|
| |
ทิศทางของธพว.ในฐานะเครื่องมือของรัฐในการพัฒนาผู้ประกอบการควรจะเติบโตอย่าง
ระมัดระวังเพื่อไม่สร้างปัญหาเอ็นพีแอลซ้ำซาก ไม่มุ่งตั้งเป้าตัวเลขสูงๆ |
|
| |
- แล้วในที่สุดเมืองไทยก็มีเอสเอ็มอีแบงก์เกิดขึ้นเต็มตัว หลังจากวันที่
20 ธันวาคมที่ผ่านมามีการประกาศเปลี่ยนชื่อบรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมขนาดย่อมหรือ
บอย. มาเป็น ธพว.หรือธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย
ผู้ประกอบการทั้งหลาย คงจะต้องท่องชื่อนี้เอาไว้และทำความคุ้นเคยให้ดีเพราะจะเป็นที่กล่าวถึงอย่างกว้างขวาง
ในฐานะแหล่งสนับสนุนทางการเงินที่สำคัญของผู้ประกอบการนับจากนี้
แผน 5 ปีของ ธพว. ตั้งใจจะเป็นผู้นำของสถาบันการเงินเพื่อการส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบการเอสเอ็มอี
โดยตั้งเป้าเชิงรุกที่จะขยายสินเชื่อปี 2546 จำนวน 30,000 ล้านบาท
และเพิ่มตัวเลขการปล่อยสินเชื่อเพิ่ม ขึ้นทุกปีจนเป็นสองเท่าคือ
60,000 ล้านในปี 2550 ด้วยจำนวนลูกค้า 5,100 รายในปี 2546 กระโดดไปเป็น
32,500 รายในปี 2550
- เป้าหมายของธนาคารเอสเอ็มอีนับว่าท้าทายเป็นอย่างยิ่ง ไม่ว่าตัวเลขนี้จะมาจากการคาดคะเน
ของธนาคารเองหรือจากใบสั่งของรัฐบาลก็ตาม เพราะเมื่อครั้งยังเป็นบอย.เป้าหมายตัวเลขเหล่านี้ก็ไม่สามารถบรรลุได้
ไม่ว่าจะเป็นปี 2544 ที่ตั้งเป้าสินเชื่อ 7,500 ล้านบาท แต่ปล่อยได้จริงราว
6,500 ล้านบาทซึ่งส่วนใหญ่มาโหมเอาไตรมาสสุดท้ายของปี ในปี 2545
ข้อมูลถึงเดือนตุลาคม ปล่อยสินเชื่อไปได้ 12,436 ล้านบาท จากเป้าหมายทั้งปี
16,000 ล้านบาท ซึ่งที่ผ่านมาอาจจะเป็นด้วยข้อจำกัดของ บอย.ทั้งขอบเขตในการทำธุรกรรมทางการเงิน
จำนวนพนักงาน จำนวนสาขา ทำให้เป้าหมายที่รัฐบาลโยนมาให้กลายเป็นกระดูกชิ้นใหญ่ที่ทำให้
บอย.ต้องโตอย่างก้าวกระโดดทั้งที่ยังมีความไม่พร้อมในหลายๆ ด้าน
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปี 2544 ซึ่งมีอัตราการขยายตัวของสินเชื่อมากกว่า
300%
- แต่เมื่อกลายมาเป็น ธพว. แล้วก็หวังว่าธนาคารแห่งนี้จะสามารถลบข้อจำกัดต่างๆ
ลงไปได้มากเพื่อให้สามารถทำงานในฐานะธนาคารของผู้ประกอบการได้อย่างแท้จริง
ไม่ใช่เพียงแค่โฆษณาแบบฮาร์ดเซลส์อย่างที่ผ่านๆมา ทำให้เกิดความคาดหวังกับผู้ประกอบการ
พอเอาเข้าจริงก็ไม่สามารถตอบสนองผู้ประกอบการได้ และยังต้องไม่ลืมว่าธนาคารพาณิชย์ทุกแห่งต่าง
ก็แข่งกันปล่อยสินเชื่อเอสเอ็มอีด้วยกันทั้งนั้น หากธพว. ไม่สามารถปรับตัวอย่างรวดเร็ว
เป้าหมาย 5 ปีที่ตั้งไว้ก็ยากที่จะบรรลุ แม้ว่า ธพว. จะพยายามเน้นจุดยืนว่าเป็นธนาคารเพื่อพัฒนาผู้ประกอบการ
