เสวนาธุรกิจ โดยนักการตลาดที่เข้าถึงปัญหาและโอกาส ที่ชี้แนะข้อคิด แนวโน้ม และทิศทางการตลาด พร้อมตัวอย่างทั้งที่ประสบความสำเร็จและล้มเหลว ได้อย่างสนุกสนาน


7 วิธีเพื่อการบริการลูกค้าที่เป็นเลิศ (2)
7 วิธีเพื่อการบริการลูกค้าที่เป็นเลิศ (1)
คำชมกับแชมเปญ
สวนไผ่- ถูกและดี: ร้านดีๆ ที่มีจุดขาย



   
เรื่องของคอลล์เซ็นเตอร์ วิทยา ด่านธำรงกูล
  ๒๖ มิ.ย. ๔๖ witaya@yahoo.com

 
พนักงานคอลล์เซ็นเตอร์นอกจากจะต้องพูดจาดีแล้ว ยังจะต้องใจเย็นและอดทนเป็นเลิศ ทนกับการตอบคำถามซ้ำๆ และเผชิญกับปัญหาซ้ำๆ ตลอดเวลาจากลูกค้าประเภทรู้มากไปจนไม่รู้อะไรเลย
 

 
เดี๋ยวนี้ผู้คนในบ้านเราดูจะคุ้นเคยกับคอลล์เซ็นเตอร์กันเป็นอย่างดี พูดทับศัพท์กันโดยไม่ต้องแปลว่าศูนย์รับโทรศัพท์ก็เป็นอันเข้าใจโดยทั่วกัน ความฮิตของคอลล์เซ็นเตอร์เกิดขึ้นมาไม่นานเท่าไร ที่ชาวบ้านคุ้นๆ กันก็เห็นจะเป็นคอลล์เซ็นเตอร์ในธุรกิจธนาคาร ธุรกิจโทรศัพท์มือถือ ธุรกิจอาหารจานด่วน ธุรกิจไฮเทคและธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภคบางอย่าง
สมัยก่อนเวลาโทรศัพท์ไปตามบริษัทจะมีโอเปอเรเตอร์ทำหน้าที่รับสาย เพื่อที่จะส่งสายเราต่อไปยังหน่วยงานที่ต้องการติดต่อ โอเปอเรเตอร์ทำหน้าที่แค่นั้นเอง นานๆ เข้าจะด้วยอยากประหยัดค่าจ้าง หรือเพราะโอเปอเรเตอร์บางแห่งพูดจาไม่เอาไหน หรือชอบโอนสายแบบชุ่ยๆ ก็ตาม ทำให้มีการเอาระบบตอบรับอัตโนมัติ (Interactive Voice Response - IVR) เข้ามาทดแทน คราวนี้คนโทรเข้าไปก็ต้องคอยฟังเสียงเทป ที่จะบอกให้กดหมายเลขนั่นนี่ หรือหากไม่รู้ก็กดไปหาโอเปอเรเตอร์ ซึ่งอาจจะดูไฮเทคขึ้นมาหน่อย แต่ก็ยังห่างไกลกับการจะเรียกว่าเป็นคอลล์เซ็นเตอร์ เพราะฉะนั้นใครมีแค่โอเปอเรเตอร์หรือแค่ระบบ IVR แล้วคุยว่ามีคอลล์เซ็นเตอร์แปลว่ากำลังเข้าใจผิด
คอลล์เซ็นเตอร์เป็นสถานที่ๆ รวมระบบจัดการกับการติดต่อทางโทรศัพท์จำนวนมากๆ ของบริษัทใดบริษัทหนึ่งเอาไว้ ไม่ว่าการติดต่อนั้นจะเป็นลักษณะที่ลูกค้าโทรเข้ามา (inbound) หรือพนักงานของคอลล์เซ็นเตอร์เป็นคนโทรออกไป (outbound) ก็ตาม และไม่ใช่เป็นเรื่องของการโอนสายเท่านั้น แต่จะเป็นการจัดการกับสารพัดเรื่องเช่น การขาย การบริการ การสนับสนุนทางเทคนิค การเงิน การจัดซื้อ การนัดหมาย การให้ข้อมูลและอื่นๆ คอลล์เซ็นเตอร์จึงมีบทบาทเป็นศูนย์ของการให้ข้อมูล ให้บริการ และแก้ไขปัญหาให้ลูกค้า แทนที่จะเป็นศูนย์การโอนสายอย่างแต่ก่อน
