เสวนาธุรกิจ โดยนักการตลาดที่เข้าถึงปัญหาและโอกาส ที่ชี้แนะข้อคิด แนวโน้ม และทิศทางการตลาด พร้อมตัวอย่างทั้งที่ประสบความสำเร็จและล้มเหลว ได้อย่างสนุกสนาน


7 วิธีเพื่อการบริการลูกค้าที่เป็นเลิศ (2)
7 วิธีเพื่อการบริการลูกค้าที่เป็นเลิศ (1)
คำชมกับแชมเปญ
สวนไผ่- ถูกและดี: ร้านดีๆ ที่มีจุดขาย



   
ถึงคราวการตลาดเหลียวมองสังคม วิทยา ด่านธำรงกูล
  ๓ พฤศจิกายน ๒๕๔๘ witaya@bkkonline.com

 
“เมื่อสังคมพัฒนาไปเรื่อยๆ กลับพบว่าการตลาดเพื่อสังคมไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ขำๆ ที่จะละเลยกันได้อีกต่อไป ขบวนการเคลื่อนไหวทางด้านสิ่งแวดล้อม ขบวนการรักษาสิทธิของผู้บริโภคเติบใหญ่อย่างมากในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา”
 

 
อ่านข่าวเล็กๆ ข่าวหนึ่งในหนังสือพิมพ์เมื่อวันก่อน เป็นข่าวของห้างวอลมาร์ทเครือข่ายค้าปลีกที่ใหญ่ที่สุดของอเมริกาและของโลก ข่าวบอกว่าห้างนี้กำลังกวดขันกับซัพพลายเออร์ของตัวเองที่กระจายอยู่ทั่วโลกให้หันมาสนใจในเรื่องสภาพแวดล้อมและจริยธรรมต่อสังคมมากขึ้น ตามมาตรฐานความรับผิดชอบต่อสังคมของธุรกิจ (Corporate Social Responsibility-CSR) ซึ่งเป็นกระแสที่ตื่นตัวกันในหมู่ธุรกิจทั้งหลายในเวลานี้ เพราะซัพพลายเออร์ของวอลมาร์ทที่มีอยู่ทั่วโลกกำลังตกเป็นเป้าโจมตีในเรื่องที่ว่าไม่รักษาสภาพแวดล้อมและมีการกดขี่แรงงาน วอลมาร์ทก็เลยต้องมาออกโรงในเรื่องนี้แต่เนิ่นๆ เพราะขืนรอช้าชาวบ้านออกมาโวยเมื่อไรก็คงจะได้รับผลกระทบหนักเนื่องจากเป็นยักษ์ใหญ่ของวงการค้าปลีกโลก อย่างเช่นวอลมาร์ทพยายามจะบอกกับผู้ผลิตเสื้อผ้าจากฝ้ายว่าให้ใช้ฝ้ายที่ไม่ใช้ปุ๋ยเคมีในการปลูก ไม่ใช้ยาฆ่าแมลง หรือพยายามนำวัตถุดิบในการผลิตมาจากผู้ผลิตที่ไม่เอารัดเอาเปรียบแรงงานหญิงและเด็ก

ความจริงเรื่องแบบนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ แถมดูๆ แล้วก็ออกจะประหลาดที่เพิ่งจะมารณรงค์กัน ในเมื่อพวกยาฆ่าแมลงหรือปุ๋ยเคมีก็ส่งมาจากประเทศพัฒนาทางตะวันตกมาให้ประเทศด้อยหรือกำลังพัฒนาใช้กันมาชั่วนาตาปีไม่ใช่หรือ พอมาถึงวันนี้จะมาโวยวายอะไรกัน อย่างไรก็ตามการที่บริษัทพวกนี้ต้องออกมาปาวๆ ก็ด้วยเหตุหลายอย่าง บางทีจะด้วยเพราะโดนกลุ่มนักเคลื่อนไหวออกมาประจานหรือบางทีอาจเกิดจากต่อมสำนึกเริ่มทำงานก็แล้วแต่ แต่ในอนาคตเชื่อว่ากระแสการตลาดเพื่อสังคมจะเกิดขึ้นและเข้มข้นมากขึ้นทุกที ทำให้นักการตลาดต้องเตรียมรับมือกับสิ่งเหล่านี้ให้ดี เพราะถ้าปล่อยให้เป็นปัญหาขึ้นแล้วจะทำให้เกิดความเสียหายต่อชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือของบริษัทเป็นอย่างมาก

