"เอาไว้เราค่อยถกกันเรื่องพระเจ้านี้อีกทีก็แล้วกันนะครับ
แต่ขอให้ผมได้
ถามว่าเราเคยพูดกันไม่ใช่รึครับว่าสงครามก็คือมารดาแห่งอารยะ
ไม่ใช่สงครามรึครับ
ที่กระตุ้นให้เกิดการพัฒนาอย่างยิ่งในวงการวิทยาศาสตร์
อย่างเช่นระเบิดปรมาณูนั่นไง
."
"กับชีวิตของมนุษยชาติ
กับเงินทองที่ทุ่มโถมลงไป การใช้เวลามากมายมหาศาล
การระดมกำลังแรงงานผู้คน
หากว่าทั้งหมดนี่เป็นไปด้วยจุดมุ่งหมายเพื่อสันติภาพ
ผลของมันจะยิ่งใหญ่กว่ากันสักเพียงไหนเล่า
ไม่ว่าจะด้วยประการใดๆ
การทำสงครามก็ไม่ใช่ธุรกิจที่ก่อกำไรอีกต่อไปแล้ว
เมื่อตอนที่คุณลาจากกองทัพมา ผู้บังคับบัญชาบอกคุณว่า ยังไง
"
"แย่มาก
เราทำอะไรไม่ได้เลย
ต้องยอมพวกอเมริกันไปก่อน
แต่เราจะยืนหยัดขึ้นอีกครั้ง เช่นเดียวกับที่เยอรมันลุกขึ้นได้จากซากเถ้าแห่งสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง
เราเพียงกำดาบไว้ให้มั่น และคอยให้วันนั้นมาถึงเท่านั้น!
พวกเขาบอกเราอย่างนี้ครับ
"
"ยุทธศาสตร์ของคนอ่อนหัดพวกนี้ก็มีแต่จะนำไปสู่หายนะอย่างเดียวเท่านั้น
พวกคุณต้องปฏิเสธความคิดเหล่านี้เสียให้เด็ดขาดทีเดียว
บอกผมทีเถอะว่า
ผู้บังคับบัญชาเหล่านี้น่ะเคยออกแนวหน้าไปรบจริงๆ บ้างหรือเปล่า
"
"เปล่าครับ
พวกเขาสั่งงานจากที่บ้าน
"
"ใช่สิ..เหล่าผู้บังคับบัญชาที่ไม่เคยเจอสงครามจริงๆ พวกนี้เพียงแต่สนองตัณหาตัวเอง
ด้วยการตะโกนออกคำสั่ง แล้วก็ส่งเหล่าชั้นผู้น้อยออกสู่แนวหน้า
เพราะสงครามที่แท้จริงนั้นเต็มไปด้วยความทารุณโหดร้าย
หากว่าคุณจะเพียงเอนอิงอยู่บนโซฟา
อ่านบทกวีเกี่ยวกับการรบ
แล้วก็รำพึงรำพันว่า
แหม
ผมเองก็อยากออกไปแนวหน้ากับเขาด้วยเหมือนกันนะนี่
นั่นมันก็คนละเรื่องกันความเป็นความตายที่ชายแดน
หนังสือที่บรรยายให้เห็นภาพหฤโหดเหล่านั้น
ถูกเซนเซอร์ไปหมดแล้ว และถึงแม้ว่าจะมีภาพของยุทธการที่ "โยชิทสุเส" หรือว่าบทกวีเกี่ยวกับ
นายพลโนกิเหลืออยู่บ้าง แต่ว่า
มีความสวยงามตรงไหนสักนิดไหมเล่าที่เกี่ยวกับระเบิดปรมาณู
ถ้าพวกคุณอยู่ที่นี่ในวันนั้น
ในนาทีนั้น
ถ้าพวกคุณได้เห็นนรกที่ผุดขึ้นมาบนดินต่อหน้าต่อตา
หากว่าคุณได้เห็นมันเพียงแม้แต่แวบเดียว
พวกคุณจะไม่มีทางวาดฝันอันบ้าคลั่งเกี่ยวกับสงครามครั้งต่อไปอีกเลย
|