ยายวันวาน  ชมพูพันธ์ทิพย์  สาระศิริ

วันที่สามจะได้ทำบุญใส่บาตรข้าวเหนียว

วันนี้ตื่นแต่เช้าค่ะ นุ่งผ้าซิ่นสวยงาม ทำใจให้ผ่องแผ้ว วันนี้จะได้ทำบุญใส่บาตรตามแบบของสาวหลวงพระบาง หกโมงเช้าคุณตุ๋ยไกด์ของเราก็มารับค่ะ ระหว่างทางไปถนนแคมคาม ไกด์แนะนำว่าให้ปั้นข้าวเหนียวเป็นก้อนเล็กๆ อย่าใหญ่มากเพราะมีพระเยอะมาก ถ้าข้าวเหนียวก้อนใหญ่ จะใส่บาตรได้ไม่กี่รูป ข้าวเหนียวก็จะหมด แต่ก็ไม่เป็นไร เพราะเวลากลับวัด ก็ต้องเอาข้าวเหนียวมารวมกัน แล้วแบ่งกันฉันทั้งวัด คำเตือนอีกอย่างก็คือ จะมีแม่ค้ามาขายขนม ขนมจะมีมะพร้าว ถ้าใส่บาตรจะปนกับข้าวเหนียวทำให้บูด ทางที่ดีไม่ควรใส่บาตรขนม ให้ใส่ข้าวเหนียวอย่างเดียว เวลาใส่บาตรให้ถอดรองเท้าทั้งชายและหญิง ผู้ชายยืนได้แต่ผู้หญิงต้องคุกเข่า

ชาวบ้านใส่บาตรข้าวเหนียวกันทุกวัน
คลิกที่รูปเพื่อดูรูปใหญ่
คุณตุ๋ยให้รถจอดที่ถนนสายหนึ่ง ที่คงเหมาะสมที่สุดแหล่ะค่ะ จากนั้นก็มีเสื่อมาปูและเตรียมข้าวเหนียวให้ ระหว่างที่พระยังไม่มา ก็มีแม่ค้ามาขายขนม มีข้าวเหนียวดำโรยด้วยมะพร้าวและน้ำตาล ข้าวเหนียวขาวเปล่าๆ ไม่มีหน้า ข้าวต้มมัดไส้กล้วย และข้าวต้มมัดไส้ถั่วดำ ขนมมันสัมปะหลัง กล้วยคลุก ขาย 4 ห่อ 5,000 กีบ ก็ตก 20 บาทค่ะ ข้าวเหนียวดำอร่อยมาก ขนมอื่นๆ ก็อร่อยเช่นกัน เลยกินกันใหญ่ แม่ค้าก็โชคดีขายดีเป็นเทน้ำเทท่าเลยค่ะ ชิมไปชิมมา พระมาแล้ว พวกเราก็รีบถอดรองเท้านั่งคุกเข่าเตรียมใส่บาตร พระเดินเร็วมากเลย ยายรีบปั้นข้าวเหนียวใส่เกือบไม่ทัน ยิ่งปั้นข้าวเหนียวก้อนยิ่งใหญ่ ใส่ไม่กี่รูป ข้าวเหนียวก็หมดกระติ๊บ โชคดีที่ยังมีข้าวเหนียวเหลือเพราะมีคนไม่มายายก็เลยได้ใส่อีกหนึ่งกระติ๊บ แต่ก็ใส่ไม่ครบอีกเช่นกัน พอใส่กันเสร็จแล้วไกด์ของเราก็ให้รถวิ่งรอบเมือง ดูชาวบ้านใส่บาตรค่ะ ระหว่างนั้นก็เก็บค่าข้าวเหนียวกระติ๊บละ 30 บาท ที่หลวงพระบางนี้ชาวบ้านจะใส่บาตรกันเช่นนี้ทุกวัน ผู้เฒ่าผู้แก่ทั้งชายหญิงจะห่มสไบ มานั่งรอใส่บาตรที่หน้าบ้านกันเกือบทุกบ้าน นอกจากคนแก่ก็มีเด็กๆ และคนหนุ่มสาวบ้างค่ะ ยายอยากให้ประเพณีนี้คงอยู่ที่นี่ตลอดไปเป็นภาพที่สงบ สวยงาม แสดงถึงสัญลักษณ์โดดเด่นของชาวสุวรรณภูมิ ที่มีจิตใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ รักความสงบ และมีชีวิตที่เรียบง่าย