ที่จริงแนวคิดเรื่องการตลาดเพื่อสังคม (Societal Marketing) เป็นเรื่องที่พูดถึงกันมาไม่น้อยกว่า 30-40 ปีแล้วว่าจะป็นกระแสการตลาดที่สำคัญในอนาคต เนื่องจากผู้รู้และนักวิชาการทั้งหลายมองว่าภาพของนักการตลาดในสายตาชาวบ้านนั้นไม่ค่อยจะดีเท่าไรนัก หากในอนาคตไม่คำนึงถึงสังคมจะเอาตัวรอดลำบาก การตลาดที่แม้จะประสบความสำเร็จในการแสวงหาผลกำไรจากความ
สามารถในการตอบสนองความต้องการและความพอใจของลูกค้า แต่ในขณะที่โลกกำลังเผชิญปัญหาต่างๆ เช่นสภาพแวดล้อมถูกทำลาย ความร่อยหรอของทรัพยากรธรรมชาติ ประชากรเพิ่มขึ้น โลกยังเต็มไปด้วยคนหิวโหยและยากจน การตลาดแนวเดิมอาจจะไม่เพียงพออีกต่อไป นักการตลาดต้องหันมาใส่ใจกับเรื่องของจริยธรรมและสังคมมากขึ้น พยามยามสร้างสมดุลระหว่าง กำไร การตอบสนองความพึงพอใจของลูกค้า และประโยชน์ของสังคมด้วย ว่ากันว่าแนวคิดนี้มาจากทางอเมริกาที่มีขบวนการผู้บริโภคที่เข้มแข็งมาก และธุรกิจที่ตกเป็นเป้าเป็นอันดับต้นๆ เนื่องจากเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ก็คือธุรกิจอาหารจานด่วนทั้งหลายที่ถูกมองว่าขายอาหารที่ล้วนแต่ไม่มีคุณค่าทางโภชนาการ เต็มไปด้วยแป้งและไขมัน บรรจุภัณฑ์ที่ใช้ก็ก่อให้เกิดความสิ้นเปลืองและเกิดขยะเต็มเมืองอีกด้วย


ในระยะแรกๆ ดูเหมือนแนวคิดนี้จะไม่ได้รับความสนใจอย่างเป็นจริงเป็นจังเท่าไรนัก นักการตลาดส่วนใหญ่ยังมุ่งแต่จะแสวงหากำไรด้วยการหากลยุทธ์ใหม่ๆ มาแข่งขันช่วงชิงลูกค้ากันอย่างหนักหน่วง จนบางครั้งความพยายามที่จะเอาชนะทำให้กิจการยอมทำทุกวิธีทาง ทั้งการสอดแนมหาข้อมูลคู่แข่งทั้งทางตรงและทางอ้อม การแข่งกันตัดราคา การลดคุณภาพเพื่อเพิ่มกำไร การโฆษณาเกินความจริง ไปจนถึงการหมกเม็ดอีกสารพัดอย่างเพื่อชัยชนะ แถมบางครั้งหากมีเรื่องฉาวโฉ่ขึ้นมาก็พร้อมจะซิกแซกปิดข่าวคราวที่จะออกไปทางสื่อมวลชนอีกต่างหาก จนทำให้นักการตลาดมีภาพเป็นผู้ร้ายที่มุ่งกอบโกยโดยไม่สนใจสังคมส่วนรวมในสายตาชาวบ้านไปโดยปริยาย ที่จริงว่างๆ น่าจะมีใครทำโพลดูเสียทีว่าบุคคลประเภทไหนติดอันดับมีภาพเป็นผู้ร้ายในสายตาของชาวบ้านกันบ้าง เชื่อว่านักการตลาดคงอยู่ในอันดับต้นๆ รองจากนักการเมืองเป็นแน่แท้

