๓๔ ผู้ไถ่บาป
  ๑๘ ก.ค. ๔๕


คำกล่าวในพิธีศพของเหยื่อแห่งระเบิดปรมาณู...
…เมื่อเวลา ๑๐.๓๐ นาฬิกาของวันที่ ๙ สิงหาคม คริสต์ศักราช ๑๙๔๕ ณ พระราชวังอิมพีเรียล สภาการสงครามได้จัดประชุมขึ้นเพื่อพิจารณาว่า ประเทศญี่ปุ่นสมควรยอมจำนนต่อสงครามครั้งนี้หรือว่าควรสู้ต่อไป…
ณ นาทีนั้นมนุษยชาติได้เดินมาถึงซึ่งทางแยก การตัดสินใจที่กำลังจะเกิดขึ้นเป็นประหนึ่งเครื่องชี้ว่า…มนุษย์จะเลี้ยวขึ้นสู่ถนนสายยาวแห่งสันติภาพ หรือว่าดั้นด้นต่อไปในหนทางอันนองเลือดเพราะการทำลายล้าง…
เกือบจะในเวลาเดียว กัน…สิบเอ็ดนาฬิกาสองนาทีของเช้าวันนั้น…ที่ระเบิดปรมาณูระเบิดขึ้นเหนือน่านฟ้าแห่งอูราคามิของจังหวัดนางาซากิ
ณ นาทีนั้น…บุตรแห่งพระผู้เป็นเจ้าถึงแปดพันคนต่างเดินทางกลับสู่อุ้งหัตถ์แห่งพระองค์ ในขณะที่อีกเพียงไม่กี่ชั่วโมงถัดมา พระเพลิงได้เผาผลาญดินแดนอันศักดิ์สิทธิ์แห่งภาคตะวันออกนี้ลงเป็นเถ้าถ่าน…
และในเวลาเที่ยงคืนของวันเดียวกัน ที่มหาวิหารแห่งอูราคามิกลับพลุ่งโพลงขึ้นด้วยประกายไฟอีกครั้ง กระทั่งที่สุดมอดไหม้กลายเป็นเถ้าลงกองอยู่กับพื้น
เป็นเวลาเดียวกันที่ ณ พระราชวังอิมพีเรียล…สมเด็จพระจักรพรรดิทรงตัดสินใจให้ยุติสงคราม…!
๑๕ สิงหาคม… อันเป็นวันเดียวกับวันสมโภชที่พระนางพรหมจารีมารีอาได้รับเกียรติยกขึ้นสู่สวรรค์ พระบรมราชโองการประกาศให้สงครามสิ้นสุด ก็ได้รับการประกาศอย่างเป็นทางการ และโลกทั้งโลกต่างแย้มยิ้มต้อนรับสันติภาพ…เราจึงอาจกล่าวได้ว่ามหาวิหารแห่งอูราคามินี้ได้รับการอุทิศแด่เธอ
และเราจะต้องถามตัวเองว่า…โอกาศทั้งสอง…ที่สงครามได้สิ้นสุดลงพร้อมๆ กับการเฉลิมเพื่อพระแม้นี้ เป็นเพียงเหตุบังเอิญ
หรือว่าคือพระประสงค์แห่งพระองค์พระผู้เป็นเจ้า
ผมได้ยินมาว่าระเบิดปรมาณูลูกที่สอง ซึ่งมุ่งหมายเพื่อจัดการญี่ปุ่นให้ราบคาบนั้นความจริงมีเป้าหมาย ที่เมืองอื่น แต่เป็นเพราะท้องฟ้าเหนือเมืองนั้นเต็มไปด้วยเมฆหมอก กระทั่งนักบินอเมริกันไม่อาจมองเห็นเป้าหมายได้ ดังนั้น พวกเขาจึงเปลี่ยนเป้ามาเป็นนางาซากิ อันเป็นเป้ารอง…
ถึงกระนั้นแล้วก็ยังมีเหตุอีกจนได้…เพราะเมื่อระเบิดหลุดร่วงลงจากเครื่องบินแล้วนั้น ทั้งเมฆ และลมยังพัดให้มันลอยเลยที่ซึ่งมันจะต้องระเบิด ซึ่งก็คือโรงงานผลิตอาวุธที่อยู่เหนือขึ้นไป
และมาระเบิดเอาเหนือมหาวิหารพอดี…
หากสิ่งที่ผมได้ยินมานั้นเป็นความจริง…นั่นก็หมายความว่า นักบินอเมริกันมิได้ตั้งใจจะทิ้งระเบิดลงเหนือวิหาร…หากพระประสงค์แห่งพระผู้เป็นเจ้าต่างหากที่พาระเบิดมาลง ณ จุดนี้
มีความหมายลึกซึ้งอย่างใดหรือไม่… ระหว่างความพินาศย่อยยับแห่งนางาซากิกับการจบสิ้นลงแห่งสงครามครั้งนี้…
