เสวนาธุรกิจ โดยนักการตลาดที่เข้าถึงปัญหาและโอกาส ที่ชี้แนะข้อคิด แนวโน้ม และทิศทางการตลาด พร้อมตัวอย่างทั้งที่ประสบความสำเร็จและล้มเหลว ได้อย่างสนุกสนาน


7 วิธีเพื่อการบริการลูกค้าที่เป็นเลิศ (2)
7 วิธีเพื่อการบริการลูกค้าที่เป็นเลิศ (1)
คำชมกับแชมเปญ
สวนไผ่- ถูกและดี: ร้านดีๆ ที่มีจุดขาย



   
ความซื่อสัตย์: นโยบายการตลาดที่ดีที่สุด วิทยา ด่านธำรงกูล
  ๔ เมษายน ๒๕๔๘ witaya@bkkonline.com

 
“ความซื่อสัตย์เป็นนโยบายที่ดีในการทำธุรกิจปัจจุบัน เพื่อชื่อเสียงของกิจการและกำไรในระยะยาว กิจการทั้งหลายจึงต้องถือเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญและลงมือทำอย่างจริงจัง”
 

 
หมู่นี้โรคปวดหลังถามหาเพราะนั่งทำงานต่อเนื่องยาวนาน หมอบอกว่ากล้ามเนื้อยึดเกร็งจากการที่นั่งอยู่ท่าเดียวนานๆ โรคนี้กลายเป็นโรคฮิตของผู้คนในสำนักงานไปเสียแล้ว ทำเอาหมอกล้ามเนื้อ หมอกระดูก รวมไปถึงหมอนวดแผนไทยแผนจีนมีงานทำล้นมือกันไปเลย

แวะเข้าไปในศูนย์ออกกำลังกายใหญ่โตย่านถนนประชาชื่น เห็นมีร้านให้บริการนวดคลายกล้ามเนื้อ หน้าตาเข้าที สถานที่สะอาดสะอ้านเลยยอมควักกระเป๋าจ่ายเงินใช้บริการ ตกลงกันว่าซื้อคอร์ส 12 ครั้ง เป็นเงิน 5,000 บาท สัปดาห์ต่อมาแวะไปใช้บริการเป็นครั้งแรก พนักงานนวดเป็นสาวรุ่น เข้าใจว่าคงเรียนจบกายภาพบำบัดมาไม่นาน ลงมือนวดไปไม่ถึงห้านาทีเธอก็เริ่มโน้มน้าวให้ซื้อคอร์สนวดแผนไทยด้วย ชักแม่น้ำทั้งห้าว่านวดแผนไทยของร้านเธอดีอย่างโน้นอย่างนี้ โดยไม่หยุดคิดสักนิดว่าเธอยังไม่ได้พิสูจน์ฝีมือที่จะทำให้ลูกค้าอย่างเราเชื่อในบริการได้เลย กลับพยายามยัดเยียด บริการอื่นๆ มาให้อีก เข้าใจว่าเจ้านายอาจจะสั่งให้พยายามปั๊มยอดขายก็เป็นได้ เธอพร่ำพรรณนาอยู่นานจนต้องตัดบทว่าไม่ชอบนวดแผนโบราณ เธอถึงสงบปากลงได้ แต่ยังไม่หมดแค่นั้น พอนวดเสร็จเธอก็บอกว่าให้ไปอบซาวน่าที่อยู่ด้านในด้วย พออบเสร็จออกมาเตรียมจะกลับบ้านเธอบอกว่าขอคิดการอบซาวน่าเป็นการรับบริ การเพิ่มอีกหนึ่งครั้ง เท่ากับว่าวันนั้นมาใช้บริการครั้งเดียว แต่ถูกหักไปสองจากคอร์ส 12 ครั้งที่ตกลงกัน

