เสวนาธุรกิจ โดยนักการตลาดที่เข้าถึงปัญหาและโอกาส ที่ชี้แนะข้อคิด แนวโน้ม และทิศทางการตลาด พร้อมตัวอย่างทั้งที่ประสบความสำเร็จและล้มเหลว ได้อย่างสนุกสนาน


7 วิธีเพื่อการบริการลูกค้าที่เป็นเลิศ (2)
7 วิธีเพื่อการบริการลูกค้าที่เป็นเลิศ (1)
คำชมกับแชมเปญ
สวนไผ่- ถูกและดี: ร้านดีๆ ที่มีจุดขาย



   
เจนเนอเรชั่นใหม่ๆ วิทยา ด่านธำรงกูล
  ๑๘ ตุลาคม ๒๕๔๘ witaya@bkkonline.com

 
“สมัยก่อนเมื่อการแข่งขันยังไม่รุนแรง สินค้าบริการมีให้เลือกไม่มาก การศึกษาของคนไม่ค่อยแตกต่างกันเท่าไร พฤติกรรมของผู้คนในสังคมก็เลยเหมือนๆ กัน บริโภคคล้ายๆ กัน”
 

 
ลูกค้าเปลี่ยนแปลงอย่างมหาศาล เรียกว่าเปลี่ยนแปลงด้วยอัตราเร่ง คนที่ทำการตลาดย่อมประจักษ์เรื่องนี้อยู่แก่ใจ ยิ่งเทคโนโลยีเปลี่ยนเร็วเท่าไรคนก็เปลี่ยนเร็วขึ้นเท่านั้น ความเปลี่ยนแปลงทำให้เกิดคนกลุ่มใหม่ๆ มีพฤติกรรมที่แตกต่างกันไป และนับวันช่องว่างระหว่างคนแต่ละกลุ่มจะถ่างกว้างออกไปมากขึ้นเรื่อยๆ มีคนรุ่นใหม่ๆ ที่มีพฤติกรรมแบบแปลกแยกแตกต่างกันแบบไม่เคยมีมาก่อน นั่นทำให้การตลาดเป็นงานหินกว่าที่ผ่านมา

สมัยก่อนเมื่อการแข่งขัน ยังไม่รุนแรง สินค้าบริการมีให้เลือกไม่มาก การศึกษาของคนไม่ค่อยแตกต่างกันเท่าไร พฤติกรรมของผู้คนในสังคมก็เลยเหมือนๆ กัน บริโภคคล้ายๆ กัน แทบทุกบ้านใช้สบู่ยี่ห้อเดียวกัน แชมพูหรือผงซักฟอกยี่ห้อเดียวกัน จับจ่ายในสถานที่เดียวกัน ถามคนที่ทำแชมพูขายว่าขายใคร คำตอบคือ “ใครก็ได้ที่ต้องสระผม” เรียกว่าสินค้าตัวเดียวจับได้ทุกตลาด แต่เดี๋ยวนี้มีแชมพูนับร้อยยี่ห้อเจาะเข้าหาลูกค้าต่างกลุ่มต่างวัย ต่างรายได้และรสนิยม เพราะลูกค้าวันนี้ล้วนต่างเจนเนอเรชั่นกัน

ไปพักผ่อนที่โรงแรมแห่งหนึ่งแถวชะอำ เป็นโรงแรมแบบกิ๋บเก๋ที่ชอบเรียกกันว่าบูติคโฮเต็ลหรือโรงแรมแบบฮิป (Hip) เป็นโรงแรมเล็กๆ ทันสมัย ห้องพักไม่น่าถึงร้อยห้อง ตกแต่งแบบไม่เน้นหรูแต่เต็มไปด้วยไอเดียแบบแปลกใหม่ ห้องพักตกแต่งแบบแหวกไปจากเคยๆ ในห้องไม่ปูพรมเหมือนโรงแรมทั่วไป เป็นพื้นปูนธรรมดาทาสีเอา การตกแต่งดูทันสมัยลดทอนของไม่จำเป็นออกไปอย่างที่นิยมเรียกว่ามินิมอลลิส (minimalist) ห้องน้ำโล่งโจ้งแบบสัมผัสธรรมชาติ ดูผู้คนที่มาพักแล้วทั้งหมดน่าจะอายุในราว 30-40 คือเป็นโรงแรมของหนุ่มสาว ไม่เห็นประเภทคนเฒ่าคนแก่ที่ลูกหลานพามาพักเหมือนที่เคยเห็นในโรงแรมทั่วไป ที่สำคัญโรงแรมประเภทนี้แพงเอาเรื่องเพราะถือว่าขายไอเดียและความไม่เหมือนใคร พอขายได้ขายดี โรงแรมฮิปๆ แบบนี้เลยผุดเป็นดอกเห็ดตามชายทะเล เรียกว่าเป็นที่นัดพบของเจนเนอเรชั่นใหม่