นางาซากิ…สถานที่อันศักดิ์สิทธิ์แห่งคริสต์ศาสนาเพียงแห่งเดียวของประเทศญี่ปุ่นใช่หรือไม่…ที่สถานที่แห่งนี้ได้รับเลือกให้เป็นเหยื่อ…ให้เป็นลูกแกะเพื่อเซ่นสังเวย ณ แท่นบูชายัญ เพื่อไถ่บาปที่มวลมนุษยชาติร่วมก่อในสงครามโลกครั้งที่สอง…
มวลมนุษยชาติต่างสืบทอดบาปอันอาดัมได้ก่อเมื่อคราวกินผลไม้ต้องห้าม…เราต่างสืบสานบาปแห่ง "เคน" ผู้ฆ่าน้องชายตัวเองตาย…เราต่างลืมไปว่า เราคือบุตรแห่งพระเจ้า เราต่างพากันฝักใฝ่อยู่กับสิ่งหลอกลวงนอกศาสนา และละเลยเสียซึ่งกฎแห่งความรัก แล้วเราก็มัวเมาอยู่ในความจงชังซึ่งกันและกัน…ล้างผลาญซึ่งกันและกัน และ ณ บัดนี้…น่ายินดีเป็นอย่างยิ่งที่เราได้จัดการให้สงครามอันชั่วร้ายนี้จบสิ้นลง
หากด้วยเพียงสำนึกเสียใจนั้น ยังไม่เพียงพอต่อการมอบสันติภาพให้แก่โลก เรายังต้องได้รับอภัยโทษจากพระผู้เป็นเจ้าด้วยการยอมเสียสละอย่างใหญ่หลวง
มีโอกาสมากมายหลายครั้งที่ญี่ปุ่นสามารถยุติสงครามลงได้โดยเมืองไม่ต้องถูกทำลายย่อยยับ…หากสิ่งเหล่านั้น ยังไม่เพียงพอต่อการเซ่นสังเวยต่อพระผู้เป็นเจ้า หรือพระองค์มิได้ยอมรับมัน กระทั่งเมื่อนางาซากิถูกทำลายลงที่พระองค์ทรงยอมรับเครื่องเซ่นนั้น…เมื่อพระองค์ทรงได้ยินเสียงร่ำให้แห่งมนุษยชาติ พระองค์จึงดลบันดาลให้สมเด็จพระจักรพรรดิทรงมีพระบรมราชโองการประกาศยุติสงคราม…
มหาวิหารแห่งอูราคามิอยู่รอดปลอดภัยมาตลอดเวลาสี่ร้อยปีแห่งความบีบคั้น ตลอดเวลาที่ต้องหลีกเร้น…และตลอดเวลาที่เหล่าผู้กล้าต้องหลั่งเลือดพลีชีพเพื่อศาสนา
ในระหว่างเวลาแห่งสงคราม ไม่ว่ายามกลางวันหรือค่ำคืน…วิหารแห่งนี้ไม่เคยหยุดการสวดภาวนาเพื่อสันติภาพ…
หรือนี่มิใช่สิ่งบูชายัญอันปราศจากซึ่งรอยด่างพร้อมแปดเปื้อน…ซึ่งเหมาะควรแก่การถวายลง ณ เบื้องพักตร์แห่งองค์พระผู้เป็นเจ้า…
ขอบพระคุณ... ต่อสิ่งบูชานี้ ที่ช่วยให้อีกหลายล้านชีวิตอยู่รอดปลอดภัยจากการทำลายแห่งสงคราม
การทำลายล้างเมื่อวันที่ ๙ สิงหาคม ช่างสวยงาม และสง่าผ่าเผยเสียนี่กระไร…เมื่อเปลวไฟพุ่งโชนขึ้นจากมหาวิหารขับไล่ความมืดมนแห่งสงครามออกไป และให้แสงสว่างแก่สันติภาพ ณ เบื้องลึกที่สุดแห่งความโศกศัลย์ในหัวใจนั้น เรายังมีศรัทธาจนอาจมองเห็นบางสิ่งที่สวยงาม บางสิ่งอันสะอาดบริสุทธิ์และสูงค่า…
คริสต์ศาสนิกชน และพระแปดพันคน…ทุกคนล้วนเป็นคนดีที่เรารัก และอาลัยอย่างยิ่ง ต่างถูกย่างสดไปในควันไฟอันบริสุทธิ์…ต่างผ่านเข้าสู่ชีวิตอันเป็นอมตะ
