๒๗ ผู้แพ้
  ๓๐ พ.ค ๔๕


"หมอคะ.." ทสุบาคิยาม่าร้องเรียกขณะยื่นหนังสือพิมพ์ในมือให้ ใบหน้าของเธอคล้ำก่ำเศร้า…
ผมเหลือตาดูเพียงแวบเดียว เมื่อเข้าใจเนื้อหาของข่าวทั้งหมด…! ข่าวที่ผมเฝ้าต่อสู้ ผลักไส … ไม่อยากรับรู้มานานหลายปี…
…โดยพระบรมราชโองการแห่งสมเด็จพระจักรพรรดิ สงครามครั้งนี้สิ้นสุด!…
ญี่ปุ่นแพ้แล้ว…!!
ผมร้องไห้ออกมาเสียงโหยหวนเมื่อน้ำตาไหลพรั่งพรู พลางยกสองมือขึ้นปิดหูราวไม่อยากได้เห็นได้ยินอะไรอีก
ยี่สิบนาที…ครึ่งชั่วโมง… ที่ผมอยู่ในอาการเช่นนั้น…
กระทั่งน้ำตาแห้งเหือด หากอาการสะอื้นฮักอยู่ในหัวอกยังไม่ยอดหยุด…
ทสุบาคิยาม่าเองก็นอนร้องไห้จนตัวงออยู่บนเสื่อทาทามิที่ด้านข้าง ไหล่ทั้งสองของเธอสั่นสะท้านด้วยแรงสะอื้นไห้
ตกตอนเย็น หน่วยแพทย์เคลื่อนที่ของเรากลับมา…
เมื่อเห็นหน้าพวกเขา… น้ำตาผมไหลพรั่งพรูราวทำนบทลายอีกครั้ง…
เราต่างลงนั่งจับมือกันไว้… แล้วก็ร้องไห้ร่วมกัน…
กระทั่งพระอาทิตย์ตก… พระจันทร์ขึ้นมาแทนที่… หากเรายังไม่อาจหยุดร้องไห้คร่ำครวญ… ไม่อาจแตะต้องอาหารหรือกระทั่งจะดื่มน้ำชา… ไม่อาจคิดถึงสิ่งอื่นใด หรือแม้แต่พูดอะไร…
ใบหน้าขาวเผือดของพวกเราจมอยู่ภายใต้ทะเลแห่งน้ำตา
กระทั่งทะเลนั้นแห้งเหือด…
กระทั่งเราต่างหมดเรี่ยวหมดแรง…
ทุกคนผล็อยหลับอย่างอ่อนเปลี้ย…
๑๗ สิงหาคม…
อาณาจักรล่มสลาย… หากสายน้ำและภูเขายังยืนยง…
เมื่อผมเลื่อนบานประตูให้เปิดออกอีกครั้งนั้น เขาสามยอมของมิตสุยาม่ายังยืนสงบงันอยู่เช่นเคย ไม่รับรู้ แม้แต่ขี้เมฆที่ลอยฟ่องอยู่รอบๆ ทุกอย่างก็เป็นเช่นขี้เมฆนั้น…
ผ่านมา… แล้วก็ผ่านไป… เช่นเดียวกับความยึดมั่นในเสถียรภาพนิรันดรแห่งอาณาจักรอาทิตย์อุทัยของเราที่มลายหายสิ้น…
ในท่ามกลางท้องฟ้าใสกระจ่างของยามเช้า เครื่องบินสัญชาติอเมริกันพากันบินวนเป็นวงกลมราวจะฉลองชัยชนะ
วนแล้ววนเล่าราวมีความสุขนักหนา…
เริ่มจาก "กรุมแมน" แล้วก็ "ล็อกฮีด" …ต่างก็บินวนช้าๆ อยู่เหนือหัวราวอยากเห็นว่า… ชีวิตที่เบื้องล่างนั้นเป็นอย่างไรกันบ้าง… บี ๒๙ ตามมา… เรือนลำใหญ่โตของมันราวจะทาบทับลงบนยอดแห่งเขามิตสุยาม่าก็ปานแล้วมันก็จากไป… สงครามจบลงแล้วด้วยความพ่ายแพ้ของเรา… วันนี้เราจะนอนเฉยๆ … ไม่ทำอะไรทั้งนั้น… หลังอาหารเช้า เราต่างลงนอนมองดูก้อนเมฆ ดูต้นไม้… ดูเครื่องบิน… เราไม่อยากทำอะไรทั้งสิ้น… ถ้วยชามยังกองทิ้งอยู่ข้างเตา แต่เราไม่ไยดีจะแตะต้องทำความสะอาด…