ป้าเพ็ญประชันโฉมกับแม่ค้าที่ตลาดมืด ป้าจิ๋วกับใบบอนยักษ์
คลิกที่รูปเพื่อดูรูปใหญ่

คณะของเรา 6 คน ขอให้คุณตุ๋ยไปส่งพวกเราที่ตลาดเช้าค่ะ เพื่อจะได้ซื้อของจำพวกผักสด โดยเฉพาะผักน้ำ พวกเราตั้งใจจะใช้เงินกีบให้หมดไปเลย โอ้โฮ ผักสดน่ากินมาก แล้วก็ได้ซื้อผักน้ำกันถ้วนหน้า 7 กำ 1,000 กีบค่ะ แต่กำนิดเดียวเอง ยายซื้อมา 21 กำ กะจะมากินให้อร่อยในกรุงเทพฯ แล้วก็ซื้อแครอท ไส้อั่ว ป้าเพ็ญได้ซื้อข้าวเหนียวดำ 5 กิโลกรัม สมใจอยากค่ะ พอซื้อกันจนครบสมใจแล้วก็เหมารถกลับโรงแรมที่พักเพื่อรับประทานอาหารเช้า เก็บกระเป๋าเตรียมตัวเดิมทางกลับ อาหารเช้าวันนี้มีข้าวต้มอย่างที่บอกไว้แต่เมื่อวาน แต่ยายขอไข่ดาว 1 ฟองค่ะ ป้าเพ็ญกับน้าสันไปกินก๋วยเตี๋ยวญวน กินอิ่มเก็บกระเป๋าแล้วก็ไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์ ซึ่งแต่เดิมเป็นพระราชวังเก่าเจ้ามหาชีวิตของลาว และเป็นที่ประดิษฐานพระบางด้วย บริเวณทางเข้าพิพิธภัณฑ์ด้านขวามือ กำลังบูรณะวิหารที่ประดิษฐานพระบาง ระหว่างที่บูรณะพระวิหาร ต้องอัญเชิญพระบางไปประดิษฐานในพิพิธภัณฑ์ ด้านซ้ายมือเป็นอนุเสาวรีย์ท่านไกรสร พรหมวิหาร ก่อนเข้าชมพิพิธภัณฑ์ต้องฝากกล้องถ่ายรูปไว้ด้านนอก เขาห้ามถ่ายรูปค่ะ

วิหารประดิษฐานพระบาง
คลิกที่รูปเพื่อดูรูปใหญ่

ห้องแรกเป็นห้องพักแขกค่ะ แขกที่มาเฝ้าเจ้ามหาชีวิตต้องมารอที่ห้องนี้ก่อน ถ้ามาเฝ้าเจ้ามหาชีวิตจะเข้าห้องทางขวามือ ถ้าเฝ้าพระมเหสีจะเข้าห้องทางซ้ายมือ ห้องรับแขกของเจ้ามหาชีวิต เป็นห้องสี่เหลี่ยมผืนผ้า จะมีต่างปูด้วยเบาะสีแดงไว้รับแขกไม่มีเก้าอี้ ผนังห้องเขียนรูปชีวิตใน 1 วันของชาวหลวงพระบาง ห้องต่อไปเป็นห้องทรงพระอักษร ห้องบรรทมของพระมเหสี ห้องบรรทมของเจ้ามหาชีวิต ห้องดนตรี ห้องอาหาร วนมาห้องรับแขกของพระมเหสี ห้องนี้มีรูปของเจ้ามหาชีวิตทรงเครื่องทรงเต็มยศ พระราชวังนี้สร้างโดยชาวฝรั่งเศส ซึ่งไม่ถูกต้องตามฮวงจุ้ย เพราะด้านหน้าเป็นภูเขา ด้านหลังเป็นแม่น้ำคาม ตามหลักฮวงจุ้ย ด้านหน้าต้องเป็นน้ำ และด้านหลังต้องเป็นภูเขาค่ะ ห้องที่สำคัญที่สุดอยู่ตรงกลาง เป็นห้องว่าราชการของเจ้ามหาชีวิต มีพระที่นั่งองค์ใหม่ ที่เจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงศ์ สร้างชิ้นใหม่สำหรับเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวัฒนา พระโอรส เพื่อใช้ในวันอภิเษกขึ้นครองราชย์ แต่ก็ไม่ได้ใช้ เพราะมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองเสียก่อน

