|
| |
การออกแบบจัดวางเฟอร์นิเจอร์ในร้าน
สี แสงสว่าง รวมถึงตัวพนักงานจะต้องสามารถทำให้ลูกค้ารู้สึกถึงความเป็นโฮมเมดได้
หลายแห่งจึงพยายามจำลองบรรยากาศในบ้านมาไว้ในร้าน หาของตกแต่งที่สร้างความรู้สึกแบบอยู่ในบ้านได้
รวมไปถึงการแต่งกายและอายุอานามของพนักงานด้วย
|
|
| |
- ร้านขายคุกกี้ชื่อดังรายหนึ่งในอเมริกา
ตั้งร้านขายอยู่ทั่วไปในศูนย์สรรพสินค้า ร้านเล็กๆ ตกแต่งธรรมดา
แต่ที่น่าสนใจคือเวลาซื้อต้องชี้ว่าจะเอาชิ้นไหน คนขายจะค่อยๆ บรรจงคืบคุกกี้ชิ้นนั้นออกมาชั่งแล้วคิดราคาตามน้ำหนัก
คุกกี้ที่ขายแต่ละชิ้นใหญ่บ้างเล็กบ้างไม่เท่ากัน เพราะผ่านมือคนทำ
ไม่ใช่ปั๊ม ออกมาเหมือนคุกกี้จากโรงงาน อารมณ์แบบนี้แหละที่ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าได้กินคุกกี้ที่ทำสดๆ
ใหม่ๆ ออกมาจากครัวในบ้าน ชวนให้ระลึกถึงคุกกี้จากมือคุณแม่ นี่คือเสน่ห์ของความเป็นโฮมเมด
- ร้านขายช็อกโกแลตร้านหนึ่งในอเมริกาชื่อร้าน Sees Candies เป็นร้านที่มีเครือข่ายทั่วประเทศ
เสน่ห์ของร้านนี้คือช็อกโกแลตสูตรเฉพาะของคุณยาย See คนขายแต่ละร้านก็อายุอานามประมาณคุณป้าคุณยายกันทั้งนั้น
เวลาเดินเข้าไปในร้าน คุณยายที่เป็นพนักงานขายจะชวนให้ชิมโน่นชิมนี่
ไม่ซื้อก็ไม่เป็นไร การตกแต่งในร้านจำลองห้องครัวของคุณยาย See มาเลย
เป็นครัวโทนสีขาว เครื่องเคราตกแต่งแสดงความป็นครัวโบราณแบบสมัยอาณานิคมของอเมริกา
ทำให้ลูกค้านึกย้อนเวลาไปถึงช็อกโกแลตในวัยเยาว์ที่ออกจากเตาร้อนๆ
ของคุณแม่อย่างไรอย่างนั้น นี่เป็นเคล็ดลับอย่างหนึ่งที่ทำให้ช็อกโกแลต
Sees Candies ประสบความสำเร็จในอเมริกา และกำลังลามเข้ามาในหลายประเทศในเอเชีย
- ไปเจอร้านกาแฟร้านหนึ่งที่ฮ่องกง ชื่อร้าน Aunt Stellas หรือร้านคุณป้าสเตลล่า
เป็นร้านขายของว่างและเครื่องดื่มเล็กๆ ในศูนย์การค้า คนนั่งกินกันตรึม
สไตล์ตกแต่งเป็นเหมือนครัวในบ้านโรงนาที่เคยเห็นในหนังฝรั่ง พนักงานแต่งกระโปรงบานมีผ้าคลุมหัวน่ารัก
ข้าวของเครื่องใช้ในร้านก็เป็นเหมือนที่ใช้กันในครัวของคนชนบททั่วไป
สอบถามได้ความว่าเป็นร้านที่เริ่มจากในญี่ปุ่น ตอนนี้มีกว่าร้อยสาขาแล้ว
เจ้าของจะรวยขนาดไหนลองคิดกันเอง
- เรื่องของสามร้านนี้เป็นตัวอย่างที่น่าสนใจของการพยายามสร้างบรรยากาศของโฮมเมดเข้าไปในสินค้าและบริการที่ขาย