อีกสองสัปดาห์ต่อมาไปรับบริการกับพนักงานคนใหม่ เธอแนะนำให้ใช้เครื่องกระตุ้นไฟฟ้าเพื่อกระตุ้นกล้ามเนื้อ เสร็จแล้วก็มีการเรียกเก็บค่าบริการเพิ่ม 350 บาท บอกว่าเป็นอุปกรณ์พิเศษ ก็ได้แต่นึกถามอยู่ในใจว่าแล้วไอ้ที่จ่ายไปก่อนหน้านั้นทั้งคอร์สเป็นค่าอะไรไม่ทราบ เพราะวันนั้นไม่เห็นจะได้ให้บริการอะไรนอกจากเจ้าเครื่องที่ว่า เงิน 350 บาทนั้นไม่เสียดายเท่ากับเสียความรู้สึกว่าเป็นการเอาเปรียบกันเห็นๆ เป็นความไม่ซื่อสัตย์กับลูกค้า ทั้งที่ลูกค้ายอมจ่ายเงินไปให้ทั้งก้อนแล้วก็น่าจะได้รับการปฏิบัติที่ดีกว่านี้ หรือคิดว่าพอได้เงินมาหมดแล้ว ลูกค้ารายนั้นเป็นของตายจะทำอะไรก็ได้ ตอนนี้ใช้บริการไป 7-8 ครั้งแล้วก็คงจะรีบๆ ใช้ให้หมดๆ แล้วสาปส่งกันไป ทั้งที่หลังก็ยังเจ็บไม่หาย

ความซื่อสัตย์นั้นเป็นนโยบายสำคัญในการดำเนินธุรกิจทุกชนิด ต่อให้รูปลักษณ์ของกิจการดีขนาดไหนโฆษณาโครมครามเพียงใด ถ้าลูกค้าเขารู้สึกว่ากิจการไม่ตรงไปตรงมาหรือคอยแต่จะเอารัดเอาเปรียบ เขาย่อมไม่กลับมาใช้ซื้อสินค้าหรือใช้บริการอีก มิหนำซ้ำจะประกาศต่อๆ ไปให้คนอื่นได้รับรู้ด้วย เมื่อนั้นล่ะจะเป็นเคราะห์ร้ายของกิจการเป็นอย่างยิ่ง ความซื่อสัตย์ต่อลูกค้าจึงเป็นเรื่องที่ต้องยึดถือปฏิบัติตลอดทั่วทั้งกิจการตั้งแต่ผู้บริหารสูงสุดลงมาจนถึงพนักงานระดับล่างสุด

กิจการอย่างหนึ่งที่ล่อแหลมมากกับความซื่อสัตย์ในความรู้สึกของลูกค้าปัจจุบัน ก็คือกิจการโรงพยาบาลเอกชนทั้งหลาย ที่แข่งขันกันดึงหมอชื่อดังมาประจำโรงพยาบาลด้วยการยอมจ่ายค่าตัวหมอสูงๆ เมื่อต้องจ่ายค่าตัวกันแพงๆ โรงพยาบาลบางแห่งถึงกับตั้งเป้ากันว่าแต่ละเดือนหมอจะต้องทำรายได้เท่าไร และนั่นคือข่าวร้ายสำหรับคนไข้ทั้งหลาย หมอบางคนจึงสั่งยาแบบบ้าเลือด คนไข้เองไม่เคยรู้ว่าหมอสั่งยาอะไรบ้าง เพราะหมอเอาแต่ก้มหน้าก้มตาเขียนรายการยาให้ยาวเหยียด คนไข้บ้านเราก็เป็นปกติวิสัยที่ไม่กล้าถามหมอ เพราะกลัวหมอดุเอาว่ารู้มาก แถมหมอบางคนก็ทำหน้าตาราวจะกินเนื้อคนไข้ได้ เลยกลายเป็นเกราะป้องกันคำถามจากคนไข้ กว่าจะรู้ว่าหมอสั่งยาอะไรก็โน่นเมื่อจ่ายเงินรับยาไปแล้วเรียบร้อยแล้ว คนไข้ก็จำใจต้องปล่อยเลยตามเลย

