(เล่มที่ 2 หน้า 2)
6. จากข้อ 5 ข้างต้น ผมเองได้ยินเสียงวิจารณ์ หรือเสียงบ่นจากการปฏิบัติงานการตรวจสอบของผู้ปฏิบัติงานภาคสนาม หรือผู้ลงมือตรวจสอบในองค์กรที่ใช้คอมพิวเตอร์จริงๆ จากผู้คุ้นเคยมากรายว่า การตรวจสอบระบบการควบคุมภายในและการบัญชี ตลอดจนการศึกษาทำความเข้าใจระบบงานในองค์กร ที่ได้รับการตรวจสอบที่ใช้คอมพิวเตอร์ เพื่อวางแผนและกำหนดเทคนิคหรือวิธีการตรวจสอบ หรือเพื่อหาหลักฐานและความพอเพียงในการตรวจสอบตามเป้าหมายการตรวจสอบ โดยใช้วิธีการตรวจสอบตามปกติหรือ Manual นั้น ได้ถูกจำกัดโดยกระบวนการ process งานด้านคอมพิวเตอร์ เพราะขั้นตอนการควบคุมภายใน และการบัญชีส่วนใหญ่ได้ใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์เป็นผู้ควบคุม และดำเนินงานแล้ว ดังนั้นเมื่อไม่มีการตรวจสอบด้านคอมพิวเตอร์หรือ IT Audit เป็นส่วนหนึ่งของ Financial Audit โดยเฉพาะอย่างยิ่งการตรวจสอบการปฏิบัติ ตามระเบียบกฎเกณฑ์การควบคุมภายใจของหน่วยงาน (Compliance Audit) แล้ว ก็จะทำให้การปฏิบัติงานตรวจสอบนั้นต้องข้ามขั้นตอน หรือละเว้นการตรวจสอบที่จำเป็นไปไม่น้อย ทำให้มีปัญหาถึงประสิทธิภาพ และประสิทธิผลการปฏิบัติงานการตรวจสอบอันเกิดจากการละเลย ไม่ตรวจสอบงานด้านคอมพิวเตอร์ รวมทั้งไม่ใช้คอมพิวเตอร์เข้าช่วยในการตรวจสอบตามมาตรฐานที่ควรจะเป็นด้วย
ท่านเคยได้ยินคำวิจารณ์หรือเสียงบ่นทำนองนี้บ้างหรือไม่ และท่านควรจะทำการแก้ไขปัญหา หรืออุปสรรคตามที่กล่าวนี้อย่างไร หากท่านไม่ได้ยินเรื่องทำนองข้างต้น ท่านเคยคิด และพิจารณาบ้างหรือไม่ว่าเป็นไปได้ หรือที่การตรวจสอบยังคงใช้แนวทางการตรวจสอบเดิมๆ สมัยที่องค์กรยังใช้ระบบ Manual เมื่อองค์กรนั้นนำคอมพิวเตอร์เข้ามาใช้แล้ว
7. ในการตรวจสอบธนาคารพาณิชย์ และสถาบันการเงินด้านคอมพิวเตอร์รวมทั้งองค์กรอื่นที่ใช้คอมพิวเตอร์ ผู้ตรวจสอบควรพิจารณาถึงความจำเป็น และความแตกต่างในระบบงานของแต่ละองค์กรเป็นกรณีไป โดยควรเน้นและให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการควบคุมภายในให้มีประสิทธิภาพ
8. การทำความเข้าใจในเป้าหมาย ขอบเขต กรรมวิธี ในการตรวจสอบงานด้านคอมพิวเตอร์ (IS Audit) และการตรวจสอบทางด้านการเงิน (Financial Audit) และจัดทำรายงานการตรวจสอบตลอดจนความสัมพันธ์ของงานทั้ง 2 ประเภท นับเป็นสิ่งที่มีความสำคัญยิ่งในการปฏิบัติงานการตรวจสอบที่มีประสิทธิภาพสูงสุด เช่น การรู้จักใช้เครื่องมือคอมพิวเตอร์ให้เป็นประโยชน์ในการตรวจสอบ และการทำความเข้าใจในระบบงานด้านคอมพิวเตอร์ เพื่อกำหนดขอบเขตการตรวจสอบให้เหมาะสม เป็นต้น
9. วิธีการตรวจสอบและเทคนิคการตรวจสอบงานด้านคอมพิวเตอร์ จะต้องพัฒนาให้ทันกับ Technology สมัยใหม่ที่ก้าวหน้าอย่างรวดเร็วและไม่หยุดยั้ง ทั้งทางด้าน Hardware และ Software วิธีการตรวจสอบจึงจำเป็นต้องพัฒนาขึ้น เพื่อช่วยให้ผู้ตรวจสอบมีเครื่องมือ และรู้จักใช้เครื่องมือปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพ และบรรลุวัตถุประสงค์ในการตรวจสอบ อีกทั้งจะช่วยให้ผู้ตรวจสอบมีความมั่นใจในการเสนอ ความเห็นในรายงานการตรวจสอบอย่างถูกต้องตามความเป็นจริง และมีเหตุมีผล
10. ผู้ตรวจสอบทางด้านคอมพิวเตอร์ นอกจากจะได้รับมอบหมายให้เป็นผู้ตรวจสอบความถูกต้อง และความน่าเชื่อถือได้ของข้อมูลจากงานที่ประมวลผลด้วยคอมพิวเตอร์แล้ว ยังมีหน้าที่ที่สำคัญมากอีกประการหนึ่งก็คือ การร่วมมือและประสานงานตรวจสอบด้านการเงิน (Financial Audit) โดยแนะนำหรือร่วมปฏิบัติงานทางด้านเทคนิค การตรวจสอบในส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การปฏิบัติงานตรวจสอบทางด้าน Financial มีปัญหาน้อยที่สุด
