นิวยอร์กเหมือนถูกPaintด้วยสีส้ม ไปหมดแล้วค่ะ
เอ๊ะ ทำไมเมืองนี้เปลี่ยนสีเร็วจริงๆ คราวที่แล้วเพิ่งขาวด้วยหิมะอยู่หยกๆ
ตอนนี้ไหง
กลายเป็นส้มไปได้ สีส้มเหล่านี้ก้มาจากเจ้าธง ที่โบกสบัด อยู่ทั่วอาณาบริเวณ
Central park นี่เป็นงาน Art Exhibition ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในนิวยอร์กซิตี้
แห่งนี้ก็ว่าได้เลยนะคะ
ก็เพราะนิวยอร์กได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งศิลปะนี่คะ เหล่าบรรดา Artist
ทั้งหลาย ก็ต่างอยากฝากผลงานไว้ที่นี่ แหม คงเท่ห์ไม่หยอกนะคะ ถ้าสักครั้งนึงในชีวิตได้ชื่อว่า
เคยได้โชว์ผลงานที่นิวยอร์ก เมืองแห่งความสุนทรี และศิวิไลซ์
นี่เป็นผลงานศิลปะ ของ Christo and Jeanne-Claude ทั้งคู่ ได้ชื่อว่าเป็นArtist
ที่ชอบทำงานชิ้นใหญ่ๆ ใหญ่มาก ถึงใหญ่มากที่สุด เรียกได้ว่าเป็นผลงานโลกตะลึง
คราวก่อนนะคะเค้าทั้ง 2 ทำอะไรทราบมั้ยคะ เค้าเอาผ้า ไปห่อตึก ทั้งตึกเลยล่ะค่ะ
โดยมีConceptว่า Wrap แล้วก็บอกว่านี่เป็น Art ชนิดหนึ่ง ก็แปลกไปอีกแบบค่ะถ้าใครอยากดูผลงานของพวกเค้า
ก้เข้าไปดูใน Link นี้ได้เลยนะคะ -- http://www.christojeanneclaude.net/tg.html
-- แล้วถ้าใครมีความคิดเห็นอย่างไร ก็อีเมลมาคุยกันได้ค่ะ อยากทราบความคิดเห็นของคุณผู้อ่านทั้งหลายเช่นกัน
งานArtก็ต้องช่วยกันดู ช่วยกันติชม ถึงจะทำให้งานนั้นมีคุณค่าค่ะ
Art Exhibition ที่ยิ่งใหญ่ คราวนี้ มีชื่อว่า The Gates ที่ได้ชื่อนี้
เพระาว่า ทั้ง 2 ศิลปิน ได้ลงมือสร้าง Gates ที่แปลกันตรงๆ ว่า ประตู
มาวางเรียงรายกัน ตามทางเดินตลอดแนวใน Central Park ปอดใหญ่ ของชาวนิวยอร์ก
โดยมี Concept ที่สะท้อนถึง นิวยอร์กซี้ตี้ โดย มีเสาGeometry Form
ที่เปรียบเสมือน Grid Pattern ของเมืองนี้ ส่วนธงสีส้มที่โบกสะบัดนั้น
เปรียบได้กับความเคลื่นไหวตลอดเวลาของชาวนิวยอร์กค่ะ
7500 ประตูที่ยืนเรียงแถวกันอยู่นั้น ทำจากเหล็ก ความสูง16 ฟุต ถูกทาด้วยสีส้ม
อีกทั้งผ้าสีส้มที่โบกสบัด พริ้วๆ ของธง ตัดกับสีเขียวของ Park จึงทำให้ทางเดินของ Park
ดูเหมือนมีชีวิต และยิ่งวันไหนหิมะตก สีส้มบนพื้นขาว จากวันที่หนาวๆ ก็
อบอุ่นขึ้นมาได้ค่ะ
แต่บางที ดูไปดูมา ก็นึกถึงเวลาพระมาบิณฑบาตรนะคะ สีส้มๆ มาเป็นแนวๆ
ไม่เอาละเปลี่ยนเรื่องดีกว่า เริ่มจะบาปแล้ว
สิ่งสำคัญของงานนี้จะไม่มีการล่วงล้ำธรรมชาติเด็ดขาดค่ะ ไม่มีการตัดต้นไม่
กิ่ง หรือแม้แต่เด็ดใบ ไม่เจาะถนน ขุดรู เหมือนบ้านเรา อุ๊บส์..
