|
| |
ถึงแม้ว่าตลาดจะเปิดให้
แต่ผู้ประกอบการจะต้องหมั่นสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า ของตัวเองเสมอทั้งในแง่ของการออกแบบ
คุณภาพ ตรายี่ห้อ หีบห่อและการสื่อสารถึงตัวลูกค้า |
|
| |
- ถ้าสังเกตให้ดีจะเห็นว่าปี 2545 ที่ผ่านมาสินค้าจากภูมิปัญญาชาวบ้านแจ้งเกิด
กันคึกคักมากมาย ที่ชัดเจนที่สุดคือสุราแช่พื้นบ้านทั้งหลายหรือกระแช่สาโท
ที่พอรัฐเปิดเสรีไม่นานก็มีผู้ผลิตออกวางขายถึงกว่า 800 ราย ขายกันตั้งแต่
ในห้างยันข้างถนนให้บรรดานักท่องเที่ยวและสิบล้อซื้อดื่มราวกับเครื่องดื่มอาร์ทีดีหรือ
Ready to drink ทำเอาเจ้าหน้าที่บ้านเมืองต้องออกมากวดขันไม่ให้ขายข้างถนนและในปั๊มน้ำมัน
เพราะคนขับรถจะซดกันเพลินจนเกิดอุบัติเหตุวินาศสันตะโร
- กรณีของสาโทเป็นสิ่งยืนยันว่าถ้ารัฐบาลให้โอกาสและส่งเสริมจริงจังจะทำให้ตลาดตื่นตัวและสินค้า
จากภูมิปัญญาชาวบ้านจะหลั่งไหลออกมาอีกมากมาย แต่ทั้งนี้หลังจากที่รัฐสร้างโอกาส
ให้แล้วที่เหลือย่อมเป็นหน้าที่ของผู้ประกอบการที่จะต้องรักษามาตรฐานคุณภาพสินค้าให้คงเส้นคงวา
มีการทำการตลาดอย่างถูกวิธี สินค้าจึงจะไปโลด ไม่ใช่ตั้งหน้าตั้งตาให้รัฐบาลช่วยโดยไม่ลงทุนลงแรงคอยเกาะกระแสไปเรื่อยๆ
ประเภทหลังนี่แหละที่จะกลับบ้านเก่าในเวลาอันรวดเร็ว ปีนี้จึงเป็นปีวัดดวงของบรรดาสาโท
ทั้งหลายที่คาดว่าพวกตามกระแสโดยไม่ใส่ใจปรับปรุงคุณภาพและมาตรฐานสินค้าจะหายไปจากตลาดไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่ง
- ต้องยอมรับว่านโยบายหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ของรัฐบาลก็มีส่วนอย่างมาก
ที่ช่วยผลักดันความตื่นตัวในสินค้าภูมิปัญญาชาวบ้านให้แพร่หลายและเป็นที่นิยมของผู้คน
ปีที่ผ่านมารัฐหว่านเงินลงไปไม่น้อย ปีนี้จะเป็นปีแห่งการเก็บเกี่ยว
หากเก็บเกี่ยวไม่ได้มากอย่างที่คาด ก็แปลว่าโครงการนี้ไม่ประสบความสำเร็จ
จะหวังว่ารัฐจะทุ่มเทเงินมาให้อย่างที่ผ่านๆ มาอีกเห็นจะยาก เพราะถือว่าได้กรุยทางเอาไว้ให้แล้วที่เหลือผู้ประกอบการทั้งหลายจะต้องเดินและวิ่งไปให้ได้
- แนวโน้มของการใช้สินค้าจากภูมิปัญญาชาวบ้านโดยเฉพาะที่มาจากธรรมชาตินั้น
นับวันมีแต่จะขยายตัวมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในกลุ่มอาหารแปรรูปและสินค้าที่เกี่ยวกับสุขภาพ
และความงาม เอาง่ายๆ แค่ชาพร้อมดื่มที่ปีที่แล้วออกมาแข่งกันหลายเจ้าทั้งชาเขียว
ชาไม่เขียว ศูนย์วิจัยกสิกรไทยสำรวจออกมาว่ามูลค่าตลาดปาเข้าไป
2,500 ล้านบาทในปีที่แล้ว และมีแนวโน้มจะขยายตัวในปีนี้อีกราวๆ
25% ใครจะนึกว่าวันหนึ่งชงน้ำชาใส่ขวดมาขายแล้ว จะมีคนซื้อ นี่เป็นเพราะกระแสของสุขภาพ-ธรรมชาติกำลังมาแรง
ต่อไปนี้จะเป็นแฟชั่นว่าใคร ไม่ใช้สินค้าจากธรรมชาติจะเป็นคนเชย
สินค้าอีกประเภทคือสินค้าสมุนไพรหอมระเหยและ เครื่องหอมทั้งหลายที่โตควบคู่ไปกับธุรกิจสปามีแนวโน้มจะขยายตัวต่อเนื่องในปีนี้อีกอย่างแน่นอน
เนื่องจากเป็นอีกปีที่รัฐบาลยังพยายามโปรโมทการท่องเที่ยวเพื่อเอาเงินเข้าประเทศ
นอกจากนั้นหัตถกรรมภูมิปัญญาชาวบ้านที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะท้องถิ่นก็มีโอกาสเปิดตลาดได้เสมอ
- ถึงแม้ว่าตลาดจะเปิดให้ แต่ผู้ประกอบการจะต้องหมั่นสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า