หมอที่ดีก็มีอยู่มาก บางคนก็จะบอกว่าสั่งยาอะไรให้บ้าง มีสรรพคุณอย่างไร ถามคนไข้ว่ากินยาอย่างนี้ได้ไหม เพราะอาจจะมีอาการข้างเคียง ถ้าคนไข้กินไม่ได้ก็จะได้งดเว้นเสีย บางคนถามว่าคนไข้มียาที่มีตัวยาอย่างเดียวกันที่บ้านหรือเปล่า ถ้ามีก็จะได้ไม่ต้องสั่ง บางคนประเสริฐไปกว่านั้นคือจะสั่งยาให้นิดหน่อยแล้วให้คนไข้เอาตัวอย่างไปซื้อเองที่ร้านข้างนอกเพราะยาของโรงพยาบาลแพง ในขณะที่คนไข้จะต้องกินเยอะและต่อเนื่อง

ขอบอกให้รู้ว่าเป็นสิทธิของคนไข้เต็มที่ที่จะซักถามหมอ และปฏิเสธการรับยาบางรายการที่เห็นว่าไม่จำเป็นหรือมีอยู่แล้วที่บ้าน โดยไม่ต้องไปกลัวว่าหมอจะดุเอา ผู้บริโภคสมัยใหม่ต้องรู้จักดูแลตัวเองและมีปากเสียงเสียบ้าง

เมื่อความซื่อสัตย์เป็นนโยบายที่ดีในการทำธุรกิจปัจจุบัน เพื่อชื่อเสียงของกิจการและกำไรในระยะยาว กิจการทั้งหลายจึงต้องถือเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญและลงมือทำอย่างจริงจัง

ประการแรก คือต้องพยายามสร้างความชัดเจนในเรื่องนี้ด้วยการกำหนดเป็นนโยบายที่ชัดเจนว่าจะไม่มีการเอารัดเอาเปรียบลูกค้า ไม่คะยั้นคะยอหรือยัดเยียดในสิ่งที่ลูกค้าไม่ต้องการ ไม่ปิดบังความจริง และฉกฉวยประโยชน์บนความไม่รู้ของลูกค้า อาจจะเขียนไว้เป็นลายลักษณ์อักษรในคู่มือพนักงาน ประกาศไว้ในสถานที่ทำงานหรือสื่อสารกับพนักงานให้ซึมซาบเรื่องนี้อย่างสม่ำเสมอ

สอง ฝึกอบรมพนักงานอย่างต่อเนื่องในเรื่องความซื่อสัตย์ ทั้งความซื่อสัตย์ต่อตัวเอง ซื่อสัตย์ต่อคุณภาพสินค้าและบริการที่ผลิต ซื่อสัตย์ต่อลูกค้า และซื่อสัตย์ต่อวิชาชีพ เรื่องความซื่อสัตย์นี้ควรถือเป็นหลักสูตรบังคับสำหรับพนักงานทุกคน เพื่อให้กิจการปฏิบัติตามหลักการของบรรษัทภิบาลซึ่งเป็นแนวทางของกิจการในยุคใหม่

สาม กิจการต้องคอยหมั่นตรวจสอบความคิดเห็นของลูกค้าที่มีต่อความซื่อสัตย์ของกิจการและพนักงาน ทัศนะของลูกค้าในเรื่องดังกล่าวจะเป็นตัวบ่งชี้ว่าลูกค้าจะใช้สินค้าและบริการอีกต่อไปในอนาคตหรือไม่ เป็นตัวบ่งชี้ว่ากิจการต้องแก้ไขปรับปรุงในเรื่องนี้อย่างไร ต้องเข้าใจว่าลูกค้านั้นปกติเขาไม่อยากพูดถ้าไม่จำเป็น เพราะเขามีทางเลือกมากมาย หากไม่พอใจเขาก็หันไปหาคู่แข่งของเราเลย ปล่อยให้ปัญหานั้นเป็นที่มืดบอดของกิจการต่อไป ดังนั้นการหมั่นซักถามลูกค้าบ่อยๆ หรือการเปิดโอกาสให้ลูกค้าได้พูดไม่ว่าจะด้วยวิธีการใดๆ จึงเป็นสิ่งที่ควรจะทำอย่างเอาจริงเอาจัง