ทุกๆ ขั้นตอน ไม่มีการทำลายทั้งสิ้น นี่แหละคะ ข้อดีของคนที่นี่ ไม่ว่าจะจะต่อเติมเสริมแต่งอย่างไร
เค้าก็จะรักษาสิ่งเดิมที่มีอยู่ให้ดีที่สุด
แต่ก็อีกแหละค่ะ ทุกอย่างบนโลกนี้ มีทั้งคนชอบและไม่ชอบ ก็มีเสียงวิพากษ์วิจาร
มากมายว่า เป็นการสิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ อ้อลืมบอกไปค่ะว่างานนี้
ทั้งคู่ ลงทุนไปทั้งหมด 21 Millions Dollars เชียวค่ะ แต่งานนี้Artist
เป็นคนออกค่าใช้จ่ายทั้งหมด ไม่ได้ขอ Sponsor หรือ ความช่วยเหลือจากใครทั้งสิ้นค่ะ
ยิ่งไปกว่านั้น บางคนบอกว่า ไม่เห็นสวยเลย เหมือนขยะมากกว่า บ้างก็ว่าไม่เห็นจะArtเลย
กะอีแค่เอา Gates มาวางๆ เรียง ติดผ้าสีส้ม ก็บอกว่าเป็นArt ก็พูดกันไปต่างๆ นาๆ
ของทุกอย่างมีดีมีเสียในตัวมันเอง เราก็แค่เก็บเกี่ยวสิ่งที่ดีมา
ข้อเสียก็ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นไป คิดแบบนี้ ชีวิตจะได้มีความสุขไงล่ะคะ
จริงๆ แล้ว คำว่า Art นี่ เป็นคำที่มีความหมายกว้างมาก บางทีของบางสิ่งมันกว้างมาก
กว้างเสียจน มันไม่มีขอบเขต และในความกว้างอันไม่จำกัดของมันนั้น
Art จึงได้แทรกซึมไปอยู่ในทุกรูขุมขนของโลกใบนี้ สำหรับผู้เขียนเอง
ที่บางที ว่างจัด ก็นึกอะไรไร้สาระไปเรื่อยเปื่อย ก็พยายามนั่งหาความหมาย
ของคำ คำนี้ Art จนบางที ก็คิดว่า เราจะ ไปหาความหมายให้มันทำไมกัน
ในเมื่อทุกอย่างมีความหมายในตัวมันเอง บางที ของบางอย่างเราไม่จำเป็นต้องไปรู้จักมันว่ามันคืออะไร
รู้เพียงแค่ว่า เราอยู่กับมันแล้วเรามีความสุขก็พอ ก็อย่างที่เค้าบอกกันน่ะค่ะ Love
is in the air เช่นเดียวกับ Art ค่ะ มีอยู่ทั้วไปหมด เหลือเพียงแค่ว่า
เราจะสัมผัสมันอย่างไร เท่านั้นเอง ลองสูดลมหายใจลึกๆสิคะ เป็นไงคะ
นั่นล่ะค่ะArt แห่งการหายใจ ฮ่าๆๆ ล้อเล่นนะคะ
แต่ตอนนี้ ขอไปทำ Art แห่งการหลับตาก่อน เขียนเพลินจนลืม ดูเวลาว่าตอนนี้มันตี 4 กว่า
เข้าไปแล้ว ล่ะค่ะ
The artists do not accept sponsorship or donations.
By..Christo and Jeanne-Claude
|