ของตัวเองเสมอทั้งในแง่ของการออกแบบ คุณภาพ ตรายี่ห้อ หีบห่อและการสื่อสารถึงตัวลูกค้า
อย่างเฟอร์นิเจอร์หวายยี่ห้อ โยธกา ที่กำลังฮิตติดตลาดทั้งเมืองไทยและเมืองนอก
เป็นการปฏิวัติรูปแบบใหม่ของเฟอร์นิเจอร์จากธรรมชาติให้มีความเป็นสากลมากยิ่งขึ้น
มีการนำเอาวัสดุพื้นบ้านอย่างย่านลิเภามาดัดแปลงเป็นเฟอร์นิเจอร์พร้อมกับใส่ดีไซน์แบบตะวันตกเข้าไป
ก็สามารถสร้างความแตกต่างและเจาะตลาดต่างประเทศในราคาสูงได้เป็นอย่างดี
นอกจากนั้นยังต้องพยายามฉีกรูปแบบการนำเสนอในงานแสดงสินค้าเฟอร์นิเจอร์ในต่างประเทศออกไป
จากความจำเจเดิมๆ ที่เวลาไปต่างประเทศทีไรกรมส่งเสริมการส่งออกมักจะชอบออกแบบซุ้มให้เป็นจั่วเป็นกระจังอยู่ร่ำไป
ความสากลจึงยังไม่ปรากฏต่อสายตาลูกค้า พอโยธกาเริ่มเปลี่ยนรูปแบบก็เลยเป็นการนำร่องให้ผู้ผลิตรายอื่นๆ
เดินตาม เดียวนี้เฟอร์นิเจอร์หวายไทยเลยไม่เชยเหมือนที่แล้วๆ มา
กลายเป็นของน่าใช้น่าสะสมและเป็นกึ่งงานศิลป์ที่น่าภาคภูมิ ความสำเร็จจึงอยู่ตรงนี้เอง
ตรงที่ขายงานศิลป์ไม่ใช่ขายเฟอร์นิเจอร์ ราคาเลยตั้งได้แบบไม่เกรงใจคนซื้อไปด้วย
- เคยไปเดินดูนิทรรศการผ้าไหมของนักออกแบบลายผ้าสองคนจัดเป็นนิทรรศการเล็กๆ
ที่ประกาศดีกรีของนักออกแบบและเอาชาวบ้านมานั่งทอผ้าให้ดูด้วย
ผ้าของเขาสวยงามทั้งสีแปลกตาทั้งลายแบบร่วมสมัย คุยกับชาวบ้านที่มาจากอำเภอภูเวียง
ขอนแก่นบอกว่าช่วยกันทอให้เจ้านี้ ออกแบบรายไหนมาดูปราดเดียวก็ทอกันได้แล้ว
ค่าจ้างทอนั้นได้ไม่กี่ร้อยแต่เขาเอามาขายหลาละเป็นพัน แต่ป้าๆ
ยายๆ บอกว่าไม่เดือดร้อนเพราะผู้ประกอบการเขาก็ต้องลงทุนเหมือนกัน
นี่แหละเสน่ห์ของคนไทยและภูมิปัญญาชาวบ้าน งานนี้ทั้งไทยทั้งฝรั่งชื่นชมนิทรรศการเสร็จซื้อผ้ากันตรึมโดยไม่ต่อราคา
- เขียนเรื่องนี้เพราะอยากเห็นผู้ประกอบการไม่ว่ารายเล็กหรือรายใหญ่ที่ดำเนินการอยู่แล้ว
โดยเฉพาะผู้ประกอบการสินค้าชุมชนที่มาจากภูมิปัญญาท้องถิ่นได้หาทางสร้างมูลค่าเพิ่ม
ให้กับสินค้าของตัวเอง หมดสมัยที่จะทำอะไรจำเจและเชยๆ แบบที่ผ่านมาแล้ว
ปี 2546 นี้ จึงเป็นปีที่ควรจะคาดหวังว่าสินค้าภูมิปัญญาชาวบ้านจะมีการพัฒนาไปอีกขั้นหนึ่งจากปีที่ผ่านมา
ด้วยการจับงานภูมิปัญญามาใส่สูท สร้างรูปแบบที่เป็นสากลมากขึ้น
เพื่อเจาะตลาดให้ได้ และถ้าเก่งพอจะส่งออกไปขายในต่างประเทศได้ด้วยนั่นล่ะถึงจะแปลว่าสินค้าภูมิปัญญาชาวบ้านของเราแน่จริง
- สำหรับผู้ประกอบการที่เพิ่งจะตั้งต้นและเห็นว่าสินค้าภูมิปัญญาชาวบ้านเป็นโอกาส
ก็สามารถจับมาทำให้ดีและแตกต่างได้ ขอเพียงแต่ให้มีความคิดเจ๋งๆ
ลองติดต่อกรมพัฒนาชุมชนที่กระทรวงมหาดไทยก็ได้ เขามีกลุ่มชาวบ้านอยู่ในมือมากมายที่
สามารถเข้าไปดูว่ามีสินค้าอะไรน่าสนใจที่พอจะเอามาปรับปรุงแปลงโฉมใหม่ในเรื่องหีบห่อ
ตรายี่ห้อ ตลอดจนช่องทางการขาย หรือเป็นแหล่งของการจ้างผลิตที่ดีเพราะชาวบ้าน
ของเรานั้นเป็นเลิศในทักษะของการใช้มือทำงานที่ละเอียดละออและมีความอดทนอยู่แล้ว
ลองเข้าไปมองหาในเว็บไซด์ของกรมพัฒนาชุมชนเขาก่อนก็ได้ที่ www.cdd.moi.go.th
- แล้วจะรู้ว่าสินค้าภูมิปัญญามีเป็นตัน
รอเถ้าแก่รายใหม่ๆ ที่เต็มไปด้วยไอเดียจับเอามาใส่สูทให้ดูโก้และไปโลดเท่านั้น
|
|
|