สี่ หากพนักงานคนไหนพิสูจน์ว่าเป็นคนซื่อสัตย์กับงานของตัวเองและกับลูกค้าอย่างดียิ่ง ก็ควรจะได้รับรางวัล และการยกย่องให้เป็นตัวอย่างของพนักงานคนอื่นๆ ด้วย เพื่อจูงใจให้พนักงานยึดมั่นกับความซื่อสัตย์อย่างสม่ำเสมอ ในทางตรงกันข้ามหากพนักงานที่ละเมิดนโยบายความซื่อสัตย์ก็ต้องมีการลงโทษให้เห็นเป็นเยี่ยงอย่างด้วยความเสมอภาค ไม่ใช่ทำแบบปากว่าตาขยิบ ไม่อย่างนั้น นโยบายความซื่อสัตย์ก็คงปราศจากผลใดๆ ประการสุดท้าย แต่สำคัญยิ่ง คือตัวผู้บริหารเองต้องทำตัวให้เป็นตัวอย่างอยู่เสมอ ถ้าผู้บริหารยังนิยมชมชอบการซิกแซกและถือว่าการเอาเปรียบลูกค้าได้ถือเป็นเครื่องโชว์ความสามารถ เมื่อนั้นความซื่อสัตย์ย่อมเกิดไม่ได้ในกิจการ ลูกค้าก็คงจะลาจากไปเรื่อยๆ

สุภาษิตไทยที่ว่า “ซื่อกินไม่หมด คดกินไม่นาน” ยังเป็นความจริงที่ไม่มีวันตาย ไม่ว่าธุรกิจเล็ก ธุรกิจใหญ่ หรือธุรกิจใดๆ ก็ตาม ความซื่อสัตย์เป็นนโยบายที่ดีที่สุดเสมอ หากหวังจะอยู่รอดและเติบโตอย่างยั่งยืนี้
 
 
 
 
 

 
 
 
 
 

ห้องสนทนา   เม้าท์ระเบิด : โลกกับธรรม : English Corner : ข่าวประชาสัมพันธ์ : BKK Blog : Work at Home : Fan Zone
เกมส์   Games Flash : Jigsaw : Hang Man : Tetris : Slider : จับคู่
รักและคิดถึง   พบเพื่อนใหม่ : E-Cards : Emotion : กลอนแทนใจ : ศาลาพักใจ : เยาวชนคนดี
สารพันบันเทิง   ฟังเพลงออนไลน์ : ภาพยนตร์ : VDO Clip : ซุบซิบดารา : สัมภาษณ์-เบื้องหลัง : เรื่องย่อละคร : ข่าวบันเทิง : ข่าวประจำวัน : ดวงประจำเดือน : ดวงประจำสัปดาห์ : มุมฟุตบอล
สารพัดความรู้   บัญชีทีเบรค : กระดูกและข้อ
ภาษาพาเพลิน   Everyday English : New Nanny : E-Dialog with Voice : รู้จักญี่ปุ่น : ท่องแดนอาทิตย์อุทัย :พี่เลี้ยงภาษาอังกฤษ
ห้องสมุด BKK   Business Letter : Song of the Week : On Khao San Road : เพลินภาษาน่ารู้ : E-Diary : ศัพท์ทันโลก : สืบสายนิยายดัง : Alphabetize : SEX : วัยรุ่น วัยดึก : นางาซากิ: นานานก : ชีวิตหลากสี : ยายวันวาน : พาชิมริมครัว : IT Audit : Chic & Trendy : Indy Zone : เกร็ดความรู้ไอที : Star Corner : New York! New York! : Did you know? : E-Dialog : เสวนาธุรกิจ
BKK Center   Hot Links : เบอร์โทรศัพท์ฉับไว : About us : ติดต่อ BKKonline : BKK Design : Site Map

สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๕๐ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๓๗
ห้ามนำข้อมูลของเครือข่ายนี้ ไปเผยแพร่ต่อโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร
.......................................................................................

Copyright © 1994 Bangkok Online Co.,Ltd.
All rights reserved. Do not duplicate or redistribute in any form
ติดต่อเรา : บริษัท สยามคอนเนค จำกัด เลขที่ 40/141 หมู่11 ม.สุชา1 แขวงหนองค้างพลู เขตหนองแขม กทม. 10160
TEL : 086-335-4404, 081-924-5742 FAX : 0-2806-3921
หมายเลขทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ : 0108314852961