การลงทุนในกองทุนรวมมีดีอย่างไร????
  10 พฤษภาคม ๒๕๔๓
หมอแว่น กบข.
หลายคนก็รู้มาบ้างแล้วว่า การลงทุนในกองทุนรวมนั้นมีลักษณะอย่างไร มีกี่ประเภท และสามารถวัดฐานะ หรือติดตามผลการดำเนินงานของกองทุนรวมได้อย่างไร แต่หลายคนก็อาจยังติดใจสงสัยอยู่ว่า กองทุนรวมมีความน่าสนใจยังไง ทำไมหลายคนจึงเลือกที่จะลงทุน ในกองทุนรวมมากกว่าการลงทุนประเภทอื่นๆ คราวนี้เราก็จะมาไขข้อข้องใจกัน เพราะ ความน่าสนใจ หรือข้อดีของการลงทุนในกองทุนรวมสามารถแบ่งได้เป็น 2 ข้อหลักๆ คือ
    1. เป็นประโยชน์ต่อผู้ลงทุน ทั้งในด้านเวลา การกระจายความเสี่ยงในการลงทุน แถมท้ายด้วยสิทธิประโยชน์ทางภาษี ซึ่งสามารถแจกแจงในรายละเอียดได้ ดังนี้
      - ประหยัดเวลา คือ เราจะประหยัดเวลาของเราเอง ยิ่งถ้าเป็นคนประเภทธุรกิจรัดตัวตลอดเวลา การลงทุนโดยผ่านกองทุนรวมยิ่งให้ประโยชน์ใหญ่ เพราเราไม่ต้องเสียเวลาในการติดตามข้อมูลข่าวสาร เกี่ยวกับการลงทุน ทั้งในด้านเศรษฐกิจ แนวโน้มการขึ้นลงของอัตราดอกเบี้ยทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงภาวะตลาดด้วยตนเอง โดยภาระเหล่านี้ก็จะตกอยู่กับผู้จัดการกองทุนรวมที่เราได้เลือกสรรแล้ว ว่ามีความรู้ ความสามารถในการวิเคราะห์และติดตามข่าวสารต่างๆ ได้เป็นอย่างดี ทำให้การปรับเปลี่ยนการลงทุนเป็นไปอย่างรวดเร็ว และทันเหตุการณ์ ซึ่งบางทีอาจดีกว่าเราด้วยซ้ำ ถ้าเราไม่มีความรู้ความสามารถทางด้านการลงทุนที่ดีพอ
      - การกระจายความเสี่ยงในการลงทุน ถ้าได้ติดตามกันมาอย่างต่อเนื่อง ท่านนักลงทุนทั้งหลายก็คงจะทราบแล้วว่า กองทุนรวมนั้นมีหน้าที่ในการระดมเงินทุนจากผู้ถือหน่วยลงทุนหลายๆ คนแล้วนำเงินลงทุนนั้นไปกระจายลงทุนในรูปแบบต่างๆ ทั้งในด้านการฝากเงิน โดยพิจารณาความน่าเชื่อถือของสถาบันที่ฝากเงิน การลงทุนในตลาดเงินและตลาดทุน โดยพิจารณาจากความเสี่ยงของบริษัทที่จะเข้าไปลงทุน จากนั้นก็จะทำการกระจายเงินลงทุนไปโดยฝากเงินในหลายๆ สถาบัน ลงทุนในตราสารการเงินประเภทต่างๆ รวมถึงลงทุนในหุ้นหลายๆ บริษัท ซึ่งถ้าเปรียบเทียบกับการลงทุนด้วยตนเองโดยไม่ผ่านกองทุนรวมแล้ว ด้วยเงินลงทุนจำนวนเท่ากันก็อาจซื้อหุ้นได้เพียง 1 หรือ 2 บริษัท หรือฝากเงินได้เพียงอย่างเดียวเท่านั้น แทนที่จะได้กระจายการลงทุนไปในตราสารหลายๆ รูปแบบ
      - สิทธิประโยชน์ทางภาษี กองทุนรวมเป็นนิติบุคคลที่แยกออกมาจากบริษัทจัดการอย่างเด็ดขาด และมีสิทธิประโยชน์ทางภาษีในการลงทุนที่น่าสนใจทีเดียว กล่าวคือ ผลตอบแทนที่กองทุนรวมได้รับจากการลงทุน ไม่ว่าจะเป็นเงินปันผลจากหุ้น (Dividend) หรือกำไรส่วนเกินทุนจากการลงทุน (Capital gain) ดอกเบี้ยรับจากการฝากเงิน หรือดอกผลที่ได้จากการลงทุนในตราสารการเงินต่างๆ จะได้รับการยกเว้นภาษี ทั้งสิ้น นอกจากนี้ กองทุนรวมยังเสียค่านายหน้าในการซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ในอัตราเพียง 0.3% ของมูลค่าการซื้อขาย ในขณะที่นักลงทุนทั่วไปต้องเสียค่านายหน้าในอัตรา 0.5% อย่างไรก็ตาม ในอนาคตอาจมีการเปลี่ยนแปลงอัตราค่านายหน้าลงจาก 0.5% เป็น 0.25%
    2. เป็นประโยชน์ต่อตลาดทุนและตลาดเงินของประเทศไทย