เมื่อเวลาผ่านไปและเทคโนโลยีมีการพัฒนามากขึ้น การติดต่อระหว่างลูกค้ากับคอลล์เซ็นเตอร อาจจะไม่ผ่านทางโทรศัพท์อย่างเดียว เพราะมีช่องทางให้เลือกมากมายเช่น ผ่านทางโทรสาร ผ่านทางอินเทอร์เน็ต ผ่านทางโทรศัพท์มือถือ ผ่านทางซุ้มบริการอัตโนมัติ (kiosk) ที่ตั้งอยู่ตามที่ชุมชนต่างๆ ดังนั้นเดี๋ยวนี้จึงเห็นว่าบางที่ไม่เรียกศูนย์ประเภทนี้ว่าคอลล์เซ็นเตอร์แล้ว แต่หันไปเรียกว่าศูนย์การติดต่อลูกค้า (Customer Interaction Center/ Customer Contact Center) หรือศูนย์ดูแลลูกค้า (Customer Care Center) แทน
เมื่อต้องทำหน้าที่เป็นศูนย์แห่งบริการหรือศูนย์แห่งการแก้ปัญหา คอลล์เซ็นเตอร์จึงมีภาพที่แตกต่างไปจากแผนกโอเปอเรอเตอร์สมัยก่อนอย่างสิ้นเชิง เพราะนโยบายการใช้คอลล์เซ็นเตอร์เป็นความพยายามที่จะจัดการปัญหาลูกค้าให้จบ ณ จุดเดียว ไม่ใช่โอนไปหาคนนั้นทีคนโน้นที แล้วทุกครั้งที่โอนไปหาคนใหม่ลูกค้า ก็จะต้องเริ่มต้นสาธยายเรื่องเดิมให้ผู้รับสายคนใหม่ฟังซ้ำไปซ้ำมา บางครั้งโอนไปมาสายดันหลุดอีกทำให้ลูกค้าเสียอารมณ์เปล่าๆ
ด้วยระบบออนไลน์ บัดนี้ที่คอลล์เซ็นเตอร์จะมีข้อมูลสารพัดของลูกค้า ที่เชื่อมต่อมาจากหน่วยงานต่างๆ ทำให้ประวัติเกี่ยวกับตัวลูกค้า ประวัติการซื้อสินค้าหรือรับบริการ วันเวลาที่มีการติดต่อและเรื่องที่ติดต่อย้อนหลังไปในอดีต รวมถึงข้อมูลอื่นๆ เกี่ยวกับลูกค้า ปรากฎขึ้นที่หน้าจอทันทีตามหมายเลขโทรศัพท์ของลูกค้า ทันทีที่รับสายพนักงานจะสามารถทักทายด้วยการเรียกชื่อลูกค้าอย่างถูกต้อง พนักงานสามารถให้ข้อมูล ติดตามเรื่อง แก้ปัญหา หรือแม้แต่เสนอขายสินค้า หรือบริการให้ลูกค้าได้ครบถ้วนเบ็ดเสร็จที่จุดเดียวโดยไม่มีการโอนสายไปมาอย่างแต่ก่อน
เมื่องานคอลล์เซ็นเตอร์เปลี่ยนแปลงไปจากอดีตอย่างเห็นได้ชัด การจัดการคอลล์เซ็นเตอร์จึงเป็นเรื่องที่ต้องใส่ใจกันทุกขั้นตอน ตั้งแต่การรับสมัครพนักงาน การฝึกอบรมพนักงาน การจัดระบบการควบคุมประเมินผลประสิทธิภาพการรับโทรศัพท์ ไปจนถึงการพิถีพิถันสร้างบรรยากาศในคอลล์เซ็นเตอร์ เพราะงานที่ทำออกจะน่าเบื่อ และสร้างความเครียดให้อย่างมาก แถมทำๆ ไปดูจะไม่ค่อยมีอนาคต จึงต้องหาวิธีสร้างแรงจูงใจให้พนักงานด้วย ไม่อย่างนั้นพนักงานมีหวังลาออกกันบ่อยๆ
