|
| |
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยออกรายงานประเมินภาวะธุรกิจกลุ่มต่างๆ
ในปี 2546 ว่ากลุ่มไหนเป็นดาวเด่น และดาวร่วง คนทำมาหากินและผู้ที่กำลังคิดจะเป็นเถ้าแก่ใหม่น่าจะสดับตรับฟังเรื่องพวกนี้เอาไว้บ้าง
จะได้รู้ว่าอะไรเป็นโอกาส อะไรเป็นอุปสรรค มองหาทางหนีทีไล่ไว้ให้พร้อมเพื่อจะได้ไม่เกิดความผิดพลาด
สำหรับปีที่กำลังจะมาถึง |
|
| |
- กลุ่มธุรกิจที่ประเมินกันว่าจะมีแนวโน้มเติบโตดีในปี 2546 คืออสังหาริมทรัพย์
ซึ่งเห็นแววการฟื้นตัวมาตั้งแต่กลางปี 2545 แล้ว เพราะได้กำลังหนุนอย่างเต็มที่จากอัตราดอกเบี้ยที่แข่งขันกัน
ระหว่างธนาคารจนดอกเบี้ยต่ำเตี้ยติดดินบวกกับมาตรการช่วยเหลือจากรัฐบาลด้วย
รถยนต์ก็เช่นเดียวกันได้อานิสงส์จากดอกเบี้ยต่ำ คนเลยยอมเป็นหนี้ผ่อนรถกันเป็นแถว
ซึ่งน่าจะส่งผลให้ธุรกิจวัสดุก่อสร้างและผลิตชิ้นส่วนรถยนต์พลอยฟื้นตัวไปด้วย
ธุรกิจบันเทิงเป็นอีกธุรกิจหนึ่งที่ยังคงไปได้ดีต่อเนื่องจากหลายๆ
ปี เพราะดูเหมือนคนเครียดเท่าไร ก็จะยิ่งโหยหาสิ่งเหล่านี้มากขึ้น
- ธุรกิจการแปรรูปสินค้าเกษตรเป็นอีกอย่างที่คาดหมายว่าจะไปได้สวย
นอกจากดาวเด่นในปีที่ผ่านมา ที่ต้องยกให้กับสุราแช่พื้นเมืองแล้ว
ก็น่าจะมีอีกหลายตัวที่จะออกมาในปีหน้า แต่สุราแช่พื้นเมืองที่ออกมานับร้อยเมื่อปีที่แล้วคงจะต้องกลับบ้านเก่าไปไม่น้อย
เหลือแต่ประเภทที่ตั้งใจและมีคุณภาพจริงๆ เท่านั้น ผลิตภัณฑ์ประเภทสมุนไพรก็ยังคาดหมายว่า
จะโตต่อเนื่องโดยเฉพาะเมื่อกระทรวงสาธารณสุขยุคปฏิรูประบบราชการมีหน่วยงานที่จะสนับสนุน
และส่งเสริมเรื่องนี้อย่างเต็มที่ ตลาดยังคงเปิดรับอีกมาก และคาดว่าจะมีสินค้าดาวเด่นออกมาอีกหลายตัว
หลังจากที่ปล่อยให้น้ำลูกยอเป็นพระเอกมาตลอดปี 45 นอกจากนั้นธุรกิจเกี่ยวกับสุขภาพ
และความงามยังคงมีแนวโน้มเติบโตได้
- คราวนี้มาดูธุรกิจประเภทที่ไม่ถึงกับเป็นดาวเด่นแต่ยังพอมีโอกาสในตลาด
คาดหมายว่าตัวหลักๆ จะได้แก่ธุรกิจเซอร์วิสอพาร์ตเม้นต์ เฟอร์นิเจอร์และชิ้นส่วนที่จะโตตามอสังหาริมทรัพย์
แต่คงจะโตช้ากว่าเพราะต้องรอให้บ้านเรือนบูมนำหน้าไปก่อนตามธรรมชาติของสินค้าประเภทนี้
นอกจากนั้นก็มีธุรกิจทัวร์ทั้งต่างประเทศในประเทศ ธุรกิจโรงแรม