เจนเนอเรชั่นที่ดูเหมือนจะทรงอิทธิพลที่สุดในแง่กำลังซื้อในขณะนี้คือเจนเนอเรชั่นที่เรียกกันว่าเบบี้บูมเมอร์ (Baby Boomers) พวกนี้เป็นพวกเกิดในช่วง คศ. 1945-1960 หรือ 15 ปีหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 พวกนี้วันนี้อายุ 45 ขึ้น เป็นกลุ่มที่เคยเป็นที่รู้จักในชื่อว่าพวกยัปปี้ (Yuppies) เป็นพวกที่มีการศึกษาดี ตำแหน่งหน้าที่การงานดีอยู่ในตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงและเจ้าของกิจการจำนวนมาก จึงเป็นที่หมายปองของเจ้าของสินค้าราคาแพงและหรูหราทั้งหลาย ประเภทบ้านราคา 20 ล้านขึ้นไป รถยนต์คันละ 10 ล้านขึ้นไป รวมถึงเป็นตลาดของบริการด้านสุขภาพทั้งหลาย เพราะยัปปี้รุ่นแรกอายุก็เริ่มเข้าเลขห้าเลขหกกันแล้ว

ถัดจากเจนเนอเรชั่นยัปปี้ก็มาถึงพวกที่ถูกเรียกว่าพวกยิฟฟี่ (Yiffies-Young, Individualistic, Freedom-minded, Few) พวกนี้เกิดช่วง 15 ปีหลัง 1960 อายุอยู่ในช่วง 30-45 ปี เป็นกลุ่มที่เริ่มย่างเข้าวัยกลางคนที่มีความเป็นตัวของตัวเองสูง ไม่ชอบเลียนแบบการบริโภคกับใครๆ เป็นพวกรักอิสระเสรี เพราะฉะนั้นก็เลยไม่ค่อยผูกพันอยู่กับสินค้าหรือบริการยี่ห้อใดยี่ห้อหนึ่ง พร้อมจะเปลี่ยนใจไปมาเสมอ นักการตลาดจึงออกจะหนักใจกับการทำงานกับลูกค้าในกลุ่มนี้ เพราะหาความจงรักภักดีในตรายี่ห้อ (Brand Royalty) ไม่ค่อยพบ กลุ่มลูกค้าพวกนี้จะมีสัดส่วนน้อยเมื่อเทียบกับโครงสร้างประชากรทั้งหมดเพราะเกิดในยุคสมัยที่มีการรณรงค์การคุมกำเนิดอย่างกว้างขวางในประเทศเรา ในขณะที่พวกยัปปี้จะมีจำนวนมากกว่าเนื่องจากเกิดในช่วงที่ยังไม่มีการคุมกำเนิดกันมากนัก

พวกยิฟฟี่ จะเป็นนักวางแผนในชีวิต เพราะพวกนี้มีการศึกษาดี มีความทะเยอทะยานเนื่องจากเกิดมาในยุคที่การแข่งขันในเรื่องตำแหน่งหน้าที่การงานสูงมาก พวกนี้ระมัดระวังการใช้จ่ายและคิดหน้าคิดหลังก่อนการตัดสินใจ ไม่ใช่ว่าเป็นคนขี้เหนียว แต่เรียกว่าใช้เงินเป็น พร้อมจะทุ่มเงินซื้อของแพงๆ ตราบใดที่เห็นว่าของนั้นมีคุณค่าเพียงพอที่จะจ่าย แต่หากไม่มีคุณค่าถึงราคาจะถูกแค่ไหนก็อย่าหวังจะได้เงินจากคนกลุ่มนี้ คนกลุ่มนี้ยังเป็นคนที่รับและทันต่อเทคโนโลยีใหม่ๆ อีกด้วย แต่เป็นเทคโนโลยีที่ช่วยในการทำงานและเพิ่มความสะดวกสบายของชีวิต ไม่ถึงกับคลั่งเทคโนโลยีอย่างไม่มีเหตุผล