ชายผู้หนึ่งมาขอให้เราไปช่วยดูคนเจ็บ…
"ญี่ปุ่นแพ้แล้ว ! ยังจะมาพูดเรื่องคนเจ็บทำไมกันอีก…! วันนี้ผู้คนนับร้อยล้านคนต่างก็โศกเศร้าเสียใจอยู่ถ้วนหน้า แล้วมันเรื่องอะไรที่จะต้องไปสนใจกับใครเพียงแค่คนสองคนว่าจะอยู่หรือตาย!!
…ช่วยไปแล้วมันทำให้อะไรดีขึ้นหรือเปล่า… ญี่ปุ่นไม่มีทางลุกขึ้นยืนได้อีกแล้ว…
…ไม่ช่วย..!!"
ผมปฏิเสธเขาอย่างไม่มีเยื่อใย วันนี้เราทุกคนต่างก็เหน็ดเหนื่อยและอารมณ์เสีย… เพียงแค่อะไรนิดหน่อยที่มากระทบก็อาจทำให้ลุกขึ้นอาละวาดเอาง่ายๆ!!
"ครับ.." ชายคนนั้นรับคำเสียงแห้ง แล้วค่อยลุกขึ้นเดินคอตกจากไป
ผมนั่งนิ่งอยู่บนเสื่อ ยังคงมองตามไปอย่างหมกมุ่น…
เขาค่อยเดินตัดสนามหน้าบ้าน ห่างออกไปทุกที…
หากแล้วในทันทีทันควันนั้นเอง ที่ความรู้สึกในใจผมเปลี่ยนแปลง…!
ผมกระโดดลุกขึ้นยืนเมื่อร้องบอกให้ลิทเทิล บีนช่วยตะโกนเรียกเขาไว้
ญี่ปุ่นล่มสลาย…หากคนเจ็บยังมีชีวิต!
แม้ชีวิตๆ หนึ่งก็มีค่า…
สงครามจบลง… หากงานกู้ชีพเพื่อนมนุษย์ยังต้องดำเนินต่อไป…



ประเทศของเราเหลือแต่ซากก็จริง หากวงการวิทยาศาสตร์การแพทย์ยังคงดำรงอยู่…
ไม่ว่าประเทศอันเป็นที่รักจะยืนยงหรือล่มสลาย หากหน้าที่ของเราคือการดูแลความเจ็บไข้ได้ป่วยของคนไข้ทุกคน…
และนี่งานของเราเพิ่งจะเริ่มต้นเองไม่ใช่รึ…
หลักการเบื้องต้นที่สุดของหน่วยงานอันอยู่ภายใต้ธงที่มีกากบาทสีแดงก็คือ การช่วยชีวิตผู้คนไม่ว่าเขาผู้นั้นจะอยู่ฝ่ายไหน…
แต่นี่เพราะเราชาวญี่ปุ่นให้คุณค่ากับชีวิตของผู้คนน้อยเกินไป…
เพราะเหตุนั้น… วันนี้เราทั้งหลายจึงต้องตกอยู่ในสภาพแสนจะขมขื่นอันไม่อาจปฏิเสธ…
ประชาชนชาวญี่ปุ่นต่างได้รับการสั่งสอนอันเสมือนหนึ่งคำสั่งว่า… เราต่างต้องอดทนต่อความทุกข์ยากเจ็บปวด ต้องต่อสู้… ฟันฝ่าไปให้พ้นจากอุปสรรคนานัปการนี้… เพราะสิ่งนั้นจะนำมาซึ่งชัยชนะแห่งสงคราม
หากในความเป็นจริง… ความเจ็บปวดที่เหล่าเขาต่างเฝ้าฝืนกล้ำกลืนนั้นตอบสนองกลับคืนมาเป็นควมพ่ายแพ้อย่างหมดรูป… และ ณ บัดนี้… แต่ละชีวิตของพวกเขาเสมือนหนึ่งถูกเหวี่ยงให้ลอยคว้าง… เดียวดาย… ไร้ทิศทางอยู่ในวังวนแห่งความรู้สึกสุดโศกศัลย์
ไม่มีใครสักคนที่จะช่วยเหลือ… ปลอบขวัญ…
นอกจากเราเท่านั้น…
เรา… ที่จะต้องยืนหยัด และก้าวออกไปเพื่อให้สิ่งนั้นแก่เขา
ดังนี้.. เสาเอกต้นที่เราจะใช้ในการสร้างสังคมใหม่ของเรา จะต้องหล่อหลอมขึ้นด้วยหลักการใหม่ที่ว่า… ชีวิตทุกชีวิตต่างมีค่า


