J
James I (JamesVI) 1566-1625: พระเจ้าเจมส์ที่หนึ่ง (เจมส์ที่หก) พ.ศ.2109-2168
เป็นกษัตริย์สก๊อตแลนด์ที่ได้ปกครองอังกฤษต่อจากสมเด็จพระราชินีอลิทซาเบทที่ 1 (ค.ศ.1603-1625) เป็นต้นราชวงศ์สจ๊วตของอังกฤษ พระองค์เป็นกษัตริย์สก๊อตแลนด์ใน ค.ศ.1567 ต่อจากพระนางแมรี และต่อมายังทรงมีสิทธิ์ในราชบัลลังก์อังกฤษด้วย ในรัชสมัยของพระองค์ได้เกิดความขัดแย้งระหว่างกษัตริย์กับรัฐสภา จนเกิดสงครามกลางเมืองในรัชสมัยพระโอรสของพระองค์คือ พระเจ้าชาร์ลส์ที่หนึ่ง

Jesuit Order: นิกายเจซูอิท
เป็นนิกายที่จัดตึ้งขึ้นโดยสมาคมเจซู มีระเบียบวินัยเคร่งครัดแบบทหารอยู่ในฝ่ายนิกายโรมันคาทอลิก ผู้เป็นหัวหน้าก่อตั้งคือ โลโยลา เน้นเรื่องการศึกษาเป็นพิเศษ นับเป็นหัวหอกสำคัญของฝ่ายโรมันคาทอลิกในการต่อต้านโปรเตสแตนต์ ระหว่างสมัยการต่อต้านการปฏิรูปศาสนา
(ดู Loyola, Ignatius: Counter-Reformation: Catholic Reformation)


Julius Caesar (102-44B.C.): จูเลียส ซีซาร์
เป็นแม่ทัพ และเป็นรัฐบุรุษโรมันที่เป็นคู่แข่งสำคัญของซุลลา เขาเป็นผู้สนับสนุนมาริอุส และต่อมาได้ตัดสินใจเดินทัพข้ามแม่น้ำรูบิกอง ทำให้เกิดคำขวัญว่า "Cross the Rubicon" มีความหมายว่า "ไปตายดาบหน้า" เมื่อเผชิญหน้ากับปอมเปย์ เขาจึงสามารถใช้กำลังทหารเป็นของตนแทนการเดินทางกลับโรมด้วยมือเปล่า ที่อาจจะทำให้ต้องพ่ายแพ้ปอมเปย์ เขาได้กลายเป็น "ผู้เผด็จการ" (Dictator) ของโรม ในปี 49 B.C. ซีซาร์สร้างอำนาจมากขึ้นจนถึงกับถูกระแวงว่าจะมีการสถาปนาระบอบกษัตริย์ขึ้นมาอีก พวกซีเนเตอร์รวมทั้งบรูตุส และแคสสิอุส จึงตัดสินใจร่วมมือกันสังหารซีซาร์ที่หน้าสภาซีเนทในปีที่ 44 B.C. โดยอ้างว่าเพื่อรักษาระบอบสาธารณรัฐไว้ให้ได้
(ดู Sulla; Marius; Rubicon River; Pompey; Brutus; Cassius; Despotism)