พนักงานคอลล์เซ็นเตอร์นอกจากจะต้องพูดจาดีแล้ว ยังจะต้องใจเย็นและอดทนเป็นเลิศ ทนกับการตอบคำถามซ้ำๆ และเผชิญกับปัญหาซ้ำๆ ตลอดเวลาจากลูกค้าประเภทรู้มากไปจนไม่รู้อะไรเลย พนักงานเหล่านี้จะได้รับการฝึกอบรมอย่างเข้ม ทั้งวิธีการรับโทรศัพท์ การพูดจา ท่องจำประโยคมาตรฐานในการทักทายลูกค้า รู้วิธีการรับมือกับลูกค้าเจ้าอารมณ์ มีความรู้เกี่ยวกับบริษัท สินค้าและบริการ ตลอดจนปัญหาทางเทคนิค รวมไปถึงมีศิลปะการโน้มน้าวใจลูกค้าให้ซื้อสินค้า หรือเหนี่ยวรั้งลูกค้าเอาไว้หากลูกค้ากำลังจะเปลี่ยนใจยกเลิกการใช้บริการ เรื่องไหนที่ลูกค้าถามแล้วตอบไม่ได้ ต้องรู้ว่าจะรายงานต่อไปจุดไหน และจะต้องตามเรื่อง เพื่อแจ้งคำตอบกลับให้ลูกค้าทราบตามกำหนดเวลาที่ระบุ ไม่ใช่ให้ลูกค้าต้องคอยโทรมาตามเรื่องหลายรอบแบบสมัยก่อน
ในคอลล์เซ็นเตอร์จะมีระบบควบคุม และประเมินผลพนักงานอย่างเคร่งครัด นอกจากจะมีหัวหน้าควบคุมแล้วยังมีกล้องโทรทัศน์คอยดูหรืออัดเทปไว้ เพื่อจะตรวจสอบว่าใครผิดพลาดอะไรตรงไหน ใครพูดจาไม่ดี หรือตะคอกใส่ลูกค้าก็ย่อมมีผลต่อการพิจารณาผลงาน บางที่ทำขนาดสุ่มเช็คทันทีทันควันที่พนักงานสนทนากับลูกค้าจบ จะมีฝ่ายตรวจสอบคุยกับลูกค้าต่อ เพื่อถามว่าเมื่อกี้คุยกับพนักงานคอลล์เซ็นเตอร์แล้วได้รับความพอใจ หรือไม่อย่างไร มีการจับเวลาว่าให้ลูกค้าถือสายรอนานเท่าไร และการจัดการปัญหาของพนักงานลุล่วงในอัตรามากน้อยเพียงไร มีการโอนสายมากขนาดไหน
การบริหารจัดการคอลล์เซ็นเตอร์จึงไม่ใช่เรื่องง่ายๆ หลายบริษัทเลยไม่คิดจะทำเอง แต่ใช้วิธีจ้างบริษัทที่ให้บริการด้านนี้เป็นคอลล์เซ็นเตอร์ให้แทน ทำให้ไม่ต้องเป็นเจ้าของคอลล์เซ็นเตอร์เองให้ปวดหัว คอลล์เซ็นเตอร์จะตั้งอยู่ที่ไหนก็ได้เพราะระบบออนไลน์สมัยนี้ทำให้ชีวิตง่ายขึ้นเยอะ
เหตุที่คอลล์เซ็นเตอร์ทวีความสำคัญมากขึ้นทุกทีเป็น เพราะงานนี้เป็นด่านหน้าที่มีผลต่อการสร้างความพอใจให้ลูกค้าอย่างมาก จะไล่ลูกค้าหรือรักษาลูกค้าไว้ได้ก็อยู่ที่ตรงนี้แหละ หลายบริษัทจึงพยายามอย่างยิ่งที่จะมีคอลล์เซ็นเตอร์ที่ดี เพื่อให้บริการลูกค้าด้วยความรวดเร็วทันใจ รอบรู้ สร้างความประทับใจและผูกใจลูกค้าไว้ได้นานๆ โดยถือเป็นส่วนหนึ่งในงานการบริหารความสัมพันธ์ลูกค้า
ในอนาคตจึงจะเห็นว่าธุรกิจทั้งหลายจะหันมาให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากขึ้น ลูกค้าที่ติดต่อเข้าไปก็จะได้รับความเบิกบานและการเอาอกเอาใจมากขึ้น ที่สำคัญบริษัทที่ทำมาหากินกับคอลล์เซ็นเตอร์คงจะโกยเงินกันได้เป็นกอบเป็นกำอย่างไม่ต้องสงสัย

