เสวนาธุรกิจ โดยนักการตลาดที่เข้าถึงปัญหาและโอกาส ที่ชี้แนะข้อคิด แนวโน้ม และทิศทางการตลาด พร้อมตัวอย่างทั้งที่ประสบความสำเร็จและล้มเหลว ได้อย่างสนุกสนาน


7 วิธีเพื่อการบริการลูกค้าที่เป็นเลิศ (2)
7 วิธีเพื่อการบริการลูกค้าที่เป็นเลิศ (1)
คำชมกับแชมเปญ
สวนไผ่- ถูกและดี: ร้านดีๆ ที่มีจุดขาย



   
ทำพอดีและพอเพียง วิทยา ด่านธำรงกูล
  ๒๓ สิงหาคม ๒๕๔๘ witaya@bkkonline.com

 
“การเริ่มต้นจากความถนัดถือเป็นก้าวแรก แต่ต้องไม่หยุดอยู่กับที่ ต้องพัฒนาสินค้าให้มีเอกลักษณ์ ให้แตกต่างและให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดด้วย นั่นแหละถึงจะมีโอกาสแจ้งเกิดได้”
 

 
หมู่นี้มีคิวบรรยายให้ผู้ประกอบการสินค้าโอท็อปฟังบ่อยๆ ล่าสุดก็กลุ่มผู้ประกอบการ โอท็อปนนทบุรี เป็นโครงการอบรมแบบให้เปล่าของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม มีผู้ประกอบการรายเล็กถึงเล็กมากมาอบรมกันราว 30 คนเห็นจะได้ หลักสูตรเน้นให้ความรู้ในเรื่องทำมาหากิน ให้ทำแผนธุรกิจแบบง่ายๆ ตบท้ายด้วยการเชิญสถาบันการเงินมาให้ความรู้ว่าถ้าจะขอกู้เงินมาลงทุนประกอบการจะต้องทำอย่างไร

ดูๆ คนที่มานั่งเรียนแล้วก็เห็นว่ามีหลากหลายมาก บางคนหน้าเก่าเจอที่เวทีการอบรมประเภทนี้เป็นประจำ บางรายเพิ่งคิดที่จะทำยังไม่มีสินค้าเลย บางรายเพิ่งเริ่มทำยังไม่ได้ขายเป็นการเป็นงาน ได้แต่แจกให้เพื่อนฝูงลองใช้ดูก่อน บางรายกำลังรุ่งได้ที่ก็ฝันอยากจะขายมากขึ้น อยากจะเข้าห้างหรือส่งออกไปโน่น บางรายที่เพิ่งเกษียณอายุมาหรือเข้าโครงการเกษียณก่อนเวลาก็อยากจะเริ่มกิจการเล็กๆ น้อยๆ กับเขาบ้าง เห็นผู้ประกอบการที่มาพร้อมความตั้งใจเหล่านี้แล้วก็ให้นึกชื่นชม แต่ครั้นเห็นว่าจะชี้นำให้ทำการกู้ยืมกันมาลงทุนก็ออกจะเป็นห่วง โดยเฉพาะผู้เกษียณนั่นล่ะ จะมามีหนี้สินกันตอนแก่ชรา ดูจะไม่ค่อยเป็นเรื่องน่ายินดีเสียเท่าไร

ธุรกิจครอบครัวหรือแบบจิ๋วๆ อย่างนี้ ถึงจะเป็นโอท็อปมีกี่ดาวก็ตามทีนั้นมีความเสี่ยงอยู่ในตัวสูงมาก ด้วยเหตุที่บ่อยครั้งสินค้าไม่ได้แตกต่างไปจากที่ขายอยู่ทั่วๆ ไป กำลังการผลิตก็น้อย ส่วนใหญ่อาศัยแรงงานในบ้านช่วยกันทำ การจะลงทุนในเครื่องจักรหรือเทคโนโลยีล้ำยุคก็จำกัดด้วยเงินทุน นอกจากนั้นความชำนิชำนาญเรื่องการตลาดก็ไม่มากพอ ดังนั้นการจะคิดทำการใหญ่บุ่มบ่ามไปจึงเป็นเรื่องอันตราย ใช่ว่ามานั่งอบรมฟังคนสอนที่มักจะยกตัวอย่างกิจการที่ประสบความสำเร็จต่างๆ นานาให้ฟังแล้วจะเคลิ้มตามไปก็ใช่ที่ ดังนั้นความเพียงพอหรือทำแต่พอดีจึงควรจะเป็นคำตอบของธุรกิจขนาดเล็กๆ แบบนี้ ด้วยหลักการ “2 ทำ 3 ไม่” เพื่อลดความเสี่ยง หลีกเลี่ยงความล้มเหลว และไม่ต้องรู้สึกว่าความพยายามที่จะเป็นผู้ประกอบการรายใหม่นั้นเป็นเรื่องที่น่าเจ็บปวด

