หลังจากที่เธอเล่าจบ
ก็เปิดโอกาสให้เพื่อนๆ ได้ซักถาม และเมื่อเธอได้กลับไปที่นั่งของเธอแล้ว ฉันก็เตรียมที่จะซักถามปัญหาเกี่ยวกับด่านเจดีย์สามองค์กับนักเรียนในห้อง
เพื่อเป็นการทดสอบความรู้ความเข้าใจของนักเรียนในชั้น แต่ยังไม่ทันเริ่มต้น
เสียงคุยกันในชั้นก็ดังจ้อกแจ้ก เหมือนนกกระจอกแตกรังไม่มีผิด ฉันชี้ไปที่อารยาเด็กช่างพูดที่สุดในชั้นคนหนึ่ง
ซึ่งกำลังชวนคนอื่นคุยอย่างสนุกสนาน เพื่อให้ตอบคำถาม
ปรากฏว่าอารยาลุกขึ้นยืน
แต่ตอบไม่ได้ ได้แต่อึกๆ อักๆ เพราะจะตอบได้อย่างไร เธอไม่ได้ฟังคำถามของฉันหรอก
เพราะเธอกำลังชวนเพื่อนคุยอย่างออกรส
ในทันทีนั้นเอง
พวงแก้ว ก็ลุกขึ้นยืน และพูดว่า
"คุณครูคะ
หนูคิดว่าคำถามที่คุณครูถาม หนูไม่ได้เล่าให้เพื่อนๆ ฟัง อารยาก็เลยตอบไม่ได้ค่ะ"
เสร็จแล้วเธอก็นั่งลง
ทั้งที่แท้จริงแล้วถ้าอารยาตั้งใจฟังพวงแก้วพูด และตั้งใจเรียนโดยไม่ไปชวนเพื่อนๆ
คุย เธอก็น่าจะตอบได้ไม่ยากนัก แม้ว่าจะเป็นคำถามที่ต้องมีการใช้ความคิดในการตอบอยู่บ้างก็ตาม
ความกล้าหาญของพวงแก้วที่ลุกขึ้นพูดรับผิดเสียเอง
เพื่อปกป้องอารยาไม่ให้ต้องได้รับคำตำหนิ ทั้งที่สิ่งที่เธอค้นคว้านำมาเล่าให้เพื่อนๆ
ฟังก็ครอบคลุมอย่างกว้างขวางพอสมควรแล้ว โดยที่ความผิดที่แท้จริงนั้นเกิดจากความช่างคุยของอารยาเป็นเหตุต่างหาก
ความกล้าหาญที่จะยืนขึ้นรับผิด ทั้งที่ไม่ใช่ความผิดของเธอ ทำให้ฉันประทับใจในพวงแก้ว
เด็กผู้หญิงตัวเล็กที่สุดในชั้น แต่น้ำใจของเธอไม่ได้เล็กไปด้วยเลย |
หากผู้ใหญ่ในบ้านเราจะมีความรับผิดชอบในงานที่ตนทำ และไม่พยายามที่จะโยนความผิดทั้งหลายให้พ้นตัวอยู่เนืองๆ
เช่นที่เป็นอยู่ จนเป็นที่มาของวลีที่ว่า "เอาดีใส่ตัว เอาชั่วให้ผู้อื่น"
สังคมไทยเราก็คงจะดีกว่านี้แน่นอน |
"ครูขอภาวนาให้พวงแก้วเด็กดี
จงเติบโตพร้อมด้วยความกล้าหาญ เป็นผู้ใหญ่ที่ดีต่อไปในอนาคต ให้คนสามารถเคารพนับถือได้อย่างสนิทใจ
และเป็นความหวังของสังคมไทย"  |