พวกยิฟฟี่ยังเป็นพวกที่รู้จักแบ่งชีวิตการทำงานและการพักผ่อนอย่างลงตัว เพราะเห็นตัวอย่างมาจากคนรุ่นก่อนที่ทำงานหนักมากจนทำให้ไร้คุณภาพชีวิต คนในรุ่นนี้จะทำงานและพักผ่อนอย่างฉลาด ซึ่งจะทำอย่างนั้นได้ก็ต้องวางแผนรายได้ของตัวเองอย่างดี เพราะฉะนั้นคนรุ่นนี้จะเป็นลูกค้าของกองทุนทั้งหลาย การลงทุนแบบใหม่ๆ บางคนอาจจะวางแผนไว้ที่จะเกษียณอายุตอนอายุ 50 แต่เป็นการเกษียณแบบคนรวย คนในรุ่นนี้ยืดเวลาการมีครอบครัวและการมีลูกออกไป เพื่อรักษาอิสระและความคล่องตัวของตัวเองให้นานที่สุด เรียกว่าเป็นรุ่นคนรักอิสระอย่างแท้จริง

เจนเนอเรชั่นถัดไปเรียกกันว่าเจนเนอเรชั่นเอ็กซ์ (Generation X) เป็นพวกที่อายุต่ำกว่าสามสิบลงไป พวกนี้ส่วนหนึ่งเป็นลูกของคนในรุ่นยัปปี้ เป็นพวกที่เกิดในเวลาที่โลกเข้าสู่ยุคแห่งเทคโนโลยีอย่างแท้จริงและไม่พานพบกับความยากลำบากทางเศรษฐกิจเหมือนคนในรุ่นก่อน จึงเป็นพวกที่มีชีวิตอยู่กับความทันสมัยของเทคโนโลยีและออกจะเป็นพวกบริโภคนิยม ที่สำคัญคนในรุ่นนี้ไม่มีความภักดีต่อตรายี่ห้ออย่างแท้จริงและมีพฤติกรรมที่ยากจะคาดคะเนได้ นั่นเป็นเหตุผลที่คนรุ่นนี้ถูกเรียกว่าเจนเนอเรชั่นเอ็กซ์ คือเป็นเหมือนค่าที่ไม่รู้และต้องมีการแก้สมการเพื่อหาค่าออกมาในวิชาเลขคณิต การที่คนรุ่นนี้มีพฤติกรรมที่แกว่งไกวยากที่จะคาดคะเน ทำให้นักการตลาดตั้งใช้การวิจัยตลาดอย่างหนักเพื่อจะเรียนรู้ลักษณะนิสัย ความต้องการ รวมถึงพฤติกรรมการซื้อ เพราะเขามักแป็นคนที่ขี้เบื่อ รับกระแสการบริโภคใหม่ๆ จากภายนอกได้อย่างรวดเร็ว สามารถเปลี่ยนพฤติกรรมได้เพียงชั่วข้ามคืน

ในระยะหลังๆ ก็ยังมีความพยายามที่จะจัดกลุ่มเจนเนอเรชั่นอื่นๆ กันตามลักษณะของพฤติกรรมแทนที่จะเป็นตามช่วงอายุ ก็เลยมีคนพูดถึงเจนเนอเรชั่นใหม่ๆ เช่นเจนเนอเรชั่นเอ็ม (Generation M) เป็นพวกที่เกิดมาในยุคแห่งการรุ่งเรืองของโทรศัพท์มือถือ (Mobile phone) เป็นพวกที่ออกจะคลั่งไคล้เทคโนโลยีเอาจริงๆ จัง และค่าใช้จ่ายในส่วนนี้เป็นสัดส่วนสูงเมื่อเทียบกับคนทุกรุ่นที่ผ่านมา บางทีกลุ่มนี้อาจจะถูกเรียกว่าเจนเนอเรชั่นซี (Generation C) ซึ่งมาจากคำว่าเนื้อหา (Content) เนื่องจากเป็นคนที่เกิดมาในยุคบูมสุดๆ ของอินเทอร์เน็ต พวกนี้มีโลกส่วนตัวคือโลกอินเทอร์น็ตที่สามารถเข้าถึงแหล่งความรู้อย่างกว้างขวาง เริ่มซื้อสินค้าและบริการทางช่องทางทันสมัยนี้แทนที่จะเป็นช่องทางแบบเดิมๆ คนกลุ่มนี้จึงเป็นเป้าหมายของอี-บิสซิเนสทุกชนิด การสื่อสารกับคนกลุ่มนี้ก็จะเปลี่ยนจากสื่อปกติธรรมดากลายเป็นสื่ออิเล็กทรอนิกส์แทน ความก้าวหน้าของอินเทอร์เน็ตทำให้คนกลุ่มนี้สามารถจะสื่อสารได้โดยตรงกับเจ้าของสินค้า สามารถออกแบบสินค้าที่ตรงกับความต้องการของตัวเอง และนั่นทำให้การผลิตสินค้าและบริการแบบสนองความต้องการโดยเจาะตรงถึงลูกค้าเป็นรายคน (Customization) เป็นที่นิยมมาก คนกลุ่มนี้อาจจะสั่งซื้อเสื้อ กางเกง รองเท้า เครื่องสำอาง ฯลฯ ที่เขาออกแบบเองได้ให้เหมาะกับความพอใจส่วนตัว และไม่เหมือนใครเลย และนั่นเป็นอีกหนึ่งช่องโอกาสที่จะเกิดธุรกิจใหม่ๆ ตามมาอีกมาก ที่สำคัญจะช่วยลดช่องว่างระหว่างลูกค้ากับเจ้าของสินค้าให้แคบลงได้มาก ต่อไปนี้เจ้าของสินค้าสามารถให้ลูกค้าเหล่านี้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการออกแบบสินค้าก่อนที่จะวางตลาดสินค้าด้วย ซึ่งจะลดความเสี่ยงที่สินค้าจะล้มเหลวไปได้ในระดับหนึ่ง