Just Price: ราคายุติธรรม
เป็นทฤษฎีที่ตั้งขึ้นมาเพื่อควบคุมการคิดกำไร และผลประโยชน์อย่างยุติธรรม (เป็นปรัชญาที่พระเป็นผู้พัฒนาขึ้นในยุคกลาง) ปรัชญานี้ได้แนวคิดจากปรัชญาของอริสโตเติ้ล ว่าบุคคลย่อมต้องการความยุติธรรมเพื่อทำการค้ากับบุคคลอื่น ความยุติธรรมนี้คือการที่สินค้าชนิดหนึ่งมีค่าเท่ากับสินค้า หรือคุณค่าของอีกชิ้นหนึ่ง กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ การที่พ่อค้าจะต้องไม่พยายามชักจูงให้ผู้ซื้อต้องถูกบังคับให้ซื้อสินค้าอื่นด้วย โดยทั่วไปแล้ว อริสโตเติลไม่ชอบการผูกขาด หรือแลกเปลี่ยนระหว่างพ่อค้าคนเดียวกับผู้ซื้อหลายคน เขาเห็นว่าการกระทำดังนี้ไม่ยุติธรรม
การค้าในแมนเนอร์ยุคกลางค่อนข้างจะถูกจำกัด ทั้งนี้เพราะในแต่ละแมนเนอร์มีความจำเป็นต้องพึ่งพาตนเอง พระจึงพยายามออกกฎหมายประณามการค้ากำไรเกินควร ในระดับท้องถิ่นถือว่าการให้เงินคือการใช้จ่ายไม่ใช่หวังผลกำไร จนภายหลังสงครามครูเสดที่มีการเปิดเส้นทางการค้ากว้างขึ้น ทั้งการค้าระหว่างกันก็เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในตอนปลายยุคกลางที่การค้าขยายวงกว้างขึ้น จนพระไม่อาจกำหนดได้ว่าการค้าอย่างไรที่ไม่ถือว่าเป็นการค้ากำไรเกินควร ยิ่งกว่านั้นผู้ที่มีความเชื่อในหลักตรรกศาสตร์ของอริสโตเติ้ลเดินทางกลับจากตะวันออก และนำแนวความคิดใหม่กลับมาด้วย การให้คำจำกัดความเพียงว่าการค้ากำไรเกินควรนั้นควรจะถูกกำหนดด้วยหลักความยุติธรรม
ราคายุติธรรมตอนปลายยุคกลางคือ การคิดว่าการค้าขายสินค้าอย่างใดก็ควรบวกค่าใช้จ่ายพอสมควรให้กับผู้ค้า เมื่อเวลาผ่านไปมีการแข่งขันมากขึ้น การกำหนดราคาสูงเกินไปก็จะกระทำไม่ได้ ราคาไม่ยุติธรรมเมื่อกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งรวมตัวกันกำหนดราคาในลักษณะผูกขาด ลักษณะการควบคุมที่เป็นไปโดยอัตโนมัติจึงขึ้นอยู่กับต้นทุนมากกว่าอย่างอื่น โดยเฉพาะการเกิดลัทธิพาณิชย์นิยมจะกลายเป็นพลังสำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์อารยธรรมตะวันตก
(ดู MiddleAges; Aristotle; Monopoly; Usury; Crusades; Scholastics; Mercantilism)


Justinian Code: กฎหมายจัสติเนียน
เป็นประมวลกฎหมายในรัชสมัยพระจักรพรรดิจัสติเนียนแห่งอาณาจักรโรมันตะวันออก ประมวลไว้เป็นหลักของอาณาจักร การรวมกฎหมายนี้เริ่มมาแต่สมัยพระจักรพรรดิฮาเดรียน และเสร็จสิ้นลงในสมัยพระจักรพรรดิจัสติเนียน
(ดู Justinian: Hadrian)


Justinian, Emperor 483-565: จัสติเนียน,พระจักรพรรดิ (พ.ศ.1026-1108)
เป็นจักรพรรดิไบแซนไทน์ต่อต้านลัทธิเนสโตเรียน (Nestorians) และทรงศรัทธาลัทธิโมโนฟิไซทิสม์ (Monophysitism) ทรงรวบรวมประมวลกฎหมายจัสติเนียน เป็นกฎหมายสำคัญที่รวบรวมไว้คือ "Corpus Juris Civilis" เป็นรัชสมัยที่มีการพิพาทกันในราชอาณาจักรระหว่างฝ่ายน้ำเงิน (Blues) และเขียว (Greens) ในการจลาจลไนกา (Nika Riot: ค.ศ.532) ในที่สุด พระองค์จัดการประชุมสภาคอนสแตนติโนเปิลครั้งที่สอง (Second Council of Constantinople 553 A.D) ยึดแอฟริกาคืนจากพวกแวนเดิล (Vandals) ระหว่าง ค.ศ.533-548 และยึดอิตาลีคืนจากออสโตรกอธ (Ostrogoth: 535-554) ทรงสร้างผลงานสถาปัตยกรรมสำคัญคือ โบสถ์ แซนต้า โซเพีย เป็นต้น
(ดู Byzantine Empire; Nestorianism; Monophysitism; Justinian Code)