อย่างไรก็ดี เมื่อสังคมพัฒนาไปเรื่อยๆ กลับพบว่าการตลาดเพื่อสังคมไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ขำๆ ที่จะละเลยกันได้อีกต่อไป ขบวนการเคลื่อนไหวทางด้านสิ่งแวดล้อม ขบวนการรักษาสิทธิของผู้บริโภคเติบใหญ่อย่างมากในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ประกอบกับการสื่อสารที่ถูกเปิดออกไปทุกทิศทาง ทำให้คนทั้งโลกสามารถรับข่าวสารเดียวกันได้ในพริบตา ทำให้ความรับผิดชอบของสังคมกลายเป็นวาระต้นๆ ของการดำเนินธุรกิจการตลาดไปเสียแล้ว หากนักการตลาดคนไหนที่คิดว่าจะยังเอาเปรียบลูกค้า สังคม และสิ่งแวดล้อมอยู่ได้ต่อไป ขอบอกว่าท่านกำลังล้าหลังและตกเทรนด์ของโลกเป็นอย่างมาก และในไม่ช้าความเดือดร้อนก็จะปรากฏต่อกิจการของท่าน

ปรากฏการณ์ที่เครือข่ายร้านสะดวกซื้อที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทยดื้อดึงวางโชว์บุหรี่ที่หน้าร้านโดยไม่สนใจต่อเสียงเรียกร้องของชาวบ้าน โดยให้เหตุผลข้างๆ คูๆ ว่ายังไม่มีข้อสรุปหรือคำสั่งที่ชัดเจน ในขณะที่ห้างใหญ่ๆ ทั้งหลายเขาพากันเก็บหมดแล้ว ส่งผลให้มีคนออกมาเดินขบวนร้องเรียนจนกระทั่งรณรงค์ให้เลิกซื้อของจากร้านยี่ห้อนี้ เป็นปัญหาเล็กๆที่บานปลายออกไปอย่างไม่น่าจะเกิด หากคิดเป็นสักนิด เรื่องนี้น่าจะฉวยโอกาสทำเป็นรายแรกแล้วประกาศให้สังคมรับรู้ด้วยว่าทำเป็นรายแรกก่อนใครๆ จะได้หน้าอีกโข ถึงจะอ้างว่าร้านที่ไม่ทำตามเป็นร้านที่ซื้อแฟรนไชส์ไปไม่สามารถบังคับได้ก็ฟังไม่ขึ้นอยู่ดี ที่แน่ๆ เสียหน้าและเสียชื่อไปเรียบร้อยแล้ว ทั้งข่าวคราวความดื้อดึงและไร้ความรับผิดชอบก็แพร่สะพัดออกไปทั่วโลกแล้วเช่นกัน

เหตุการณ์ที่บริษัทบันเทิงรายยักษ์ของประเทศดอดเข้าซื้อหุ้นของหนังสือพิมพ์มติชน จนนำไปสู่การวิพากษ์วิจารณ์ การรวมตัวกันเป็นเพื่อนมติชนร้องคัดค้านกันอย่างเซ็งแซ่จนยักษ์ใหญ่เริ่มเห็นว่าหายนะครั้งนี้ใหญ่หลวงเกินกว่ากิเลสที่คิดอยากจะครอบงำคนอื่นเขา ในที่สุดต้องประกาศถอยทัพ เป็นตัวอย่างที่ดีที่ชี้ให้เห็นว่านักการตลาดไม่ควรปรามาสต่อขบวนการของผู้บริโภคหรือประชาชนที่นับวันจะมีความเด่นชัดและพร้อมจะเคลื่อนไหวเสมอหากเหตุการณ์สุกงอมพอ งานนี้นอกจากจะครอบงำเขาไม่ได้แล้วยังเสียชื่อเสียง แถมได้รับสมญานามใหม่จากสื่อมวลชนว่าเป็น “กลุ่มธุรกิจการเมือง” เข้าไปอีก น่ารักอยู่หรือกับการเป็นธุรกิจบันเทิงแบบการเมือง

ความรับผิดชอบต่อสังคมไม่ใช่บทบาทของกิจการขนาดใหญ่ๆ เท่านั้น หลายคนมองว่าบริษัทใหญ่ถึงจะมีเงินบริจาคหรือควักเงินออกมาทำประโยชน์เพื่อสังคม เพราะที่เราเห็นทำกันหนักๆ ในบ้านเราก็มักเป็นบริษัทหรือองค์กรขนาดใหญ่โดยเฉพาะที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับอบายมุขทั้งหลาย ที่เขาต้องทำอย่างนั้นก็เพื่อเป็นการฉีดยาป้องกันตัวเองเอาไว้ก่อน เนื่องจากธุรกิจของเขาเปราะบางต่อการวิพากษ์วิจารณ์ และเป็นธุรกิจที่เพิ่มต้นทุนทางสังคมที่มองไม่เห็นอย่างมาก แต่ในอนาคตความรับผิดชอบต่อสังคมจะต้องเป็นบทบาทของทุกธุรกิจไม่ว่าเล็กว่าใหญ่ ไม่ว่าจะรับผิดชอบในแง่มุมใดก็ตาม