และเผอิญขายได้อย่างดีด้วย ด้วยเหตุที่ว่าคนเรานั้นมักจะมีความรู้สึกดีๆ
กับความทรงจำในวัยเด็ก การย้อนเวลาและวันคืนเก่าๆ มาอีกครั้งหนึ่งจึงเป็นสิ่งที่สามารถสร้างความประทับใจได้
นอกจากนั้นในความรู้สึกของคนทั่วไป อะไรก็ตามที่เป็นโฮมเมดนั้นมักจะเป็นของดีมีคุณภาพ
เพราะของที่ทำกินเองใช้เองย่อมใส่เครื่องเครากันแบบไม่เสียดาย ของที่ออกมาจึงมีคุณภาพดีที่จะทำให้ลูกค้าติดใจได้
การสร้างสินค้าที่เป็นโฮมเมดจึงเท่ากับเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้า
ลูกค้าไม่ปฏิเสธที่จะจ่ายเพิ่มขึ้น เพื่อแลกกับคุณภาพและความรู้สึกที่ดี
- แต่การจะสร้างอะไรที่เป็นโฮมเมดนั้นก็ต้องอาศัยองค์ประกอบหลายๆ
อย่างเพื่อให้ความเป็นโฮมเมดสมจริง และสร้างความประทับใจได้ ตั้งแต่ตัวสินค้า
บรรยากาศ ตลอดจนการสร้างเรื่องราวของความเป็นโฮมเมดนั้น
- สินค้าที่เป็นโฮมเมดมักจะมาจากสูตรเฉพาะตัวที่ไม่เหมือนใคร
จะด้วยการตกทอดมาหลายชั่วคนหรือการคิดค้นได้เองก็แล้วแต่ การคัดเลือกวัสดุหรือส่วนผสมก็ต้องพิถีพิถันมากกว่าของคนอื่นเพื่อให้สมกับความเป็นโฮมเมดจริงๆ
สิ่งสำคัญที่ต้องระมัดระวังก็คือการควบคุมคุณภาพ อย่าได้คิดว่าอะไรที่โฮมเมดแล้วจะผิดพลาดได้มากกว่าของที่ผลิตจากโรงงาน
บางเรื่องต้องรักษามาตรฐานอย่างสุดฤทธิ์ เพราะเป็นสิ่งสำคัญในสายตาของลูกค้า
เช่นรสชาติ แต่บางอย่างที่ไม่สำคัญก็อาจจะมองข้ามไปได้บ้าง อย่างเช่น
รสชาติของคุกกี้ต้องดีเลิศ ในขณะที่ขนาดของคุกกี้กลับเป็นเรื่องไม่สำคัญ
บางร้านจึงอาจจะใช้วิธีไม่ผลิตอะไรมากๆ ผลิตวันต่อวัน เพื่อความสดใหม่แบบโฮมเมด
ซึ่งกลับจะยิ่งทำให้ลูกค้าอยากซื้อมากยิ่งขึ้นด้วยซ้ำ
- บรรยากาศก็เป็นตัวการที่สำคัญที่จะสร้างความรู้สึกโฮมเมดได้ แต่ไม่ใช่ประเภทหม้อชามรามไหแบบเก่าๆ
มีคราบเขรอะไปหมดแล้วเอามาโฆษณาว่าเป็นของที่ใช้มาตั้งแต่อากงอาม่า
เพราะคงไม่เข้ากับยุคสมัย การออกแบบจัดวางเฟอร์นิเจอร์ในร้าน สี
แสงสว่าง รวมถึงตัวพนักงานจะต้องสามารถทำให้ลูกค้ารู้สึกถึงความเป็นโฮมเมดได้
หลายแห่งจึงพยายามจำลองบรรยากาศในบ้านมาไว้ในร้าน หาของตกแต่งที่สร้างความรู้สึกแบบอยู่ในบ้านได้
รวมไปถึงการแต่งกายและอายุอานามของพนักงานด้วย
- การสร้างเรื่องราว เป็นอีกองค์ประกอบหนึ่งที่สำคัญในเรื่องนี้