ไก่แช่แข็ง ธุรกิจเซรามิก คอมพิวเตอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า อินเทอร์เน็ต
ธุรกิจอัญมณีเครื่องประดับและธุรกิจโฆษณา
- มาดูธุรกิจที่ไม่ค่อยจะมีอนาคตสดใส ทำนองดาวร่วงหรือธุรกิจที่ต้องระวังกันอย่างหนักตามการประเมิน
ของสำนักวิจัยกสิกรไทยจะได้แก่ธุรกิจชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ที่คงเจอการย้ายฐานไปเมืองจีนเป็นส่วนใหญ่
อาหารทะเลกระป๋อง กุ้ง ซึ่งโดนแบนจากประเทศผู้นำเข้าจากปัญหาสารตกค้างทำเอาผู้เลี้ยงหมดเนื้อหมดตัวไปตามกัน
ปีหน้าจึงคาดว่าจะไม่ใช่ปีของกุ้งส่งออก นอกจากนั้นคือผลิตภัณฑ์ของเด็กเล่น
ดอกไม้ประดิษฐ์ เสื้อผ้าสำเร็จรูป และผลิตภัณฑ์เครื่องหนัง ซึ่งธุรกิจประเภทหลังๆ
นี่จะเป็นอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานเป็นหลัก อาศัยเทคโนโลยีน้อย ตลาดน่าจะสูญเสียไปให้เมืองจีนมากขึ้นในอนาคตอันใกล้
- ดูกลุ่มธุรกิจที่มีโอกาสมากน้อยต่างกันไปแล้ว ผู้ประกอบการควรจะได้ดูภาพรวมเศรษฐกิจในปีหน้าด้วยว่า
จะมีอาการเป็นประการใด จะได้เตรียมพร้อมไว้ หลายๆ สำนักชี้ตรงกันว่าถ้าปี
46 โตได้ระดับใกล้เคียงกับปี 45 ก็น่าจะเป็นบุญแล้ว เพราะมีสถานการณ์ที่ไม่น่าไว้วางใจเตรียมจ่อคิวจะระเบิดอยู่หลายเรื่อง
โดยเฉพาะเรื่องสงครามระหว่างสหรัฐกับอิรัก ซึ่งหากระเบิดขึ้นมาก็เป็นอันจบเห่
ตัวแปรที่สำคัญคือราคาน้ำมัน ซึ่งเป็นต้นทุนการผลิตของสินค้าทุกประเภท
นอกจากนั้นคือภาวะเศรษฐกิจของอเมริกาที่ยังไม่ส่อแววว่า จะฟื้นอย่างแน่ใจได้
ผู้ส่งออกทั้งหลายจึงต้องระมัดระวัง
- นักเศรษฐศาสตร์รวมทั้งนักธุรกิจมองว่าปีหน้าไม่ค่อยสดใสเพราะรัฐบาลเองหมดแรงในการอัดฉีด
ระบบเศรษฐกิจหลังจากที่ปี 45 อัดฉีดเงินเข้าไปสู่เศรษฐกิจรากหญ้าหลายแสนล้าน
ทั้งจากโครงการกองทุนหมู่บ้าน พักหนี้เกษตรกร หนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์และอื่นๆ
จนตอนนี้รัฐบาลอยู่ในสภาพเงินหมด ปีหน้าจะหวังการกระตุ้นหนักๆ
จากภาครัฐจึงออกจะยากอยู่สักหน่อย
- ผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจอยู่แล้ว
ขอให้อ่านเรื่องที่ว่ามาทั้งหมดข้างต้นว่าเป็นเพียงภาพรวมโดยทั่วๆ
ไปเท่านั้น ไม่ได้แปลว่าธุรกิจทุกแห่งที่อยู่ในกลุ่มดาวรุ่งจะต้องรุ่งไปเสียทั้งหมด
