 |
    
จากคราวที่แล้วที่เราได้คุยกันถึงเรื่องการออมเงินให้ได้มากที่สุด ในขณะที่เราต้องทำงานให้กับคนอื่น
เราก็พอจะรู้วิธีกันบ้างแล้วว่าเราควรจะต้องทำอย่างไร มาคราวนี้เราก็จะมาเสนอวิธีที่จะสามารถ สนับสนุนการออมของเราได้ในระยะยาว
นั่นคือการออมเงินกับกองทุนปลอดภาระ หรือกองทุนเพื่อการเกษียณนั่นเอง หลายคนที่อายุยังน้อยๆ ฟังแล้วอาจคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องไกลตัว
อีกนานกว่าเราจะเกษียณ ไม่เห็นจะต้องรีบเก็บรีบออมเลย แต่จริงๆ แล้ว การออมนั้นเป็นการวางแผนการใช้เงินในอนาคต
ซึ่งจะทำให้เรามีกินมีใช้ได้อย่างสบายเมื่อเราแก่ตัวลง หรือเมื่อเราไม่มีแรงทำงานแล้ว |
ในปัจจุบันการออมเพื่อเป็นหลักประกันแก่ตนเอง หรือครอบครัวเมื่อพ้นวัยทำงานนั้น สามารถทำได้โดย
การออมผ่านกองทุนสำรองเลี้ยงชีพสำหรับคนทำงานที่มีนายจ้าง ซึ่งนายจ้างมีการจัดตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
เพื่อเป็นสวัสดิการให้แก่ลูกจ้าง หรือกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) สำหรับข้าราชการ ซึ่งในปัจจุบันลูกจ้าง
และข้าราชการไม่สามารถออมผ่านกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือ กบข. ได้มากกว่า 15% ของเงินเดือน
โดยนายจ้างมีหน้าที่จะต้องจ่ายเงินสมทบให้ลูกจ้างไม่ต่ำกว่าที่ลูกจ้างสะสม เช่น ลูกจ้างต้องการกันเงินส่วนหนึ่งของตน
เพื่อเข้ากองทุนเป็นจำนวน 5% ต่อเดือน นายจ้างก็มีหน้าที่ที่จะต้องจ่ายเงินสมทบให้ลูกจ้างทุกเดือนไม่ต่ำกว่า 5% เช่นกัน
ในขณะที่ ผู้ประกอบวิชาชีพอิสระ หรือลูกจ้างที่นายจ้างไม่ได้จัดให้มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพให้ ก็ไม่สามารถออม
เพื่อเป็นหลักประกันให้กับชีวิตเมื่อพ้นวัยทำงานได้ จึงได้มีแนวคิดในการตั้งกองทุนปลอดภาระ หรือกองทุนเพื่อการเกษียณ
(Retirement Mutual Fund : RMF) เพื่อที่จะได้ครอบคลุมกลุ่มคนให้กว้างขึ้น ในขณะเดียวกันก็เป็นอีกช่องทางหนึ่งในการออมเพิ่มขึ้น
สำหรับคนที่อยู่ในระบบกองทุนสำรองเลี้ยงชีพอยู่แล้ว ซึ่งเราก็จะมาดูกันว่า RMF นั้นคืออะไร และมีลักษณะที่สำคัญอย่างไร
 |