|
| |
ฮาร์ดเซลส์ ถือว่าเป็นยุทธวิธีอย่างหนึ่งทางการตลาดที่มุ่งเพิ่มยอดขายด้วยการจัดกิจกรรมแบบตรงไปตรงมาไม่อ้อมค้อม
และใช้สรรพกำลังต่างๆ นานาเพื่อจะให้เกิดการตัดสินใจซื้อในเวลาอันรวดเร็ว |
|
| |
- เศรษฐกิจไทยผ่านไตรมาสสองไปแบบทุลักทุเล
ไม่ค่อยจะมีข่าวดีๆ ให้ชื่นใจกันเสียเลย รัฐบาลก็ยอมรับแล้วว่าปีนี้ทำท่าจะแย่
สภาพัฒน์ฯ ถึงกับยอมปรับตัวเลขประมาณการขยายตัวทางเศรษฐกิจว่าน่าจะเหลือแค่
4% กว่าๆ เท่านั้น เพราะแค่ 4 เดือนแรกของปีก็ขาดดุลการค้าไปแล้วถึง
5 พันล้านบาท ตัวเลขของสภาพัฒน์ฯ นั้นก็รู้ๆ กันอยู่ว่าเป็นตัวเลขแบบเกรงใจรัฐบาล
สถาบันอื่นๆ ของเอกชนรวมไปถึงต่างประเทศเขาคาดการณ์ตัวเลขการเติบโตของเศรษฐกิจบ้านเราแย่กว่านี้ทั้งนั้น
เพราะฉะนั้นปีนี้จึงเป็นปีที่น่าจะลำบากโดยถ้วนทั่วกัน
- สาเหตุหลักๆ มาจากการที่น้ำมันขึ้นราคาแบบฉุดไม่อยู่ รัฐบาลเองก็คงไม่คาดว่าจะยืดเยื้อยาวนานขนาดนี้
ดุลการค้าเลยมีปัญหา นอกจากนั้นแล้วการส่งออกก็ไม่ขยายตัวอย่างที่คิด
ภาคบริการโดยเฉพาะการท่องเที่ยวก็วิกฤตมาตั้งแต่ปลายปีที่แล้วหลังสึนามิ
นักท่องเที่ยวต่างชาติหายหมด ย่านอันดามันทั้งแถบเงียบกริบ ขนาดหาสารพัดวิธีมากระตุ้นแล้วก็ตาม
ส่วนปัญหาชายแดนภาคใต้ก็ทำเอานักท่องเที่ยวเพื่อนบ้านไม่กล้ามา ปัญหาภัยแล้งในประเทศยังเกิดขึ้นเป็นหย่อมๆ
ค่าเงินบาทก็อ่อนตัวลงมาอย่างต่อเนื่อง ภาวะเงินเฟ้อก็ออกอาการแล้ว
ไม่รู้ว่าอัตราดอกเบี้ยจะอั้นอยู่ได้นานขนาดไหน
- ก็เลยฟันธงได้ว่าการทำมาหากินในครึ่งปีหลังนี้จะฝืดเคืองกันอย่างแน่นอนจากสภาพที่ว่ามา
ข้าวของก็จะขึ้นราคาจนผู้คนต้องตรึกตรองกันอย่างหนักก่อนที่จะจับจ่าย
ตอนนี้ก็ได้แต่หวังว่าเศรษฐกิจจะมีข่าวดีบ้างในไตรมาสสุดท้ายเพราะอะไรๆ
ที่รัฐบาลพยายามทำกันในช่วงนี้กว่าจะปรากฏผลก็คงเกือบสิ้นปี แต่ขืนรอความหวังก็คงตายก่อน
เพราะฉะนั้นเวลานี้นักธุรกิจทั้งหลายจึงเดือดร้อนกันเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเร่งยอดขายกันเป็นพัลวัน
ปรากฏการณ์ ฮาร์ดเซลส์ เป็นสิ่งที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ เพื่อตุนกระสุนดินดำไว้รับมือกับอนาคตที่ไม่สดใส
- ฮาร์ดเซลส์ ถือว่าเป็นยุทธวิธีอย่างหนึ่งทางการตลาดที่มุ่งเพิ่มยอดขายด้วยการจัดกิจกรรมแบบตรงไปตรงมาไม่อ้อมค้อม
และใช้สรรพกำลังต่างๆ นานาเพื่อจะให้เกิดการตัดสินใจซื้อในเวลาอันรวดเร็ว
