ได้รับบาดเจ็บเท่านั้น อะกาเมมนอนทรงพิโรธ และตัดสินพระทัยยกเลิกสัญญาสงบศึก ทั้งสองฝ่ายเปิดฉากการบอีก
มีทหารล้มตายเป็นจำนวนเพราะการกระทำโง่ๆ ของแพนดาลุสแท้ๆ
เมื่อเหตุการณ์รุนแรงขึ้น เฮคเตอร์ (Hector) พระโอรสของกษัตริย์เปรียม จึงเดินทางกลับไปในเมือง
เพื่อทรงลาพระชายาอันโดรมาช (Andromache) และโอรส เพราะทรงคิดว่าพระองค์อาจสิ้นพระชนม์ในสนามรบ
เฮคเตอร์ทรงตำหนิเจ้าชายปารีสที่อยู่แต่ในห้องกับพระนางเฮเลน ขณะที่ทหารล้มตายลงจำนวนมาก
เพราะการทำความผิดของปารีสเอง เจ้าชายปารีสจึงเตรียมออกรบ แต่ถึงกระนั้นเฮคเตอร์ก็ไม่ทรงหวังว่าฝ่ายทรอยจะมีชัย
เฮคเตอร์ทรงรู้องค์ล่วงหน้าว่าพระองค์จะต้องถูกฆ่า กรุงทรอยจะต้องแพ้ และพระนางอันโดรมาชจะต้องถูกจับ
 |
เจ้าชายปารีสกับเฮคเตอร์ออกไปรบด้วยกัน การสู้รบดำเนินต่อไปจนถึงเวลาเย็น ทั้งสองฝ่ายต่างเหน็ดเหนื่อย
และพากันกลับไปที่ค่ายของตน อะกาเมมนอนให้ทหารขุดสนามเพลาะรอบค่าย และหน้ากองเรือเพราะเกรงว่าศัตรูจะจู่โจม
ฝ่ายเซอุสก็เกิดนึกถึงคำสัญญาที่ทรงให้ไว้แก่อะคิลลิสว่า จะช่วยแก้แค้นอะกาเมมนอน พระองค์จึงสั่งเทพทุกองค์ไม่ให้ไปช่วยในการรบ
คำสั่งนี้ทำให้อะกาเมมนอนเป็นฝ่ายแพ้ เฮคเตอร์กับทหารโทรจันช่วยกันเข่นฆ่าทหารกรีกจำนวนมากจนเฮรา (Hera)
หรือคือเทวีจูโนของโรมัน (Juno) พระชายาของเซอุสกับเทพอื่นๆ หลายองค์ทนไม่ได้ที่เห็นฝ่ายที่ตนสนับสนุนเพลี่ยงพล้ำ
แต่เมื่อจะเข้าช่วย เซอุสก็สั่งห้ามทุกครั้ง
อะกาเมมนอนเกรงว่ากองทัพของพระองค์จะถูกทำลายย่อยยับ จึงส่งโอดิสสิอุส (Odysseus)
นำของขวัญจำนวนมากไปขอโทษอะคิลลิส แต่อะคิลลิสปฎิเสธ และทำท่าว่าจะหนีลงเรือกลับบ้าน
โดยไม่ช่วยเหลือ อะกาเมมนอนทรงวิตกมาก ทรงตัดสินพระทัยไปพบนักปราชญ์ คือเนสเตอร์ (Nestor)
ให้ช่วยหาวิธีจัดการกับโทรจัน เนสเตอร์จึงปลุกใจทหารทั้งหมด และให้ส่งคนไปสอดแนมดูจำนวน
และกำลังรบของฝ่ายทรอย ผู้ที่อาสาทำงานนี้ คือไดโอมิดิส (Diomedes) กับโอดิสสิอุส ทั้งสองลอบคลานเข้าไปที่ค่าย
สามารถสังหารทหารยามโทรจัน และลอบเข้าไปขโมยม้าหลายตัวของเจ้าชายออกมาได้
วันรุ่งขึ้น ชาวโทรจันก็เปิดฉากสังหารชาวกรีกจำนวนมาก ทั้งไดโอมิดีส และโอดิสสิอุสบาดเจ็บ
แต่ทหารถูกฆ่าตายเกลื่อนไปหมด อะคิลลิสมองเห็นการสู้รบจากเรือของตน แต่ไม่ได้เตรียมการเข้ามาช่วยรบ
เขาเพียงแต่ส่งเพื่อนของตน คือพาโทรคัส (Patroclus)ไ ปสอบถามเนสเตอร์เรื่องจำนวนคนบาดเจ็บ
และตาย ชายชรากลับมาบอกอะคิลลิสเรื่องความเสียหายอย่างหนักทำให้อะคิลลิสตัดสินใจเข้าช่วยชาวกรีก
ซึ่งเป็นเวลาที่กองทัพโทรจันบุกผ่านเข้ามาถึงค่ายของชาวกรีกทางบก และเฮคเตอร์ทรงนำทหารเข้าสู้รบในการรบทางเรือ
ถึงตอนนี้ บรรดาเทพเจ้าต่างเตรียมการช่วยเหลือชาวกรีก เทวีเฮราวางยานอนหลับเทพเซอุส
และโพไซดอน (Poseidon) เข้าช่วยอะกาเมมนอนต่อต้านการรุกของโทรจัน เฮคเตอร์บาดเจ็บในการรบกับไอแอส (Aias)
แต่เมื่อชาวกรีกกรูกันเข้ามาจะจับพระองค์ ชาวโทรจันก็พากันเข้ามาห้อมล้อม และต่างใช้ตัวเองเป็นเสมือนเกราะกำบังพระองค์