ผมค่อยประคองตัวขึ้นยืนบนเขาอันสั่นระริกด้วยความเจ็บปวดของตัวเอง…
ขณะเดียวกับที่สมาชิกในคณะต่างพร้อมใจกันลุกขึ้นยืนเคียงข้าง…
กำลังใจของพวกเราต่างกลับคืนมา
ความมุ่งมั่นที่จะก้าวออกไปเพื่อให้ความช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ทำให้เราเต็มไปด้วยปีติและพลัง
"นี่คือสงคราม…!"
ด้วยประโยคเดียวสั้นๆ นี้ที่สั่งให้เราต่อสู้… ต้องทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อมันโดยปราศจากซึ่งปุจฉาวิสัชนาตลอดมา หากบัดนี้… ประโยคดังกล่าวไม่มีอิทธิพลใดๆ กับเราอีกต่อไปแล้ว… เพราะ ณ บัดนี้ เรารู้แท้แน่ชัดว่า มีแต่เราเท่านั้นที่สามารถออกไปช่วยชีวิตอันมีค่าของพวกเราได้…และเราต่างจะมุ่งมั่นก้าวไปบนเส้นทางแห่งการให้ความช่วยเหลือนี้…
จริงอยู่… ร่างกายของเราเองก็เหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าอย่างเหลือแสน
หากเราจะไม่ยอมละเลยต่อความเจ็บป่วยของผู้อื่น…
แม้ว่าความเจ็บป่วยของตัวเองจะรุกรานบีบคั้นอยู่ทุกขณะที่ย่างเท้าก็ตาม…
เครื่องบินขับไล่ติดตราอเมริกันหราบินอยู่เหนือหัวเรา และทั้งที่เราต่างก็ดุ่มเดินเป็นแถวยาวอยู่เบื้องล่าง แต่วันนี้จะไม่มีการต่อสู้อะไรกันอีก…
เราต่างรู้สึกผ่อนคลายอย่างแปลกๆ ที่ไม่ต้องวิ่งเข้าหาที่กำบังเช่นแต่ก่อน…


ห้องสนทนา เม้าท์ระเบิด : โลกกับธรรม : English Corner : ข่าวประชาสัมพันธ์ : BKK Blog : Work at Home
เกมส์ Photo Hunt : Jigsaw : Hang Man : Tetris : Slider : จับคู่
BKK Mobile Picture Message : Logo : Mini Logo : Screen Saver : Text SMS : Color Picture Message : Wallpaper
รักและคิดถึง พบเพื่อนใหม่ : E-Cards : กลอนแทนใจ : ศาลาพักใจ : เยาวชนคนดี
สารพันบันเทิง ดูหนัง ฟังเพลง : ซอกแซกผ่านจอ : มุมฟุตบอล : เสี่ยงเซียมซี : ดวงดาวโคจร ออนไลน์ : Wallpaper : บันเทิง-เริงใจ : ซุบซิบดารา
สารพัดความรู้ เสวนาธุรกิจ : บัญชีทีเบรค : กระดูกและข้อ
ภาษาพาเพลิน Everyday English : Did you know? : E-Dialog : รู้จักญี่ปุ่น
ห้องสมุด BKK Business Letter : Song of the Week : พี่เลี้ยงภาษาอังกฤษ : เพลินภาษาน่ารู้ :E-Diary :
ศัพท์ทันโลก : สืบสายนิยายดัง : Alphabetize : SEX : วัยรุ่น วัยดึก : นางาซากิ: นานานก :
ชีวิตหลากสี : ยายวันวาน : พาชิมริมครัว : IT Audit : Chic & Trendy : Indy Zone :
เกร็ดความรู้ไอที : Star Corner : New York! New York!
BKK Center Hot Links : เบอร์โทรศัพท์ฉับไว : About us : ติดต่อ BKKonline