ซึ่งส่วนใหญ่ก็มักจะเป็นการใช้ราคาเป็นหัวหอก ในครึ่งปีหลังนี้จะได้เห็นทุกค่ายออกมาใช้ฮาร์ดเซลส์กันอย่างเป็นล่ำเป็นสัน
โดยเฉพาะประเภท ลดกระหน่ำหรือลดล้างสต๊อก ซึ่งจะเข้ากับสถานการณ์ที่สินค้ากำลังขยับตัวสูงขึ้นพอดี
ลูกค้าทั้งหลายจะเกิดการคาดหมายว่าสินค้าจะขยับราคาสูงขึ้นจะต้องรีบซื้อตุนเอาไว้
ในขณะที่เจ้าของกิจการก็ได้โอกาสที่จะโฆษณาประเภทว่าเป็นสินค้าล็อตสุดท้ายก่อนปรับราคาเพื่อเร่งเร้าให้เกิดการซื้อ
และเพื่อเป็นการสะสมยอดขายเอาไว้ล่วงหน้า เนื่องจากในภาวะการณ์แบบนี้ธุรกิจยากที่จะไปถึงเป้ายอดขายที่ตั้งกันไว้สวยหรูตอนต้นปี
เนื่องจากกำลังซื้อของคนหายไป ฮาร์ดเซลส์จึงเป็นการป้องกันไม่ให้หลุดจากเป้ามากนัก
- การโฆษณาทั้งหลายก็จะเป็นลักษณะฮาร์ดเซลส์ด้วยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
เชื่อได้เลยว่ากลางปีเป็นต้นไปจะเจอโฆษณาประเภทที่พูดตรงไปตรงมาถึงกลุ่มเป้าหมายและมีลีลาการนำเสนอแบบโฉ่งฉ่างแบบที่ไม่ต้องแคร์ภาพลักษณ์กันเสียเท่าไร
ตัวอย่างง่ายๆ เลยเมื่อไม่กี่วันก่อนค่ายใหญ่ขายเครื่องดื่มชูกำลังออกสินค้าเป็นชาขาวยี่ห้อใหม่
กะว่าจะเกทับชาเขียวทั้งหลายว่าเป็นชาระดับสูงส่งกว่าแต่ขายในราคาเท่ากัน
เริ่มแรกเปิดตัวด้วยโฆษณาสไตล์อิงธรรมชาติ ตัวแสดงก็เป็นหนุ่มใส่สูทอย่างดี
พยายามจะสร้างภาพเป็นชาขาวไฮคลาส ผ่านไปไม่เท่าไรวันนี้เปลี่ยนโฆษณาเสียแล้วเป็นโฆษณาที่ดูจะออกบ้านๆ
อึกทึกครึกโครมแบบไม่เหลือมาดเดิมอีกแล้ว เช่นเดียวกับโฆษณากาแฟกระป๋องของบริษัทเดียวกันนี้
ซึ่งก็คงยอดตกเหมือนกันเลยต้องออกมาโฆษณาแบบดุดันจนคนดูจะหัวใจวาย
เรียกว่าฮาร์ดเซลส์กันเต็มที่ไม่ต้องมีสงวนท่าทีกันอีกแล้ว ดังนั้นครึ่งปีหลังคงจะไม่ค่อยมีโฆษณาประเภทสร้างสรรค์มากๆ
หรือประเภทขายแบบเนิบๆ เน้นภาพลักษณ์ให้เห็นเท่าไร ต้องเป็นโฆษณาที่ขายของได้เท่านั้น
ไม่อย่างนั้นเถ้าแก่เห็นจะไม่อนุมัติ
- การแข่งขันที่เกิดขึ้นอย่างรุนแรงในขณะที่กำลังซื้อหดตัวลงทำให้ไม่อาจหลีกเลี่ยงสงครามราคาได้
ตัวอย่างตลาดชาเขียวที่ว่าข้างต้น ภายในเวลาแค่ไม่ถึงสองเดือน มียี่ห้อใหม่ๆ
ออกวางตลาดถึง 3-4 ยี่ห้อทั้งจากค่ายเล็กค่ายใหญ่ เร็วๆ นี้รับรองว่าจะเห็นชาเขียวลดราคาสู้กันอย่างแน่นอน
อยู่ที่ว่าใครจะเป็นคนเริ่มสงครามราคานี้ก่อน ขอให้จับตาดูรายยักษ์ที่โกยราคาขวดละ
20 บาทมาหลายปี ถ้าเกิดเจ้าของสั่งถล่มราคาไม่เพียงแต่จะเป็นฮาร์ดเซลส์เท่านั้น