ไม่ต้องแปลกใจที่จะเห็นเจนเนอเรชั่นซี ไปไหนมาไหนด้วยเครื่องอีเล็กทรอนิกส์ทั่วตัว ทั้งหิ้วคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ค ถือโทรศัพท์มือถือหรือออร์แกนไนเซอร์รุ่นล่าสุด แขวนคอด้วยเครื่องเล่นเพลงดิจิตอล คนรุ่นนี้ถือว่าเทคโนโลยีคือส่วนหนึ่งที่ไม่ใช่ส่วนเกินของชีวิต เรียกว่าหิวเทคโนโลยีด้วยซ้ำไป

ความเข้าใจในพฤติกรรมของคนแต่ละเจนเนอเรชั่นเป็นเรื่องที่ช่วยให้นักการตลาดมองเห็นการเปลี่ยนแปลงของลูกค้าแต่ละกลุ่ม และมองเห็นโอกาสทางการตลาดที่เปิดกว้างได้อีกมาก ต่อให้เปลี่ยนแปลงอีกสักกี่เจนเนอเรชั่นก็ไม่น่าจะเป็นปัญหา หากนักการตลาดรู้เท่าทันและลงมือได้ทันกาลเพื่อรับกับทุกเจนเนอเรชั่นเหล่านี้

 

ห้องสนทนา   เม้าท์ระเบิด : โลกกับธรรม : English Corner : ข่าวประชาสัมพันธ์ : BKK Blog : Work at Home : Fan Zone
เกมส์   Games Flash : Jigsaw : Hang Man : Tetris : Slider : จับคู่
รักและคิดถึง   พบเพื่อนใหม่ : E-Cards : Emotion : กลอนแทนใจ : ศาลาพักใจ : เยาวชนคนดี
สารพันบันเทิง   ฟังเพลงออนไลน์ : ภาพยนตร์ : VDO Clip : ซุบซิบดารา : สัมภาษณ์-เบื้องหลัง : เรื่องย่อละคร : ข่าวบันเทิง : ข่าวประจำวัน : ดวงประจำเดือน : ดวงประจำสัปดาห์ : มุมฟุตบอล
สารพัดความรู้   บัญชีทีเบรค : กระดูกและข้อ
ภาษาพาเพลิน   Everyday English : New Nanny : E-Dialog with Voice : รู้จักญี่ปุ่น : ท่องแดนอาทิตย์อุทัย :พี่เลี้ยงภาษาอังกฤษ
ห้องสมุด BKK   Business Letter : Song of the Week : On Khao San Road : เพลินภาษาน่ารู้ : E-Diary : ศัพท์ทันโลก : สืบสายนิยายดัง : Alphabetize : SEX : วัยรุ่น วัยดึก : นางาซากิ: นานานก : ชีวิตหลากสี : ยายวันวาน : พาชิมริมครัว : IT Audit : Chic & Trendy : Indy Zone : เกร็ดความรู้ไอที : Star Corner : New York! New York! : Did you know? : E-Dialog : เสวนาธุรกิจ
BKK Center   Hot Links : เบอร์โทรศัพท์ฉับไว : About us : ติดต่อ BKKonline : BKK Design : Site Map

สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๕๐ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๓๗
ห้ามนำข้อมูลของเครือข่ายนี้ ไปเผยแพร่ต่อโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร
.......................................................................................

Copyright © 1994 Bangkok Online Co.,Ltd.
All rights reserved. Do not duplicate or redistribute in any form
ติดต่อเรา : บริษัท สยามคอนเนค จำกัด เลขที่ 40/141 หมู่11 ม.สุชา1 แขวงหนองค้างพลู เขตหนองแขม กทม. 10160
TEL : 086-335-4404, 081-924-5742 FAX : 0-2806-3921
หมายเลขทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ : 0108314852961