ทำอย่างแรกคือ “ทำที่ถนัด” บางคนอาจจะบอกว่าข้อนี้ผิดหลักการตลาดอยู่สักหน่อยตรงที่ถ้าทำที่ถนัดแต่ลูกค้าเขาไม่ต้องการก็อาจจะเจ๊งได้ ซึ่งก็มีเหตุผลที่รับฟังได้ แต่ผู้ประกอบการรายเล็กๆ นั้นส่วนใหญ่ก็ต้องเริ่มธุรกิจจากตัวเองก่อนเป็นสำคัญ ไม่ใช่ว่าคิดจะตั้งธุรกิจก็เริ่มจากการจ้างคนอื่นหรือยืมจมูกคนอื่นหายใจ ดังนั้นก็เป็นธรรมดาอยู่เองที่จะต้องเริ่มธุรกิจจากความชำนาญหรือความชอบเป็นส่วนตัวเสียก่อนถึงจะมีกำลังใจหรือมีความสุขกับสิ่งที่ทำ และไม่ต้องงอนง้อคนอื่นหรือลูกจ้างที่เดี๋ยวนี้เล่นตัวน้อยอยู่เสียเมื่อไร แต่เมื่อเริ่มต้นจากความถนัดแล้วสิ่งที่ผู้ประกอบการจะต้องทำให้หนักคือการพัฒนาสินค้าของตัวเองให้สอดรับกับความต้องการของลูกค้าอยู่ตลอดเวลา ไม่ใช่ประเภทที่ทำกล้วยตากเมื่อ 20 ปีอย่างไรก็ทำมันอยู่อย่างนั้นไม่เคยเปลี่ยน ไม่ได้รู้เลยว่าเดี๋ยวนี้คนเขาต้องการกล้วยตากที่ดูสะอาดสะอ้าน มีบรรจุภัณฑ์สวยงาม มีตรายี่ห้อที่ชัดเจน หรือกล้วยตากผสมสมุนไพร กล้วยตากจากกล้วยอื่นๆ นอกจากกล้วยน้ำว้า ฯลฯ เพราะฉะนั้นการเริ่มต้นจากความถนัดถือเป็นก้าวแรก แต่ต้องไม่หยุดอยู่กับที่ ต้องพัฒนาสินค้าให้มีเอกลักษณ์ ให้แตกต่างและให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดด้วย นั่นแหละถึงจะมีโอกาสแจ้งเกิดได้

ทำที่สองคือ “ทำแต่พอดี” ประมาณกำลังเงิน กำลังคน กำลังสติปัญญาว่าแค่ไหนจึงจะควบคุมได้หรือไม่เดือดร้อน พูดอย่างนี้ไม่ได้หมายความว่าจะให้อยู่อย่างเล็กๆ ตลอดไปโดยไม่ต้องคิดขยับขยายเติบโต การเติบโตเป็นเรื่องที่ต้องคิด แต่ต้องเป็นการเติบโตที่ยืนอยู่บนขาของตัวเอง ไม่วาดวิมานบนอากาศหรือหวังน้ำบ่อหน้ามากจนเกินไป บางคนพอขายดีเข้าก็ฝันว่าจะขายดีอย่างนั้นตลอดไป เลยจัดแจงซื้อที่ทางหรือลงทุนจนเกินตัว พอยอดขายไม่เป็นไปตามเป้า หมุนเงินไม่ทันก็เลยจบกัน การขยายโดยอาศัยกำไรสะสมของกิจการควรจะเป็นคำตอบเดียวของกิจการขนาดเล็ก จะได้ไม่ต้องหน้ามืดในการวิ่งหาเงินจ่ายเจ้าหนี้ เพราะฉะนั้นการเติบโตที่ค่อยเป็นค่อยไป ประเภทช้าแต่ชัวร์ควรจะเป็นหนทางสำหรับธุรกิจเล็กๆ อย่างนี้

