อย่ากลัวที่จะลงทุนในหุ้น (5) - อ่านงบการเงินให้เป็น
  ๑๒ ก.ค. ๔๕
    ควรจะระวังการลงทุนในบริษัทที่นำเงินไปซื้อสินทรัพย์ที่ไม่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหลัก เช่น การนำไปซื้อที่ดินเพื่อเก็งกำไร หรือการให้กู้แก่บริษัทร่วมหรือบริษัทที่เกี่ยวข้อง
เมื่อคราวที่แล้วเราพูดถึงงบกระแสเงินสด โดยจบที่กระแสเงินสดจากกิจกรรมการดำเนินงานไปแล้ว รายการต่อไปก็คือ กระแสเงินสดจากกิจกรรมการลงทุน โดยจะเกี่ยวข้องกับการซื้อหรือขายสินทรัพย์ เช่น ที่ดิน เครื่องจักร อุปกรณ์ เป็นต้น หรือเป็นการลงทุนเพิ่มหรือขายเงินลงทุน
บริษัทส่วนใหญ่จะมีกระแสเงินสดจากการลงทุนติดลบเนื่องจากกิจการต่างๆ มีความจำเป็นจะต้องซื้อเครื่องจักรเพิ่มเพื่อทดแทนของเดิมหรือเป็นการขยายกำลังการผลิต หรือมีการซื้อที่ดินเพื่อสร้างอาคารหรือโรงงาน ผู้ถือหุ้นควรจะสนใจกระแสเงินสดจากกิจกรรมการลงทุนว่าบริษัทที่เราถือหุ้นอยู่นั้นนำเงินไปลงทุนอย่างไร ควรจะระวังการลงทุนในบริษัทที่นำเงินไปซื้อสินทรัพย์ที่ไม่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหลัก เช่น การนำไปซื้อที่ดินเพื่อเก็งกำไร หรือการให้กู้แก่บริษัทร่วมหรือบริษัทที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะรายการหลัง เท่าที่ผมเห็น เงินที่บริษัทให้กู้แก่บริษัทร่วมและบริษัทที่เกี่ยวข้อง ส่วนใหญ่จะไม่ค่อยได้คืนครับ หรือถ้าได้คืน ก็มักจะได้รับอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าท้องตลาด บริษัทที่มีรายการให้กู้ยืมเงินมากๆ ถือว่าน่าสงสัยในประเด็นเรื่อง Good cooperate governance ด้วยครับ
กระแสเงินสดตัวต่อไปคือกระแสเงินสดจากกิจกรรมการการจัดหาเงิน ซึ่งจะเกี่ยวข้องกับการกู้หรือคืนเงินกู้ธนาคาร การจ่ายปันผลเป็นหลักครับ ตรงนี้ส่วนใหญ่บริษัทจะนำเงินสดจากการดำเนินงานส่วนที่เหลือจากการลงทุนไปคืนหนี้ธนาคารครับ รายการนี้ถือว่าไม่มีประเด็นที่ต้องดูมากนักครับ
เมื่อผ่านงบกระแสเงินสดแล้ว รายการต่อไปที่จะต้องดูก็คือ หมายเหตุประกอบงบการเงิน ซึ่งรายการนี้จะเป็นส่วนที่ยาวที่สุดของงบการเงินครับ หลายคนอาจจะรู้สึกว่ามันยาวมากและขี้เกียจจะอ่าน แต่การวิเคราะห์งบการเงินโดยที่ไม่ได้อ่านหมายเหตุประกอบงบการเงินอาจสร้างความเสียหาย ในการลงทุนอย่างคาดไม่ถึงได้ครับ

หมายเหตุงบการเงินจะแบ่งเป็นข้อๆ โดยแต่ละข้อจะถูกอ้างถึงในงบดุลและงบกำไรขาดทุน หมายเหตุประกอบงบการเงินจะมีหัวข้อต่างๆ ที่น่าสนใจมากมาย เช่น
1. นโยบายทางบัญชี ที่สำคัญได้แก่ นโยบายการตัดค่าเสื่อมราคา นโยบายการรับรู้รายได้ สิ่งที่ต้องดูเช่น บริษัทมีนโยบายการตัดค่าเสื่อมราคาที่เหมาะสมหรือไม่ บางบริษัทอาจจะคิดค่าเสื่อมราคาน้อยเกินไปเพื่อให้กำไรออกมาดูดี เช่น เครื่องจักรมีอายุการใช้งาน 15 ปี แต่มีการตัดค่าเสื่อมราคา 20 ปี เป็นต้น