ดังนั้น การศึกษาเทคนิคใหม่ๆ ทางด้านคอมพิวเตอร์ เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง และจะต้องดำเนินการควบคู่กันไปกับการปฏิบัติงานตรวจสอบด้วยเสมอ ทั้งนี้เพื่อดำรงไว้ซึ่งประสิทธิภาพของการตรวจสอบโดยรวม
11. เมื่อผมได้ไปปฏิบัติหน้าที่ในฐานะ Deputy Principal ของหลักสูตร SEACEN (South East Asian Central Banks) หลักสูตร Inspection and Supervision of Financial Institutions ครั้งที่ 12 ที่กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อปี ค.ศ. 1988 ผมได้แนะนำให้เพิ่มวิชาที่มีเนื้อหา ในด้านที่เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์หลายวิชาในหลักสูตรนี้ ทาง SEACEN ได้เชิญผมไปบรรยายความจำเป็นของวิชาเหล่านี้ให้กับเลขาธิการของ SEACEN ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ในปีเดียวกันนั้น ในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาการกำกับ และการตรวจสอบสถาบันการเงินที่ต้องมีวิชานี้เข้าไปเกี่ยวข้องด้วย เพราะเป็นเรื่องที่แยกกันไม่ได้ในวงการกำกับ และการตรวจสอบสถาบันการเงินที่ใช้คอมพิวเตอร์ และทาง SEACEN ก็ได้บรรจุวิชาต่างๆ ที่เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์เข้าไปในหลักสูตรนี้นับจากนั้นมาจนกระทั่งปัจจุบัน ซึ่งผมได้มีส่วนช่วยบรรยายหลายวิชาในหลักสูตรนี้ที่จัดขึ้นในประเทศต่างๆ ของสมาชิก SEACEN ในเวลาต่อมาด้วย นั่นคือถึงแม้เป้าหมายของผู้ตรวจสอบ จะเป็นการตรวจสอบฐานะความมั่นคงทางการเงิน หรือเป็นการตรวจสอบเพื่อรับรองงบการเงิน แต่ข้อมูลและการควบคุมภายใน ส่วนใหญ่ได้ถูกประมวลโดยระบบคอมพิวเตอร์แล้ว ดังนั้น การวางแผนการตรวจสอบก็จะต้องคำนึงถึง และเข้าใจในระบบงานด้านคอมพิวเตอร์พอสมควรด้วยเสมอ
12. นอกจากที่กล่าวทาง SEACEN ก็ได้จัดหลักสูตรใหม่ขึ้นมาโดยเฉพาะ เรียกว่า Computer Audit (Advanced Level) ขึ้น เป็นหลักสูตรการตรวจสอบคอมพิวเตอร์ และการใช้คอมพิวเตอร์เข้าช่วยในการตรวจสอบในสถาบันการเงิน โดยเฉพาะแยกเป็นอีกหลักสูตรหนึ่งโดยอบรมให้แก่ผู้ตรวจสอบจากธนาคารกลางประเทศต่างๆ ในเอเชีย
ทาง SEACEN ได้ให้ผมเป็น Course Director สำหรับหลักสูตรนี้อีกครั้ง เพื่อจัดให้มีการอบรมให้กับประเทศต่างๆ ที่กรุงเทพฯ เมื่อปลายปี ค.ศ. 1993 ซึ่งช่วงนั้นผมได้บรรยายวิชา EDP Supervision and Financial Institutions ด้วย โดยกล่าวถึง The Thai experienced ในเรื่อง ตามที่สรุปในภาคผนวกเล่มที่ 1 แล้วแต่วิชาคอมพิวเตอร์อื่นๆ ในหลักสูตรนี้ที่ผมได้บรรยายให้ SEACEN ในปีก่อนๆ หน้านี้ ผมไม่ได้นำมาให้ผู้อ่านได้อ่านด้วย เพราะมีบางส่วนได้กล่าวเป็นภาษาไทยในหนังสือชุดนี้อยู่แล้ว
13. การตรวจสอบด้านคอมพิวเตอร์ถึงแม้จะมีความจำเป็นเด่นชัด แต่ผู้บริหารในองค์กรต่างๆ ให้ความสำคัญกับการตรวจสอบด้านนี้แตกต่างกัน และมีจำนวนไม่น้อยที่มองข้ามประเด็นที่สำคัญนี้ อย่างไรก็ดีสำหรับธนาคารพาณิชย์ ธนาคารแห่งประเทศไทยได้กำหนดให้มีการตรวจสอบคอมพิวเตอร์ เพื่อดูแลเรื่องนี้โดยเฉพาะตั้งแต่ปี 2528 สำหรับสถาบันการเงินอื่นๆ ทางธนาคารแห่งประเทศไทย ก็ได้สั่งการให้สถาบันการเงินเหล่านั้นได้จัดให้มีการตรวจสอบงานด้านคอมพิวเตอร์แล้วด้วย

<-- หน้าที่แล้ว | หน้าถัดไป -->