ส่วน “ไม่” อย่างแรกก็คือ “ไม่ตามแห่” เห็นเขาทำอะไรก็ทำตามด้วยทั้งๆ ที่ไม่มีความรู้ชำนาญ คนไทยเรามักจะมีนิสัยอย่างนี้ คือเห็นเขาทำอะไรดีเป็นไม่ได้ ต้องตามแห่กับเขาบ้าง ดูอย่างเมื่อสองสามปีก่อนที่ตื่นกระแสเหล้าพื้นบ้าน ก็แห่ทำกันไปทุกที่ ตามข้างถนนมีขายกันทุกจังหวัด ประมาณกันว่าเวลานั้นมีเหล้าพื้นบ้านประเภท กะแช่ อุ สาโท หรือไวน์ผลไม้ต่างๆ ในท้องถิ่นเกิดขึ้นไม่น้อยกว่า 800 ราย แล้วเดี๋ยวนี้เป็นอย่างไร หายจ้อยไปตามๆ กัน ที่กู้เงินกองทุนหมู่บ้านมาทำก็ไม่รู้ว่าใช้หนี้ใช้สินกันหรือยัง

“ไม่ก่อหนี้” คืออย่างที่สองที่ต้องท่องเอาไว้ให้จงหนัก อย่าไปหลงเชื่อรัฐบาลที่บอกว่าไม่ให้กลัวการเป็นหนี้ เพราะผู้ประกอบการรายเล็กรายน้อยนั้นไม่ได้มีสายป่านหรือช่องทางมากพอที่จะหมุนเงินไปมาได้ เกิดกิจการสะดุดขึ้นมานิดเดียวก็อาจจะเกิดปัญหา นอกจากนั้นบรรดา โอท็อปรายเล็กรายน้อยบางทีไม่ได้มีความเชี่ยวชาญในการบริหารเงิน และที่มักเป็นปัญหาก็คือไม่ค่อยมีระบบบัญชีที่ชัดเจน หรือบางครั้งก็ไม่ใส่ใจในเรื่องนี้ ความหลงใหลเผอเรอจึงมักเกิดขึ้นเสมอ หลงเข้าใจว่าเงินลูกค้าเป็นเงินของตัวเลยเอาไปใช้ในเรื่องส่วนตัว หลงเอาหนี้ที่ต้องจ่ายคืนในระยะสั้นมาใช้กับการลงทุนในเรื่องที่ต้องใช้เวลายาวนานกว่าจะคืนทุน อาการสะดุดจึงเกิดขึ้นได้เสมอ เพราะฉะนั้นหากไม่ก่อหนี้ได้เป็นสบายใจที่สุด ไม่ว่าจะเป็นหนี้ในระบบหรือนอกระบบ จะได้เอาสมองมาคิดหาทางทำมาหากิน

สุดท้ายคือ “ไม่โลภ-ไม่เครียด” เห็นใครเขาร่ำรวยขายดิบขายดีก็ต้องอนุโมทนา อย่าไปคิดแข่งขันเอาเป็นเอาตายหรืออยากจะมั่งมีอย่างเขา เพราะจะทำให้คิดทำอะไรเกินตัวเกินพอดี ทำมาหากินแบบโอท็อปนั้นต้องคิดว่าขายได้คุ้มต้นทุน ค่าใช้จ่าย เหลือกำไรบ้างก็นับว่าเพียงพอ ไม่ต้องไปเครียดว่าทำไมไม่ได้เท่านั้นเท่านี้ หมั่นข่มใจข่มกิเลสไว้ ค่อยๆ ทำไปทีละเล็กละน้อย คงเส้นคงวากับคุณภาพ ไม่หลอกลวงต้มตุ๋นหรือทำแบบขอไปที หากยืนหยัดอยู่กับคุณภาพรับรองว่าลูกค้าจะบอกกันไปปากต่อปาก พาให้เจริญรุ่งเรืองได้ไม่ยาก ไม่ต้องไปคิดโลภอยากเห็นยอดขายสูงๆ แบบรวดเร็วทันใจ แต่ไม่รู้เลยว่าที่ขายไปนั้นพอกับค่าใช้จ่ายหรือเปล่า ต่อให้มียอดขายมากๆ แต่ไม่มีกำไรก็ยากจะอยู่ได้อย่างยั่งยืน