      บางคนอาจสงสัยว่าแล้วกองทุนรวมมีบทบาท และหน้าที่ต่อตลาดทุน และตลาดเงินอย่างไร?? เพราะนอกจากกองทุนรวมจะทำหน้าที่เป็นผู้ระดมเงินออมจากนักลงทุนรายย่อยอย่างพวกเราแล้ว กองทุนรวมยังมีหน้าที่เป็นผู้ลงทุนด้วย โดยการนำเงินออมที่ได้ไปกระจายลงทุนในหลักทรัพย์ และตราสารทางการเงินประเภทต่างๆ ดังนั้น กองทุนรวมจึงมีบทบาทในการพัฒนาตลาดทุนและตลาดเงิน รวมไปถึงการพัฒนาเศรษฐกิจในด้านต่างๆ ด้วย ไม่ว่าจะเป็น การสร้างเสถียรภาพให้กับตลาดหลักทรัพย์ เป็นแหล่งเงินทุนให้แก่บริษัทจดทะเบียนต่างๆ เพื่อนำไปขยายกิจการได้ เป็นจุดดึงดูดผู้ลงทุนต่างประเทศ โดยเฉพาะกองทุนต่างๆ ช่วยพัฒนาตราสารในตลาดเงิน รวมถึงก่อให้เกิดการแข่งขันในด้านการระดมเงินออม
อย่างไรก็ตาม การลงทุนในกองทุนรวมย่อมจะต้องเกิดมีต้นทุนด้วยเช่นกัน ซึ่งต้นทุนชนิดนี้เป็นต้นทุนการบริหารกองทุน หรือที่เราเรียกว่า "ค่าธรรมเนียมการจัดการกองทุน" โดยค่าธรรมเนียมจะมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับความเสี่ยงในการลงทุน เช่น ถ้าเป็นกองทุนที่ลงทุนในตราสารทุนก็ย่อมต้องเสียค่าธรรมเนียมสูงกว่ากองทุนที่ลงทุนในตราสารหนี้ โดยค่าธรรมเนียมจะอยู่ประมาณ 0.25-1.50 % ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ แต่ค่าธรรมเนียมของกองทุนที่ลงทุนในตราสารทุนมักจะอยู่ที่ประมาณ 1.00-1.50 % ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ นอกจากนี้ ยังมีค่าธรรมเนียมต่างๆ อีก เช่น ค่าธรรมเนียมการเสนอขายหน่วยลงทุน ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืนหน่วยลงทุน ค่าธรรมเนียมผู้ดูแลผลประโยชน์ ค่าธรรมเนียมนายทะเบียน เป็นต้น

ดังนั้น เมื่อเราได้รู้ถึงข้อดี และค่าใช้จ่ายที่เราต้องให้กับกองทุนรวมแล้ว คราวนี้ก็เป็นหน้าที่ของเราแล้วล่ะที่จะตัดสินใจว่า เราจะเลือกลงทุนและบริหารเงินของเราให้ไปในทิศทางใด ซึ่งถ้าผลตอบแทนที่ได้รับหักค่าใช้จ่าย ค่าธรรมเนียมต่างๆ แล้ว ผลตอบแทนสุทธิยังเป็นที่พอใจกับเราอยู่ การลงทุนโดยผ่านกองทุนรวมก็เป็นวิธีหนึ่งที่เราสามารถเลือกได้ เพราะนอกจากจะส่งผลดีต่อนักลงทุนอย่างเราแล้ว ยังส่งผลดีต่อประเทศชาติของเราด้วย
ห้องสนทนา เม้าท์ระเบิด : โลกกับธรรม : English Corner : ข่าวประชาสัมพันธ์ : BKK Blog : Work at Home
เกมส์ Photo Hunt : Jigsaw : Hang Man : Tetris : Slider : จับคู่
BKK Mobile Picture Message : Logo : Mini Logo : Screen Saver : Text SMS : Color Picture Message : Wallpaper
รักและคิดถึง พบเพื่อนใหม่ : E-Cards : กลอนแทนใจ : ศาลาพักใจ : เยาวชนคนดี
สารพันบันเทิง ดูหนัง ฟังเพลง : ซอกแซกผ่านจอ : มุมฟุตบอล : เสี่ยงเซียมซี : ดวงดาวโคจร ออนไลน์ : Wallpaper : บันเทิง-เริงใจ : ซุบซิบดารา
สารพัดความรู้ เสวนาธุรกิจ : บัญชีทีเบรค : กระดูกและข้อ
ภาษาพาเพลิน Everyday English : Did you know? : E-Dialog : รู้จักญี่ปุ่น
ห้องสมุด BKK Business Letter : Song of the Week : พี่เลี้ยงภาษาอังกฤษ : เพลินภาษาน่ารู้ :E-Diary :
ศัพท์ทันโลก : สืบสายนิยายดัง : Alphabetize : SEX : วัยรุ่น วัยดึก : นางาซากิ: นานานก :
ชีวิตหลากสี : ยายวันวาน : พาชิมริมครัว : IT Audit : Chic & Trendy : Indy Zone :
เกร็ดความรู้ไอที : Star Corner : New York! New York!
BKK Center Hot Links : เบอร์โทรศัพท์ฉับไว : About us : ติดต่อ BKKonline