พวกเขาช่างเต็มไปด้วยความสุขอย่างล้นเหลือ ที่ได้จากโลกนี้ไปโดยไม่ต้องรับรู้ถึงความล่มสลายแห่ง ประเทศอันเป็นที่รัก…! เป็นการดีสักเพียงไหน…ที่พวกเขาได้สละร่างลงเป็นเครื่องบูชายัญ และได้พักผ่อนชั่วนิรันดร์ในอ้อมอกแห่งพระผู้เป็นเจ้า…เมื่อเปรียบเทียบกับพวกเรา ที่ยังต้องคงชีวิตอยู่ท่ามกลางความสับสน… ญี่ปุ่นแพ้แล้ว และอูราคามิก็ทลายราบลง…กองเถ้าและซากปรักหักพังยังเกลื่อนอยู่สุดลูกหูลูกตา…เราต่างไม่มีบ้าน…ไม่มีอาหาร… ไร้ซึ่งเสื้อผ้า…ท้องทุ่งเพาะปลูกของเรากลายสภาพเป็นที่รกร้างว่างเปล่า…มีคนเพียงจำนวนน้อยนิดเท่านั้น ที่ยังรอดมาได้บ้างและในท่ามกลางซากปรักหักพังเหล่านั้น ที่เรา…กลุ่มละเพียงสองหรือสามคนต่างยืนเหม่อมองไปในท้องฟ้าอย่างไรซึ่งจุดหมายปลายทาง…
ทำไม…เราจึงไม่ตายไปพร้อมกับพวกเขาในวันนั้น…ณ นาทีนั้น…และในบ้านแห่งพระผู้เป็นเจ้าหลังนี้…ทำไม่เราถึงยังต้องทุกข์ทนอยู่ต่อไปกับชีวิตอันน่าสังเวชนี้…
คำตอบก็คือ เพราะเราเป็นคนบาป!
อา…ณ บัดนี้…เราต่างถูกบังคับให้ต้องเปิดตาดูโทษมหันต์แห่งบาปที่เราก่อ…เพราะเรามิได้ไถ่บาปแห่งเราที่ทำให้เรายังต้องคงอยู่
ผู้ที่ยังคงต้องมีชีวิตอยู่ คือผู้ที่ประกอบด้วยบาปอันนักหนา กระทั่งชีวิตของเขาไม่มีค่าพอที่จะถวายเป็นเครื่องบูชาแด่พระผู้เป็นเจ้า…
เรา…ประชาชนชาวญี่ปุ่นผู้พ่ายแพ้…จะต้องก้าวเดินต่อไปบนถนนแห่งความเจ็บปวดอับอาย ค่าปฏิกรรมสงครามที่ถูกกำหนดไว้ในปฏิญญาแห่งพ็อตแดมนั้นหนักหนาสาหัสนัก…หากถนนเส้นที่เต็มไปด้วยอุปสรรค ขวากหนามที่เราจะต้องเดินนี้ มิใช่ถนนเดียวกันกับเส้นที่จะให้โอกาศแก่เราคนบาป ที่จะได้ไถ่บาปของตัวเองหรอกหรือ…
ขอพระเจ้าทรงประทานพรแด่เหล่าเขาผู้ตกอยู่ในห้องทุกข์…
ดินแดนอันเต็มไปด้วยซากสลดอันเกิดเพราะระเบิดปรมาณู…!
เราต้องเดินไปบนถนนสายแห่งการไถ่บาปนี้อย่างซื่อตรง และจริงใจ…
และเมื่อเราต้องเดินไปด้วยความหิว…กระหาย…ท่ามกลางเสียงหัวเราะเย้ยหยัน…ท่ามกลางความ ทุกข์ทรมานเพราะถูกตัดสินให้ต้องรับโทษ…ในความบาดเจ็บที่ร่างกายท่วมไปด้วยทั้งเลือด และเหงื่อนั้น…
ขอให้เรานึกถึงพระเยซูเจ้า ผู้ทรงแบกไม้กลางเขนแห่งพระองค์สู่เนินเขา ณ คาลวารี…
เพราะพระองค์จะให้กำลังใจแก่เรา…
พระเจ้าทรงให้…และพระเจ้าทรงรับคืนไป พระองค์เท่านั้นคือผู้ประทานพร…ขอให้เราได้ขอบพระทัยพระองค์ที่ทรงเลือกอูราคามิเป็นเครื่องบูชายัญ…
ขอให้เราได้ขอบพระทัยพระองค์ที่ทรงมอบสันติภาพแก่โลก…และมอบเสรีภาพแห่งศาสนาแก่ประเทศญี่ปุ่น…
ให้ดวงวิญญาณอันซื่อตรงแห่งเหล่าเขาผู้จากไป ได้พักผ่อนชั่วนิรันดรในพระกรุณาแห่งพระองค์…
อาเมน…
อิชิทาโรค่อยหลับตาลงเมื่ออ่านข้อความนั้นจบ
เป็นครู่…กว่าเขาจะเอ่ยถ้อยคำออกมา…
"ดังนั้นภรรยา และลูกๆ ของผมก็ไม่ได้จากไปสู่นรกแน่นอน…!แต่คุณหมอครับ…แล้วเราล่ะ…เราก็ยังต้องคงอยู่…"