อยากเห็นโอท็อปหรือผู้ประกอบการประเภท “จิ๋วแต่แจ๋ว” ผู้ประกอบการแบบนี้ล่ะที่จะเติบโตได้อย่างมั่นคงในอนาคต ความพอดีและพอเพียงไม่ใช่การงอมืองอเท้าหรือเฉื่อยชา หากแต่เป็นการดำเนินงานทุกย่างก้าวอย่างมีสติ ค่อยเป็นค่อยไป พัฒนาปรับปรุงต่อเนื่องบนการประเมินกำลังความสามารถของตัวเองอยู่ตลอดเวลา และนั่นคือความเข้มแข็งและความสุขของผู้ประกอบการอย่างแท้จริง

จะเล็กอย่างมีความสุขหรือจะใหญ่แบบร้อนรุ่มทุรนทุรายก็เลือกเอา
 
 
 
 

ห้องสนทนา   เม้าท์ระเบิด : โลกกับธรรม : English Corner : ข่าวประชาสัมพันธ์ : BKK Blog : Work at Home : Fan Zone
เกมส์   Games Flash : Jigsaw : Hang Man : Tetris : Slider : จับคู่
รักและคิดถึง   พบเพื่อนใหม่ : E-Cards : Emotion : กลอนแทนใจ : ศาลาพักใจ : เยาวชนคนดี
สารพันบันเทิง   ฟังเพลงออนไลน์ : ภาพยนตร์ : VDO Clip : ซุบซิบดารา : สัมภาษณ์-เบื้องหลัง : เรื่องย่อละคร : ข่าวบันเทิง : ข่าวประจำวัน : ดวงประจำเดือน : ดวงประจำสัปดาห์ : มุมฟุตบอล
สารพัดความรู้   บัญชีทีเบรค : กระดูกและข้อ
ภาษาพาเพลิน   Everyday English : New Nanny : E-Dialog with Voice : รู้จักญี่ปุ่น : ท่องแดนอาทิตย์อุทัย :พี่เลี้ยงภาษาอังกฤษ
ห้องสมุด BKK   Business Letter : Song of the Week : On Khao San Road : เพลินภาษาน่ารู้ : E-Diary : ศัพท์ทันโลก : สืบสายนิยายดัง : Alphabetize : SEX : วัยรุ่น วัยดึก : นางาซากิ: นานานก : ชีวิตหลากสี : ยายวันวาน : พาชิมริมครัว : IT Audit : Chic & Trendy : Indy Zone : เกร็ดความรู้ไอที : Star Corner : New York! New York! : Did you know? : E-Dialog : เสวนาธุรกิจ
BKK Center   Hot Links : เบอร์โทรศัพท์ฉับไว : About us : ติดต่อ BKKonline : BKK Design : Site Map

สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๕๐ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๓๗
ห้ามนำข้อมูลของเครือข่ายนี้ ไปเผยแพร่ต่อโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร
.......................................................................................

Copyright © 1994 Bangkok Online Co.,Ltd.
All rights reserved. Do not duplicate or redistribute in any form
ติดต่อเรา : บริษัท สยามคอนเนค จำกัด เลขที่ 40/141 หมู่11 ม.สุชา1 แขวงหนองค้างพลู เขตหนองแขม กทม. 10160
TEL : 086-335-4404, 081-924-5742 FAX : 0-2806-3921
หมายเลขทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ : 0108314852961