พากลับไปยังพระราชวังได้ พอดีเซอุสทรงตื่นมาเห็นเหตุการณ์ ทรงกริ้วมาก และสั่งให้เทพอะพอลโล
(Apollo) ไปช่วยรักษาเฮคเตอร์จนหาย และทรอยกลับมีชัยชนะ เตรียมเผาค่าย และเรือกรีก ทั้งนี้เป็นเพราะเซอุสดลใจให้ชาวทรอยกล้า
และชาวกรีกกลัว เซอุสทรงหวังว่า เมื่อชาวทรอยเผาเรือกรีกได้แล้วพระองค์จะทรงวางมือไม่ช่วยโทรจัน
และจะยอมให้ชาวกรีกมีชัยในที่สุด
พาโทรคัสเดินทางไปพบอะคิลลิส เพื่อขอให้ช่วยรบ อะคิลลิสยังคงโกรธอยู่ จึงไม่ช่วย พาโทรคัสจึงขอเสื้อเกาะของอะคิลลิสมาสรวม
เพื่อให้ทหารกรีกเกิดกำลังใจว่าอะคิลลิสมาช่วยแล้ว อะคิลลิสตกลงยอมให้พาโทรคัสใส่เสิ้อเกาะของตนออกรบ
พาโทรคัสรบแพ้เฮคเตอร์ และบาดเจ็บมากขณะที่เฮคเตอร์ดึงร่างของเขาออกมาจากเสื้อเกราะ
เพื่อแสดงว่าเขาไม่ใช่อะคิลลิส นับเป็นการสร้างขวัญกำลังใจให้ชาวโทรจันสู้รบต่อหน้าศพของพาโทรคัสนั้นเอง
ฝ่ายทหารกรีกจึงนำข่าวการตายของเพื่อนรักไปบอกอะคิลลิส เขาเสียใจมาก และก็รู้ตัวว่าไม่สามารถที่จะเข้าไปชิงศพพาโทรคัสออกมา
โดยไม่มีเสื้อเกราะ

ความกังวลของอะคิลลิสล่วงรู้ถึงเทพมารดาคือเทวีทีทิส (Thetis) นางจึงนำเสื้อเกราะใหม่จากโรงตีเหล็กของเฮปเปตุส
(Hephaestus) มาให้ เสื้อเกราะของอะคิลลิสเป็นประกายไฟระยิบระยับด้วยความช่วยเหลือของเทพแห่งไฟไปที่ฝั่ง |
 |
ทะเลอะคิลิสกับอะกาเมมนอนเจรจาเป็นมิตรกันใหม่ต่อหน้าที่ประชุมทหารกรีก และออกไปสู่สนามรบพร้อมกัน
อะคิลลิสสามารถรุกไล่ข้าศึกถอยไปถึงริมฝั่งแม่น้ำซันทัส (Xanthus) ศพของทหารโทรจันเนืองนองอยู่ในท้องน้ำ
จนเทพแห่งแม่น้ำต้องสั่งห้ามอะคิลลิสโยนศพลงมาในแม่น้ำอีก อะคิลลิสโกรธมาก และเข้าสู้รบกับเทพแห่งแม่น้ำ
อะคิลลิสสู้ไม่ได้ ต้องร้องให้เทพมารดามาช่วย ฝ่ายทีทิสจึงชอความช่วยเหลือจากเฮเฟตุส (Hephaestus)
อีกทอดหนึ่งให้ช่วยจัดการเอาชนะเทพแห่งแม่น้ำที่กำลังกริ้วโกรธได้
อะคิลลิสถอยไปถึงกำแพงกรุงทรอย ซึ่งเฮคเตอร์ยืนอยู่ ทั้งสองเกิดต่อสู้กัน และเฮคเตอร์เป็นฝ่ายถูกสังหาร
อะคิลลิสลากศพเฮคเตอร์กลับมาที่รถรบของตนแล้วลากไปที่เรือ มีสุนัข และแร้งตามมากัดกินศพเป็นที่น่าอุจาดตา
เมื่อกษัตริย์เฒ่าเปรียมทรงทราบก็เสด็จมาขอพระศพโอรส เทพเจ้าได้ช่วยเจรจาให้อะคิลลิสคืนศพ
อะคิลลิสจึงต้อนรับพระเจ้าเปรียมอย่างสมพระเกียรติและตกลงยุติการรบ 12 วัน เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายได้มีเวลาฝัง
และเผาศพผู้ตาย อะคิลลิสเศร้าโศกถึงพาโทรคัสเมื่อต้องเตรียมฝังศพของเขา ส่วนศพของเฮคเตอร์ก็ถูกนำไปเผาที่กรุงทรอย
และมีการฝังกระดูกของเขาไว้ที่ใจกลางเมือง
|
 |
ข้อคิดจากนิยายเรื่องนี้
คือการอธิบายลักษณะของวีรบุรุษที่บูชาความรัก และศักดิศรี จนได้เป็นแบบอย่างของนักรบในสมัยกลาง
โดยเฉพาะตัวเอกของเรื่อง คืออะคิลลิสที่ถูกแย่งสตรีที่รัก จึงโกรธมากถึงกับไม่ยอมไปรบ เพื่อชาติพันธุ์ของตน
แต่สิ่งที่ปลุกสำนึกให้เขาลืมความเจ็บแค้นที่ถูกกษัตริย์ของตนย่ำยี คือความรักเพื่อน และเขาก็ได้รับการสรรเสริญในฐานะเป็นวีรบุรุษของชาติ
เพราะสามารถพลิกฐานะการเป็นผู้แพ้ของชาวกรีกมาเป็นผู้ชนะในสงครามกรุงทรอยได้ในที่สุด
|