ส่วนใหญ่สินค้าที่เป็นโฮมเมดมักจะมีเรื่องเล่าหรือตำนานเบื้องหลัง
เรื่องเล่าพวกนี้จะสร้างความขลังให้กับสินค้าหรือบริการได้อีกมากโดยไม่ต้องลงทุนเท่าไรเลย
พวกฝรั่งออกจะชำนาญการในเรื่องแบบนี้ เพราะเขาชอบเก็บประวัติศาสตร์มากกว่าคนไทย
เข้าไปในร้านก็มักจะมีรูปเก่าๆ ติดเอาไว้ให้ดูประวัติความเป็นมาของร้าน
เปิดเมนูหรือเอกสารประกอบสินค้าก็มักจะร่ายยาวประวัติความเป็นมา
ว่าเจ้าของเริ่มกิจการเอาไว้อย่างไร หอบหิ้วสูตรเด็ดมาจากที่ไหน
ตกทอดกันมากี่ชั่วคนแล้ว เป็นต้น เรื่องเล่าเหล่านี้ช่วยเพิ่มมูลค่าทางจิตใจและยิ่งทวีความรู้สึกโฮมเมดให้อีกมาก
คนไทยเราที่อยากจะทำอะไรทำนองโฮมเมดต้องรู้จักขยันเล่า ขยันเก็บประวัติศาสตร์และแง่มุมที่จะสร้างความรู้สึกแบบโฮมเมดได้
- ปัญหาของสินค้าโฮมเมดนั้นมักจะอยู่ที่ว่าพอกิจการขยายใหญ่โตแล้ว
ความเป็นโฮมเมดมักจะหายไปอย่างน่าเสียดาย ที่พูดอย่างนี้ไม่ได้หมายความว่าสินค้าโฮมเมดจะไม่มีวันโตหรือทำเป็นอุตสาหกรรมไม่ได้
แต่เนื่องจากพอกิจการโตแล้ว ผู้ผลิตมักจะละเลยกับเรื่องต่างๆ ข้างต้น
มัวไปให้ความสนใจกับการขยาย การขาย และการเพิ่มกำลังการผลิตมากจนละเลยกับความพยายามที่จะรักษาบรรยากาศและสัญญลักษณ์ของความเป็นโฮมเมดไว้
เหมือนขนมยี่ห้อดังรายหนึ่งในบ้านเรา เมื่อก่อนทำขายอยู่ในวงแคบๆ
คนก็อุตส่าห์บุกบั่นไปซื้อกันมากิน จนเดี๋ยวนี้ดังเข้าเปิดร้านเล็กๆ
กระจายขายอยู่ตามห้างทั่วไป เดินเข้าไปในร้านไม่ได้รู้สึกว่าเป็นขนมแบบโฮมเมดเลย
เพราะหีบห่อของสินค้า ชั้นวางของ การจัดวาง การแต่งกายของพนักงาน
และบรรยากาศโดยรวม ไม่มีอะไรที่แตกต่างกับการไปซื้อในซุปเปอร์มาร์เก็ตเลย
น่าเสียดายที่ความเป็นโฮมเมดหมดลงไปง่ายๆ จากความไม่ใส่ใจของผู้ผลิต
เมื่อเปรียบเทียบกับสินค้าหลายอย่างของฝรั่งที่ประกาศตัวว่าเป็นโฮมเมด
แม้จะขยายสาขาไปเป็นร้อยเป็นพันก็ยังสามารถสร้างความรู้สึกเป็นโฮมเมดอย่างได้มั่นคง
- สินค้าโฮมเมดมีโอกาสเสมอในตลาด เพราะใครๆ
ก็โหยหาอดีตที่บ้านเมืองยังไม่เลอะเทอะและเต็มไปด้วยพิษภัยอย่างวันนี้กันทั้งนั้น
เพราะฉะนั้นหากรู้จักทำ รู้จักสอดใส่ศิลปะของการสร้างบรรยากาศแบบโฮมเมดได้อย่างแนบเนียน
รับรองว่าจะรวยได้อย่างเนียนๆ เหมือนกัน ไม่เชื่อก็ลองดู
-
-
-
-
|
|
|