ยังถือเป็นการกวาดต้อนรายเล็กรายน้อยที่ยังไม่ทันตั้งตัวให้ออกไปจากตลาดเร็วขึ้นด้วย
นอกจากนั้นบรรดาสินค้าคงทนทั้งหลายเช่น เครื่องไฟฟ้า เฟอร์นิเจอร์
รถยนต์ ฯลฯ ก็คงแข่งกันเดือดเพื่อแย่งลูกค้าโดยเฉพาะปลายปีที่เก็งกันว่าอัตราดอกเบี้ยอาจจะขยับขึ้น
ย่อมจะมีผลโดยตรงกับสินค้าประเภทนี้ที่ความต้องการอาจจะยิ่งหดตัวลงไปอีก
สงครามราคาจึงเป็นสิ่งที่จะได้เห็นชัวร์ๆ
- รายการส่งเสริมการขายทั้งหลายจะยิ่งรุนแรงมากขึ้นเพื่อกระตุ้นการจับจ่าย
เรียกว่าจะต้องทำกันหนักกว่าที่ผ่านมาเพื่อเอาชนะความหนืดในกำลังซื้อของลูกค้า
และรายการส่งเสริมการขายประเภทที่เปิดปั๊บรับกันไปเลยนั่นล่ะถึงจะฮิต
เนื่องจากคนเบื่อการรอชิงโชคจับรางวัล ใครที่มีไอเดียส่งเสริมการขายแปลกๆ
เร็วๆ รางวัลเยอะๆ ก็น่าจะสร้างความฮือฮาได้
- กำลังซื้อที่ถดถอยในปีนี้น่าจะเป็นภาวะชั่วคราว ไม่ถึงกับฟองสบู่แตกอย่างที่หลายคนกลัว
เพราะฉะนั้นคนทำมาหากินก็ต้องพยายามประคองตัวให้รอด และมองหาโอกาสในความถดถอยด้วย
สินค้าที่เคยทำแต่ขนาดใหญ่อาจจะต้องเพิ่มขนาดเล็กเพื่อรับมือกับพฤติกรรมรัดเข็มขัดของลูกค้า
อาจจะต้องมีบริการส่งของถึงบ้านเพราะลูกค้าไม่อยากออกจากบ้านเนื่องจากน้ำมันแพง
การเปิดตัวของสินค้าใหม่ๆ อาจจะทำได้ยากขึ้นและต้นทุนทางการตลาดก็สูงขึ้นด้วยจึงต้องรอจังหวะให้เหมาะ
ด้านผู้ประกอบการรายเล็กๆ จะต้องระมัดระวังตัวกันเป็นพิเศษ เพราะเมื่อรายใหญ่หันมาใช้ฮาร์ดเซลส์กันก็น่ากลัวว่าจะกลบสุ้มเสียงของผู้ประกอบการรายเล็กๆ
เสียหมด ต้องหมั่นควบคุมต้นทุนการผลิตและค่าใช้จ่ายให้ดี หากจะฮาร์ดเซลส์ด้วยก็ต้องคำนวณต้นทุนกำไรให้ดี
อย่าหวังแต่ยอดขายจนลืมกำไร เพราะอาจจะอยู่ไม่รอดในระยะยาว
- ที่จริงผู้ประกอบการทั้งหลายต่างก็ผ่านวิกฤตเมื่อปี
40 มาแล้ว ได้รู้รสชาติของความตกต่ำแบบสุดๆ มาแล้ว ภาวะชะลอตัวอย่างนี้ไม่ควรจะทำให้ตกอกตกใจ
หากแต่ควรจะตั้งอกตั้งใจวาง แผนหาวิธีการที่จะฟันฝ่าไปให้ได้ ขอให้แน่ใจว่านับวันการเปลี่ยนแปลงของตลาดจะรวดเร็วกว่าที่คาด
หลายคนทำใจไม่ได้ เพราะปีที่แล้วยังดีอยู่แท้ๆ ทำไมปีนี้ทำท่าจะแย่เสียแล้ว
นั่นเป็นเพราะสถานการณ์โลกนับวันจะเปลี่ยนเร็วและไร้ทิศทางมากยิ่งขึ้น
ต่อไปนี้หากสถานการณ์เศรษฐกิจดีก็จะดีอยู่ไม่นาน ในทางตรงข้ามหากจะแย่ก็จะแย่ไม่นานด้วย
คิดอย่างนี้จะได้มีกำลังใจและระมัดระวังกันมากขึ้น
- คิดเสียว่าเศรษฐกิจชะลอตัวแบบนี้เป็นบททดสอบความเก่งของผู้ประกอบการก็แล้วกัน
-
-
-
-
|
|
|