 

ห้องสนทนา   เม้าท์ระเบิด : โลกกับธรรม : English Corner : ข่าวประชาสัมพันธ์ : BKK Blog : Work at Home : Fan Zone
เกมส์   Games Flash : Jigsaw : Hang Man : Tetris : Slider : จับคู่
รักและคิดถึง   พบเพื่อนใหม่ : E-Cards : Emotion : กลอนแทนใจ : ศาลาพักใจ : เยาวชนคนดี
สารพันบันเทิง   ฟังเพลงออนไลน์ : ภาพยนตร์ : VDO Clip : ซุบซิบดารา : สัมภาษณ์-เบื้องหลัง : เรื่องย่อละคร : ข่าวบันเทิง : ข่าวประจำวัน : ดวงประจำเดือน : ดวงประจำสัปดาห์ : มุมฟุตบอล
สารพัดความรู้   บัญชีทีเบรค : กระดูกและข้อ
ภาษาพาเพลิน   Everyday English : New Nanny : E-Dialog with Voice : รู้จักญี่ปุ่น : ท่องแดนอาทิตย์อุทัย :พี่เลี้ยงภาษาอังกฤษ
ห้องสมุด BKK   Business Letter : Song of the Week : On Khao San Road : เพลินภาษาน่ารู้ : E-Diary : ศัพท์ทันโลก : สืบสายนิยายดัง : Alphabetize : SEX : วัยรุ่น วัยดึก : นางาซากิ: นานานก : ชีวิตหลากสี : ยายวันวาน : พาชิมริมครัว : IT Audit : Chic & Trendy : Indy Zone : เกร็ดความรู้ไอที : Star Corner : New York! New York! : Did you know? : E-Dialog : เสวนาธุรกิจ
BKK Center   Hot Links : เบอร์โทรศัพท์ฉับไว : About us : ติดต่อ BKKonline : BKK Design : Site Map

สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๕๐ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๓๗
ห้ามนำข้อมูลของเครือข่ายนี้ ไปเผยแพร่ต่อโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร
.......................................................................................

Copyright © 1994 Bangkok Online Co.,Ltd.
All rights reserved. Do not duplicate or redistribute in any form
ติดต่อเรา : บริษัท สยามคอนเนค จำกัด เลขที่ 40/141 หมู่11 ม.สุชา1 แขวงหนองค้างพลู เขตหนองแขม กทม. 10160
TEL : 086-335-4404, 081-924-5742 FAX : 0-2806-3921
หมายเลขทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ : 0108314852961