คล้ายๆ แบบนี้ค่ะ

ห้องดนตรี ห้องบรรทมเจ้ามหาชีวิต ห้องบรรทมพระมเหสี
ห้องอาหาร ห้องออกว่าราชการ ห้องทรงพระอักษร
ห้องรับแขกพระมเหสี ห้องพักแขก ห้องรับแขกเจ้ามหาชีวิต

ระหว่างห้องแต่ละห้องก็มีระเบียงเชื่อมติดต่อถึงกันค่ะ ห้องออกว่าราชการกว้างใหญ่สวยงามมาก ที่ผนังทุกด้านเจ้ามหาชีวิตสว่างวงศ์ ได้สลักเป็นรูปความเป็นอยู่ของลาว พื้นเป็นสีแดงสดใส งดงามจริงๆ ค่ะ สำหรับเครื่องดนตรีของลาว ก็คล้ายของไทย เสียดายยายไม่เห็นขิมที่ยายชอบ เจ้ามหาชีวิตโปรดโขนเรื่องรามเกียรติ์มาก มีหัวโขนตัวละครสำคัญในตู้ห้องดนตรีมากมาย น่าเสียดายที่เจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวัฒนาไม่ได้ประทับ ณ พระราชวังแห่งนี้ เพราะได้มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2518

เมื่อชื่นชมพระราชวังเก่าเรียบร้อยแล้วก็ได้เวลากลับบ้านค่ะ หลายคนบ่นเสียดายเพราะอยากจะไปซื้อผ้ากันต่อ แต่เวลาไม่อำนวย พวกเราถึงสนามบินหลวงพระบางก็จวนเจียนเครื่องจะออกแล้ว กลับถึงเมืองไทยโดยสวัสดิภาพเวลา 11.50 น. ตรงเวลาเชียวล่ะค่ะ
ยายขอเพิ่มเติมรายละเอียดเกี่ยวกับประเทศลาวนะคะ บอกตรงๆ ว่าไปลอกมาจากหนังสือเสน่หาเวียง จำปาหลวง เขียนโดยคุณสัจภูมิ ละออค่ะ กราบขอบพระคุณสวยๆ ด้วยใจจริงด้วยค่ะ
ลาวมีพื้นที่ 236,800 ตารางกิโลเมตร ประกอบด้วยชนเผ่าต่างๆ ไม่น้อยกว่า 60 เผ่า ซึ่งแบ่งตามลักษณะนิสัยได้ 3 กลุ่มคือ ลาวสูง คือพวกม้ง แม้ว มี 9% ลาวเทิง ได้แก่พวก ข่า เทิงบก มี 34% และลาวลุ่ม ได้แก่ไทดำ ไทลาว ไทขาว ไทพวน มี 56% รวมประชากรประมาณ 6 ล้านคน นิดเดียวนะคะ