หรือทุกแห่งที่อยู่ในกลุ่มดาวร่วงจะต้องร่วงไปด้วย เพราะยังมีปัจจัยอื่นๆ
เข้ามาเกี่ยวข้องอีกมากมาย หากผู้ประกอบการสามารถรักษาระดับของการผลิตที่มีคุณภาพดีเอาไว้ได้
และมีการบริหารการจัดการที่ไม่มั่วซั่วก็ยังคงมีโอกาสเสมอไม่ว่าจะอยู่ในธุรกิจกลุ่มไหน
แต่สำหรับธุรกิจใหม่ที่เพิ่งจะเริ่มต้น การดูว่าธุรกิจกลุ่มไหนมีโอกาสมากกว่ากันอาจจะเป็นเรื่องจำเป็นที่ต้องพิจารณาให้ถี่ถ้วน
จะได้ไม่กระโดดลงไปในธุรกิจที่ไม่มีหวังหรือหมดอนาคตแล้ว
- เรื่องเมืองจีนที่ใครต่อใครหวาดหวั่นกันนั้นก็มีเหตุผลที่จะต้องกลัวกัน
ทางออกคือผู้ประกอบการทั้งหลาย ต้องมีวิธีการที่จะพัฒนาสินค้าต่อเนื่อง
ผลิตสินค้าที่มีคุณภาพสูงขึ้น ขายการออกแบบหรือดีไซน์ที่เหนือกว่า
การใช้วัสดุที่แปลกใหม่ เลิกแข่งขันผลิตสินค้าที่คุณภาพต่ำและไม่มีมูลค่าเพิ่มเสียที
เพราะผลิตอย่างไรก็สู้เมืองจีนไม่ไหว ปี 46 ต้องเป็นปีที่ผู้ประกอบการทั้งหลายแน่วแน่กับการปรับปรุงกิจการให้ทันสมัยขึ้น
ปรับวิธีการคิด และรูปแบบของสินค้าให้แตกต่างไปจากเดิม หากไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไรมีหน่วยงานของรัฐที่รอช่วยเหลืออยู่เยอะแยะ
เช่นกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กรมส่งเสริมการส่งออก สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
(สวทช.) ฯลฯ หรือหากคิดว่าปรับเปลี่ยนไม่ได้จริงๆ อาจจะต้องมองเอาไว้ว่าจะหันไปหาธุรกิจใหม่อะไรดี
- ปี 46 เป็นปีที่ยังต้องระมัดระวังอย่างมาก เพราะกำลังซื้อภายในประเทศยังไม่มีทีท่าจะดีขึ้นพอที่จะวางใจได้
สถานการณ์ต่างประเทศก็ยังคงเปราะบาง ในขณะที่การแข่งขันสูงยิ่ง
เถ้าแก่ทั้งหลายเลิกคิดที่จะทำอะไรเกินตัว เลิกคิดที่จะทำอะไรที่ไม่ถนัดเพราะเสี่ยงเกินไป
หันมาปรับปรุงคุณภาพสินค้ามากขึ้น และขยันหาลูกค้าเพิ่มขึ้น หากจะขยายก็ต้องค่อยเป็นค่อยไปและแน่ใจว่าเป็นธุรกิจที่มีแววรุ่ง
อยู่ในแนวเดียวกับธุรกิจเดิม หรือสามารถใช้ธุรกิจเดิมเป็นตัวสนับสนุนได้
เท่านี้ก็จะพอเอาตัวรอดไปได้กับปี 46 ที่บอกได้สั้นๆ ว่า จะยังเป็นปีที่ต้องเหนื่อยอีกปีหนึ่งอย่างแน่นอน
- ขอให้โชคดีปีมะแมและแคล้วคลาดกันโดยทั่วหน้า
-
-
-
-
-
-
-
-
|
|
|