ธุรกิจเล็กๆ อาจไม่มีเงินบริจาคเหมือนธุรกิจขนาดใหญ่ แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าต้องรับผิดชอบที่จะผลิตสินค้าบริการที่ได้คุณภาพ ไม่หลอกลวงต้มตุ๋นลูกค้า คำนึงถึงการรักษาสิ่งแวดล้อมและกติกาของสังคม ร้านก๊วยเตี๋ยวข้างถนนต้องรู้ว่าการเทขยะและเศษอาหารลงท่อระบายน้ำหรือคูคลองเป็นเรื่องเห็นแก่ตัวและไร้ความรับผิดชอบอย่างร้าย การกดขี่ใช้แรงงานเด็กอย่างไม่เป็นธรรมเป็นเรื่องที่ไม่พึงปฏิบัติ ไม่ว่าธุรกิจขนาดไหนก็ล้วนจะต้องมีบทบาทรับผิดชอบต่อสังคมทั้งสิ้น ก่อนที่สังคมจะเลวร้ายจากความคิดว่ามือใครยาวสาวได้สาวเอาอีกต่อไป

นักการตลาดรุ่นใหม่ต้องมองว่าความรับผิดชอบต่อสังคมเป็นสิ่งสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าการตอบสนองความพึงพอใจของลูกค้า แม้ความรับผิดชอบทางสังคมจะไม่ปรากฎผลปุ๊บปั๊บทันตาเห็นแต่สิ่งนี้คือการประกันอนาคตที่ยั่งยืนของธุรกิจและเป็นทิศทางของการตลาดในอนาคตอย่างไม่ต้องสงสัย

 

ห้องสนทนา   เม้าท์ระเบิด : โลกกับธรรม : English Corner : ข่าวประชาสัมพันธ์ : BKK Blog : Work at Home : Fan Zone
เกมส์   Games Flash : Jigsaw : Hang Man : Tetris : Slider : จับคู่
รักและคิดถึง   พบเพื่อนใหม่ : E-Cards : Emotion : กลอนแทนใจ : ศาลาพักใจ : เยาวชนคนดี
สารพันบันเทิง   ฟังเพลงออนไลน์ : ภาพยนตร์ : VDO Clip : ซุบซิบดารา : สัมภาษณ์-เบื้องหลัง : เรื่องย่อละคร : ข่าวบันเทิง : ข่าวประจำวัน : ดวงประจำเดือน : ดวงประจำสัปดาห์ : มุมฟุตบอล
สารพัดความรู้   บัญชีทีเบรค : กระดูกและข้อ
ภาษาพาเพลิน   Everyday English : New Nanny : E-Dialog with Voice : รู้จักญี่ปุ่น : ท่องแดนอาทิตย์อุทัย :พี่เลี้ยงภาษาอังกฤษ
ห้องสมุด BKK   Business Letter : Song of the Week : On Khao San Road : เพลินภาษาน่ารู้ : E-Diary : ศัพท์ทันโลก : สืบสายนิยายดัง : Alphabetize : SEX : วัยรุ่น วัยดึก : นางาซากิ: นานานก : ชีวิตหลากสี : ยายวันวาน : พาชิมริมครัว : IT Audit : Chic & Trendy : Indy Zone : เกร็ดความรู้ไอที : Star Corner : New York! New York! : Did you know? : E-Dialog : เสวนาธุรกิจ
BKK Center   Hot Links : เบอร์โทรศัพท์ฉับไว : About us : ติดต่อ BKKonline : BKK Design : Site Map

สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๕๐ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๓๗
ห้ามนำข้อมูลของเครือข่ายนี้ ไปเผยแพร่ต่อโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร
.......................................................................................

Copyright © 1994 Bangkok Online Co.,Ltd.
All rights reserved. Do not duplicate or redistribute in any form
ติดต่อเรา : บริษัท สยามคอนเนค จำกัด เลขที่ 40/141 หมู่11 ม.สุชา1 แขวงหนองค้างพลู เขตหนองแขม กทม. 10160
TEL : 086-335-4404, 081-924-5742 FAX : 0-2806-3921
หมายเลขทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ : 0108314852961