อนุสาวรีย์ท่านไกรสรณ์
พรหมวิหาร
คลิกที่รูปเพื่อดูรูปใหญ่


เมื่อปี พ.ศ. 1896 พระเจ้าฟ้าวุ้นได้สถาปนา อาณาจักล้านช้าง มีนครเชียงทองเป็นศูนย์กลางการปกครอง ต่อมา พ.ศ.2103 พระเจ้าไชยเชษฐาธิราช เห็นว่าเชียงทองอยู่ใกล้พม่าเกินไป ทรงเกรงอำนาจของพระเจ้าบุเรงนอง เลยย้ายราชธานีไปอยู่เวียงจันทร์และโปรดเปลี่ยนชื่อ นครเชียงทองเป็นหลวงพระบาง หลังแผ่นดินพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช ลาวแบ่งเป็น 3 อาณาจักรคือ เวียงจันทร์ หลวงพระบาง และจำปาศักดิ์ ต่อมาปี พ.ศ.2322-2436 ลาวอยู่ในความดูแลของไทย จากนั้นต้องตกเป็นของฝรั่งเศส จนถึงสงครามโลกครั้งที่ 2 ต้องอยู่ในการดูแลของญี่ปุ่น พอสิ้นสงคราม ฝรั่งเศสมาปกครองอีกระยะหนึ่ง ต่อมาฝรั่งเศสแพ้เวียดนามในสงครามเดียนเมียนฟู ลาวคาดว่าจะเป็นอิสระ ปรากฏว่าตอนนั้น คอมมิวนิสต์กำลังแผ่ขยายลงมาอินโดจีน พี่ใหญ่อเมริกาผู้ตั้งทฤษฎี "โดมิโน" ก็เลยเข้าแทรกแซง จนอเมริกาถอนทหารกลับบ้าน ลาวก็เลยเปลี่ยนแปลงการปกครองใหม่ในปี พ.ศ.2518 ค่ะ ไกด์บอกว่าเหตุที่ลาวเป็นคอมมิวนิสต์ ที่สงบไม่เสียเลือดเนื้อมากมาย หรือประชาชนต้องทุกข์เข็ญเหมือนชาติคอมมิวนิสต์อื่นๆ เพราะผู้ที่นำคอมมิวนิสต์เข้ามาก็เป็นเจ้าเช่นกัน ยายต้องขอโทษอย่างมากค่ะที่ลืมชื่อไป และชาวลาวเองก็ยึดมั่นในหลักธรรมคำสอน ในพุทธศาสนาวิถีชีวิตจึงเรียบง่าย ไม่ฟุ้งเฟื้อ แบบพอกินพออยู่ ยายขออธิษฐานให้หลวงพระบางคงรักษาเอกลักษณ์ ความเป็นมรดกโลกด้านวัฒนธรรมได้ตลอดไป อย่าได้ถูกทำลายด้วยวัตถุจอมปลอมเหมือนไทยเลยค่ะ
พระพุทธรูป สำคัญที่สร้างที่ลังกา และได้อัญเชิญมาประดิษฐานที่ ลาวมี 3 องค์คือ พระบาง พระแก้วมรกต พระแซกคำ (อันนี้ไม่แน่ใจว่าถูกหรือเปล่า) พระบางยังคงประดิษฐานเป็นพระพุทธรูปคู่หลวงพระบาง และพระแก้วมรกต ประดิษฐานที่วัดพระแก้ว กรุงเทพฯ และพระแซกคำก็อยู่ในเมืองไทย แต่ไม่รู้ที่ไหนค่ะ
จบการเที่ยวหลวงพระบางแต่เพียงนี้ค่ะ ยอมรับว่าชอบมาก ปกติยายก็ชอบชีวิตที่เรียบง่าย และสงบแบบหลวงพระบาง ถนนข้าวเหนียวมีเสน่ห์มาก สองข้างทางเป็นศิลปแบบฝรั่งเศสผสมลาว ยายขอภาวนาให้หลวงพระบางคงเสน่ห์เช่นนี้ไว้ตลอด สมกับเป็นมรดกโลกด้านวัฒนธรรมค่ะ

[1] [2] [3] [4]
กลับไปหน้าเมนู


ห้องสนทนา เม้าท์ระเบิด : โลกกับธรรม : English Corner : ข่าวประชาสัมพันธ์ : BKK Blog : Work at Home
เกมส์ Photo Hunt : Jigsaw : Hang Man : Tetris : Slider : จับคู่
BKK Mobile Picture Message : Logo : Mini Logo : Screen Saver : Text SMS : Color Picture Message : Wallpaper
รักและคิดถึง พบเพื่อนใหม่ : E-Cards : กลอนแทนใจ : ศาลาพักใจ : เยาวชนคนดี
สารพันบันเทิง ดูหนัง ฟังเพลง : ซอกแซกผ่านจอ : มุมฟุตบอล : เสี่ยงเซียมซี : ดวงดาวโคจร ออนไลน์ : Wallpaper : บันเทิง-เริงใจ : ซุบซิบดารา
สารพัดความรู้ เสวนาธุรกิจ : บัญชีทีเบรค : กระดูกและข้อ
ภาษาพาเพลิน Everyday English : Did you know? : E-Dialog : รู้จักญี่ปุ่น
ห้องสมุด BKK Business Letter : Song of the Week : พี่เลี้ยงภาษาอังกฤษ : เพลินภาษาน่ารู้ :E-Diary :
ศัพท์ทันโลก : สืบสายนิยายดัง : Alphabetize : SEX : วัยรุ่น วัยดึก : นางาซากิ: นานานก :
ชีวิตหลากสี : ยายวันวาน : พาชิมริมครัว : IT Audit : Chic & Trendy : Indy Zone :
เกร็ดความรู้ไอที : Star Corner : New York! New York!
BKK Center Hot Links : เบอร์โทรศัพท์ฉับไว : About us : ติดต่อ BKKonline