"ทั้งผมและคุณ…เราต่างสอบตก…ไม่สามารถผ่านเข้าประตูสวรรค์…"
"อือม์…แต่ผมกลับเห็นอีกอย่างหนึ่งนะ…ความจริง…ผมเห็นตรงกันข้ามกับที่คุณพูดมานั่นทีเดียว… ระเบิดปรมาณูที่ถูกทิ้งลงมาเหนือนางาซากินั่นคือประสงค์ยิ่งใหญ่แห่งพระผู้เป็นเจ้า… นี่คือเกียรติภูมิยิ่งใหญ่ที่เราเหล่านางาซากิจักต้องขอบพระทัยพระองค์…"
"เราสอบตก! ฮ่ะ …ฮ่ะ…"
แล้วเราต่างหัวเราะเสียงดังก้องออกมาพร้อมกัน…ราวกับว่าถาระหนักหนาสาหัสประการหนึ่งหลุดร่วงลงจาก บ่าไปแล้ว
"ผมคงต้องร่ำเรียนให้หนักมากๆ ไม่งั้นคงไม่มีโอกาศพบภรรยาและลูกๆ ในสวรรค์…" เขาว่า "…ผู้สังเวยชีวิตไปในสงครามเป็นผู้ที่เสียสละอย่างยิ่ง พวกเขายอมทนทุกข์กระทั่งถึงวาระสุดท้าย…เราจะต้องไม่ลืมความเสียสละและความเจ็บปวดเหล่านั้น ต้องรับรู้มันด้วยเช่นกัน…!
"ใช่แล้ว…ใช่แล้ว! และเราควรจะเริ่มต้นเดี๋ยวนี้เลย…ด้วยการสร้างบ้านเมืองของเราขึ้นมาใหม่จากป่าช้าแห่งปรมาณูแห่งนี้แหละ… ที่นี่คือทะเลทรายผืนใหญ่ที่สุดในโลก…ดินแดนแห่งความโศกศัลย์…อ้างว้าง และขนพองสยองเกล้าที่เต็มไปด้วยเถ้าถ่าน และซากปรักหักพัก ที่เรายืนอยู่นี้…เราอาจร้องไห้ให้กับกองกระดูกของผู้ที่จากไป…หากเราก็จะต้อองมุ่งมั่นฝ่าฟันไป บนหนทางแห่งเราเช่นกัน!"
"ผมคือคนบาป…เพื่อที่จะรับบาปและไถ่บาปนั้น นั่นคือความสุข! ขอให้เราได้ทำงานแะร่วมสวดภาวนาร่วมกัน"
อิขิทาโรจากผมไปด้วยรอยยิ้มบนใบหน้า



ห้องสนทนา เม้าท์ระเบิด : โลกกับธรรม : English Corner : ข่าวประชาสัมพันธ์ : BKK Blog : Work at Home
เกมส์ Photo Hunt : Jigsaw : Hang Man : Tetris : Slider : จับคู่
BKK Mobile Picture Message : Logo : Mini Logo : Screen Saver : Text SMS : Color Picture Message : Wallpaper
รักและคิดถึง พบเพื่อนใหม่ : E-Cards : กลอนแทนใจ : ศาลาพักใจ : เยาวชนคนดี
สารพันบันเทิง ดูหนัง ฟังเพลง : ซอกแซกผ่านจอ : มุมฟุตบอล : เสี่ยงเซียมซี : ดวงดาวโคจร ออนไลน์ : Wallpaper : บันเทิง-เริงใจ : ซุบซิบดารา
สารพัดความรู้ เสวนาธุรกิจ : บัญชีทีเบรค : กระดูกและข้อ
ภาษาพาเพลิน Everyday English : Did you know? : E-Dialog : รู้จักญี่ปุ่น
ห้องสมุด BKK Business Letter : Song of the Week : พี่เลี้ยงภาษาอังกฤษ : เพลินภาษาน่ารู้ :E-Diary :
ศัพท์ทันโลก : สืบสายนิยายดัง : Alphabetize : SEX : วัยรุ่น วัยดึก : นางาซากิ: นานานก :
ชีวิตหลากสี : ยายวันวาน : พาชิมริมครัว : IT Audit : Chic & Trendy : Indy Zone :
เกร็ดความรู้ไอที : Star Corner : New York! New York!
BKK Center Hot Links : เบอร์โทรศัพท์ฉับไว : About us : ติดต่อ BKKonline