"หมอคะ.." ทสุบาคิยาม่าร้องเรียกขณะยื่นหนังสือพิมพ์ในมือให้ ใบหน้าของเธอคล้ำก่ำเศร้า
ผมเหลือตาดูเพียงแวบเดียว เมื่อเข้าใจเนื้อหาของข่าวทั้งหมด
! ข่าวที่ผมเฝ้าต่อสู้ ผลักไส
ไม่อยากรับรู้มานานหลายปี
โดยพระบรมราชโองการแห่งสมเด็จพระจักรพรรดิ สงครามครั้งนี้สิ้นสุด!
ญี่ปุ่นแพ้แล้ว
!!
ผมร้องไห้ออกมาเสียงโหยหวนเมื่อน้ำตาไหลพรั่งพรู พลางยกสองมือขึ้นปิดหูราวไม่อยากได้เห็นได้ยินอะไรอีก
ยี่สิบนาที
ครึ่งชั่วโมง
ที่ผมอยู่ในอาการเช่นนั้น
กระทั่งน้ำตาแห้งเหือด หากอาการสะอื้นฮักอยู่ในหัวอกยังไม่ยอดหยุด
ทสุบาคิยาม่าเองก็นอนร้องไห้จนตัวงออยู่บนเสื่อทาทามิที่ด้านข้าง ไหล่ทั้งสองของเธอสั่นสะท้านด้วยแรงสะอื้นไห้
ตกตอนเย็น หน่วยแพทย์เคลื่อนที่ของเรากลับมา
เมื่อเห็นหน้าพวกเขา
น้ำตาผมไหลพรั่งพรูราวทำนบทลายอีกครั้ง
เราต่างลงนั่งจับมือกันไว้
แล้วก็ร้องไห้ร่วมกัน
กระทั่งพระอาทิตย์ตก
พระจันทร์ขึ้นมาแทนที่
หากเรายังไม่อาจหยุดร้องไห้คร่ำครวญ
ไม่อาจแตะต้องอาหารหรือกระทั่งจะดื่มน้ำชา
ไม่อาจคิดถึงสิ่งอื่นใด หรือแม้แต่พูดอะไร
ใบหน้าขาวเผือดของพวกเราจมอยู่ภายใต้ทะเลแห่งน้ำตา
กระทั่งทะเลนั้นแห้งเหือด
กระทั่งเราต่างหมดเรี่ยวหมดแรง
ทุกคนผล็อยหลับอย่างอ่อนเปลี้ย
|