2. ลูกหนี้การค้า ในหมายเหตุประกอบงบการเงินจะแสดงสถานะของลูกหนี้ว่าลูกหนี้ทั้งหมดของบริษัท แบ่งเป็นลูกหนี้ปกติ และลูกหนี้ค้างชำระเท่าใด โดยลูกหนี้ค้างชำระจะแบ่งตามระยะเวลาการค้างชำระ บริษัทที่ปกติ ควรจะมีลูกหนี้ค้างชำระเป็นสัดส่วนที่น้อย หากบริษัทใดมีลูกหนี้ค้างชำระมากๆ จะแสดงถึงว่าบริษัทมีปัญหาในการเรียกเก็บเงินจากการค้าสินค้าและบริการ ในกรณีที่บริษัทมีลูกหนี้ค้างชำระ บริษัทจะต้องตั้งสำรองบัญชีลูกหนี้ตามความเหมาะสม โดยการตั้งสำรองจะบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายในงบกำไรขาดทุน หากบริษัทใดมีลูกหนี้ค้างชำระมากๆ แต่ไม่ยอมตั้งสำรองเลยหรือตั้งสำรองน้อยมาก แสดงว่าบริษัทกำลังปกปิดความเสียหายของบริษัทอยู่ครับ
3. รายการระหว่างกันกับบริษัทในเครือ และบริษัทที่เกี่ยวข้อง หากกิจการที่เราวิเคราะห์หุ้นมีธุรกรรมกับบริษัทที่เกี่ยวข้องกับผู้บริหารหรือผู้ถือหุ้นรายใหญ่ จะต้องมีการรายงานในหมายเหตุประกอบงบการเงิน ธุรกรรมต่างๆ ได้แก่ การให้กู้ยืมเงิน การลงทุน การซื้อขายสินค้า การเช่าหรือให้เช่าสินทรัพย์ เป็นต้น โดยทั่วไปแล้ว หากบริษัทที่เราวิเคราะห์ไม่มีรายการระหว่างกันเลย จะทำให้ผู้ถือหุ้นสบายใจกว่าครับ แต่หากบริษัทใดมีรายการระหว่างกันมากๆ แล้ว นักลงทุนจะต้องเป็นคนขี้ระแวงนิดนึงครับ เพราะอาจจะเป็นช่องทางการถ่ายเทผลประโยชน์ออกจากบริษัทไปยังบริษัทอื่นๆ ที่ผู้บริหารหรือผู้ถือหุ้นใหญ่เกี่ยวข้องได้ เราคงจะต้องตั้งคำถามว่ามีความจำเป็นเพียงใดที่บริษัทที่เราถือหุ้นจะต้องมีธุรกรรมกับบริษัทที่เกี่ยวข้อง และราคาที่มีการทำธุรกรรมกันนั้นเป็นราคาที่สมเหตุสมผลหรือไม่ ในความเป็นจริงแล้ว ผู้ถือหุ้นรายย่อยอย่างพวกเราคงจะไม่มีโอกาสมากมายที่จะได้ซักถามผู้บริหารถึงรายละเอียดของรายการระหว่างกัน ดังนั้น ผมจึงคิดว่า ถ้าบริษัทไหนมีรายการระหว่างกันมากๆ และบริษัทนั้นไม่ได้มีปัจจัยอื่นๆ ที่น่าสนใจจริงๆ ผมคิดว่าหลีกเลี่ยงการลงทุนในหุ้นตัวนั้นไปเลยจะดีกว่าครับ

4. เงินลงทุนในบริษัทร่วมและบริษัทที่เกี่ยวข้อง หมายเหตุประกอบงบการเงินจะบอกรายละเอียดของการเข้าไปถือหุ้นในบริษัทอื่นๆ ของกิจการที่เราวิเคราะห์ ผมคิดว่ากิจการที่ดีนั้นควรจะโฟกัสที่ธุรกิจหลักของตัวเอง ผมไม่ชอบกิจการที่มีการลงทุนในบริษัทร่วมทุนหรือบริษัทที่เกี่ยวข้องเป็นจำนวนมาก เพราะส่วนใหญ่แล้วผลตอบแทนในการลงทุนมักจะต่ำครับ

5. รายละเอียดของการกู้ยืมเงิน เราควรจะทราบว่าเงินกู้ของบริษัทมีรายละเอียดที่สำคัญอะไรบ้าง เช่น เป็นเงินกู้ต่างประเทศบ้างหรือไม่ ถ้ามี ได้ทำประกันความเสี่ยงไว้หรือไม่ บริษัทที่มีรายได้หลักจากการขายสินค้าในประเทศ แต่มีหนี้ต่างประเทศที่ไมได้ประกันความเสี่ยงถือว่ามีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนครับ
6. ภาระผูกพันในอนาคต รายการหลักที่ต้องดูก็คือการค้ำประกันหนี้ให้แก่บริษัทอื่นๆ บางครั้งกิจการที่เราวิเคราะห์อาจจะมีหนี้สินที่อยู่นอกงบดุลซึ่งเกิดจากการค้ำประกันหนี้ให้แก่บริษัทอื่นๆ ซึ่งอาจจะได้แก่ บริษัทร่วมทุน หรือไม่ได้ถือหุ้นแต่ผู้บริหารถือหุ้นอยู่ หนี้ที่เกิดจากการค้ำประกันแม้จะไม่ได้ปรากฏในรายการหนี้สินในงบดุลแต่ถือว่าเป็นหนี้สินของบริษัทเช่นกัน และจะทำให้ผู้ที่อ่านงบการเงินที่ไม่ได้ดูหมายเหตุประเมินหนี้สินของบริษัทน้อยกว่าความเป็นจริงได้ ผมไม่ค่อยชอบบริษัทที่มีการค้ำประกันหนี้สินในบริษัทอื่นๆ โดยไม่มีเหตุผลจำเป็น โดยเฉพาะการค้ำประกันให้แก่บริษัทที่ผู้บริหารไปถือหุ้นอยู่ เพราะเป็นการกระทำที่เอารัดเอาเปรียบผู้ถือหุ้นส่วนน้อยครับ
โดยสรุปแล้ว สิ่งที่เราต้องพิจารณาเป็นหลักในการอ่านงบการเงินคือ
ดูรายงานของผู้สอบบัญชี บริษัทที่โปร่งใสผู้ตรวจสอบบัญชีไม่ควรมีหมายเหตุมากนัก รายได้ควรจะมาจากธุรกิจหลัก หากมาจากธุรกิจอื่นๆ มากเกินไปจะทำให้รายได้มีความผันผวน ควรตัดรายได้หรือค่าใช้จ่ายที่เป็นรายการพิเศษ(ที่คิดว่าน่าจะเกิดครั้งเดียว)ออกจากการวิเคราะห์ กำไร และกระแสเงินสดจากการดำเนินงานจะต้องไปในทิศทางเดียวกัน ถ้ากระแสเงินสดจากการดำเนินงานติดลบถือว่าเป็นสัญญาณอันตราย ให้ดูอย่างละเอียดว่าเกิดจากอะไร บริษัทที่มีลูกหนี้และสินค้าคงคลังเพิ่มขึ้นมากๆ แต่ยอดขายไม่เพิ่ม ให้ระวังเป็นพิเศษเพราะอาจมีลูกหนี้สูญ หรือสินค้าเสื่อมสภาพได้บริษัทที่ดีไม่ควรมีเงินลงทุนแบบเบี้ยหัวแตก ควรจะทำในธุรกิจที่ตนเองถนัดเท่านั้น บริษัทที่ดีไม่ควรมีรายการระหว่างกันกับบริษัททีเกี่ยวข้องมากๆ เพราะเป็นการเพิ่มโอกาสการถ่ายเทสินทรัพย์และผลประโยชน์ได้บริษัทที่ดีไม่ควรมีการค้ำประกันเงินกู้ให้บริษัทอื่นๆ
ตอนที่ 5 นี้ถือว่าเป็นตอนสุดท้ายของเรื่องการอ่านงบการเงินแล้วนะครับ หวังว่าคงจะสามารถนำไปใช้ประกอบการอ่านงบการเงินของบริษัทกันได้นะครับ

ห้องสนทนา เม้าท์ระเบิด : โลกกับธรรม : English Corner : ข่าวประชาสัมพันธ์ : BKK Blog : Work at Home
เกมส์ Photo Hunt : Jigsaw : Hang Man : Tetris : Slider : จับคู่
BKK Mobile Picture Message : Logo : Mini Logo : Screen Saver : Text SMS : Color Picture Message : Wallpaper
รักและคิดถึง พบเพื่อนใหม่ : E-Cards : กลอนแทนใจ : ศาลาพักใจ : เยาวชนคนดี
สารพันบันเทิง ดูหนัง ฟังเพลง : ซอกแซกผ่านจอ : มุมฟุตบอล : เสี่ยงเซียมซี : ดวงดาวโคจร ออนไลน์ : Wallpaper : บันเทิง-เริงใจ : ซุบซิบดารา
สารพัดความรู้ เสวนาธุรกิจ : บัญชีทีเบรค : กระดูกและข้อ
ภาษาพาเพลิน Everyday English : Did you know? : E-Dialog : รู้จักญี่ปุ่น
ห้องสมุด BKK Business Letter : Song of the Week : พี่เลี้ยงภาษาอังกฤษ : เพลินภาษาน่ารู้ :E-Diary :
ศัพท์ทันโลก : สืบสายนิยายดัง : Alphabetize : SEX : วัยรุ่น วัยดึก : นางาซากิ: นานานก :
ชีวิตหลากสี : ยายวันวาน : พาชิมริมครัว : IT Audit : Chic & Trendy : Indy Zone :
เกร็ดความรู้ไอที : Star Corner : New York! New York!
BKK Center Hot Links : เบอร์โทรศัพท์ฉับไว : About us : ติดต่อ BKKonline