ไม่ได้ทำภารกิจเหมือนกับธนาคารพาณิชย์โดยทั่วไป มีการให้ความช่วยเหลือในเชิงพัฒนา
เช่นให้ความรู้ผ่านการฝึกอบรมทั้งด้านการตลาดและการเงินบัญชี แต่ควรรับรู้ว่าภารกิจเหล่านี้ธนาคารพาณิชย์
เกือบจะทุกแห่งก็มีบริการให้โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายมาอย่างเนิ่นนานก่อนที่บอย.จะเริ่มมาจับทำอย่างจริงจังเมื่อปีที่ผ่านมานี้เอง
- ด้านการร่วมลงทุนกับผู้ประกอบการก็เช่นกัน แม้ ธพว. จะเน้นเป็นภารกิจหลักอีกอย่างหนึ่ง
โดยตั้งเป้าจำนวนกิจการที่จะเข้าร่วมลงทุนในปี 2550 ไว้ถึง 6,200
รายแต่ตัวเลขที่ตั้งเป้าไว้ในปี 2545 มีแค่เพียง 300 ราย นั่นหมายถึงในระยะ
5 ปีข้างหน้าจะมีการขยายตัวของการร่วมลงทุนอย่างพรวดพราดถึงกว่า
20 เท่า นี่ย่อมไม่ใช่งานง่ายๆ เพราะจะมีกิจการที่มีคุณภาพดีพอที่จะร่วมลงทุนได้มากมายอย่างนั้นหรือไม่
ขนาด บลจ.วรรณ ที่รับจ้างรัฐบาลเป็นผู้บริหารกองทุนรวมเพื่อร่วมลงทุนในวิสาหกิจขนาดกลางขนาดย่อมมากว่า
3 ปีแล้วก็ยังร่วมลงทุนไปได้ไม่กี่บริษัทจนมีข่าวหลายครั้งว่าทำงานไม่เข้าตาและอาจจะถูกยกเลิกสัญญา
- ที่น่าเป็นห่วงกว่านั้นก็คือหากการร่วมลงทุนเป็นไปโดยคำสั่งจากเบื้องบนหรือเบื้องไหนก็แล้วแต่ที่มีนโยบายใหม่ๆ
เป็นรายวันอาจสร้างปัญหาให้กับธพว.ได้ เช่นโครงการบริษัทรวมค้าปลีกเข้มแข็งหรือเออาร์ไทย
ที่ตอนนี้ทำท่าจะแผ่วหลังจากเปลี่ยนตัวรัฐมนตรี หรือโครงการอย่างบริษัทกรุงเทพเมืองแฟชั่นที่ฝันจะสร้างแบรนด์สินค้าแฟชั่น"ไทโก้"
หรือ "ทักซิโน่" ให้ติดตลาดโลก ทั้งๆ ที่ดูก็รู้ว่าจะเหลวตั้งแต่ในมุ้ง
แต่ไม่มีใครอยากจะพูดให้คนคิดโครงการเสียใจและเสียหน้า โครงการที่มีใบสั่งเหล่านี้เป็นความท้าทายว่า
ธพว. จะสามารถทวนกระแสได้มากน้อยเพียงใด
- ทิศทางของธพว.ในฐานะเครื่องมือของรัฐในการพัฒนาผู้ประกอบการควรจะเติบโตอย่างระมัดระวังเพื่อไม่สร้างปัญหาเอ็นพีแอลซ้ำซาก
ไม่มุ่งตั้งเป้าตัวเลขสูงๆ เพื่อจะเอาใจใครโดยไม่คำนึงถึงคุณภาพ
ไม่เป็นแหล่งตักตวงผลประโยชน์ของใครเหมือนกรณีการซื้อตึกเพื่อเป็นที่ทำการใหม่และเป็นข่าวฉาวโฉ่เมื่อปีที่แล้ว
มีความโปร่งใสสามารถตรวจสอบได้ บุคลากรภายในได้รับการพัฒนาให้ทันกับแผนการขยายตัว
รวมถึงการขยายสาขาให้เข้าถึงผู้ประกอบการกลุ่มต่างๆ ที่ต้องการความช่วยเหลือได้
- ต้องไม่ลืมว่าบัดนี้ ธวพ. กำลังแข่งขันอยู่ในสนามเดียวกับธนาคารพาณิชย์ทั้งหลาย
การปรับปรุงประสิทธิภาพในการทำงาน การมีอัตราดอกเบี้ยที่สามารถแข่งขันได้
การทำงานเชิงรุกตลอดจนการบริหารงานอย่างมืออาชีพเท่านั้นจึงจะทำให้
ธพว. เป็นธนาคารเพื่อผู้ประกอบการได้อย่างที่ตั้งใจ
-
-
-
|
|
|