|
| |
คนทำงานโดยเฉพาะคนเมืองหลวงและเมืองใหญ่ๆ
ต่างตกเป็นเหยื่อของความเครียดด้วยกันทั้งนั้น ไม่ว่าจะมาจากการทำงาน
ปัญหาทางเศรษฐกิจที่ชักหน้าไม่ถึงหลัง ปัญหาหวาดระแวงกับความปลอดภัย
ข่าวสารรอบตัวที่ทำให้เพิ่มระดับความเครียดเข้าไปอีก |
|
| |
- เพื่อนคนหนึ่งไปหาหมอทุกวี่ทุกวัน บอกว่ามีอาการตัวชาแบบไม่รู้สาเหตุ
แถมอยู่ๆ มีอาการปวดหลัง คอหันไม่ได้เหมือนคนนอนตกหมอน ไปหาหมอไม่รู้จักเท่าไรต่อเท่าไร
กินยาเป็นว่าเล่น ในที่สุดหลายหมอสรุปตรงกันว่าเป็นโรคเครียด เจ้าตัวก็เถียงหมอบอกว่าไม่ได้เครียดอะไรนักหนา
แต่หมอบอกว่าเรื่องพรรค์อย่างนี้เป็นเรื่องจิตใต้สำนึก เครียดแบบไม่รู้ตัวเกิดได้เสมอ
เกิดมากๆ เข้าก็สะสมเกิดอาการทางกายได้อย่างที่เป็นอยู่ อาการปวดหลังปวดคอก็เกิดจากความเครียดเกร็งของกล้ามเนื้อ
เนื่องจากอาจจะนั่งทำงานอยู่ในท่าเดียวนานๆ พวกนั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์นั่นแหละเป็นขาประจำของโรคแบบนี้
หมอเรียกโรคพวกนี้ว่าโรคของมืออาชีพ เพื่อนเล่าให้ฟังว่าน่าตกใจที่มีคนเป็นโรคนี้ต้องไปหาหมอกันมากมาย
- คนทำงานโดยเฉพาะคนเมืองหลวงและเมืองใหญ่ๆ
ต่างตกเป็นเหยื่อของความเครียดด้วยกันทั้งนั้น ไม่ว่าจะมาจากการทำงาน
ปัญหาทางเศรษฐกิจที่ชักหน้าไม่ถึงหลัง ปัญหาหวาดระแวงกับความปลอดภัย
ข่าวสารรอบตัวที่ทำให้เพิ่มระดับความเครียดเข้าไปอีก รวมไปถึงปัญหามลพิษต่างๆ
โรคเครียดจึงกลายเป็นโรคประจำตัวของคนยุคใหม่ไปเสียแล้ว ไม่เชื่อลองเช็คคิวนัดคนไข้ของจิตแพทย์ชื่อดังๆ
ในเมืองไทยดูก็ได้ รับรองว่าต้องรอกัน 2-3 เดือน
- แต่ก่อนพอบอกว่ามีนัดกับจิตแพทย์ใครๆ ก็มองหน้าด้วยสายตาแปลกๆ
คงสงสัยว่าคนพูดมีปัญหาใกล้บ้า แต่ต่อไปนี้เรื่องแบบนี้จะเป็นเรื่องปกติมาก
เหมือนในประเทศตะวันตกที่จิตแพทย์และนักจิตวิทยาหากินกันได้เป็นล่ำเป็นสันเพราะความเครียด
กังวล และวิตกจริตของคน เชื่อได้ว่าต่อจากนี้ไปจะได้เห็นธุรกิจบนความเครียดของคนโผล่ออกมาให้เห็นไม่เว้นแต่ละวัน
- ธุรกิจศูนย์ออกกำลังกาย
นั่นเป็นเรื่องธรรมดาไปแล้วในบ้านเรา นับวันก็จะขยายตัวมากยิ่งขึ้น
ต่อไปจะเห็นเปิดกันตามห้องแถวริมถนนและตรอกซอกซอยทั่วไป เพราะคนทำงานเริ่มจะเป็นโรคเครียดกันโดยทั่วหน้าไม่เฉพาะคนมีเงินที่จะไปสมัครสมาชิกในสถานที่ออกกำลังแพงๆ
เท่านั้น นี่รวมไปถึงสปาที่เปิดกันเป็นดอกเห็ดตอนนี้ด้วย
- ศูนย์บำบัด เชื่อว่าอีกไม่นานบ้านเราจะมีศูนย์การบำบัดสุขภาพร่างกายที่ให้บริการแบบครบวงจรในเรื่อง
ที่เกี่ยวพันกับโรคเครียดของคนเราอย่างเต็มรูปแบบ มีบริการทุกประเภทที่รวมอยู่ในคอม
เพล็กซ์เดียวกันอย่างที่เมืองนอกมีมานานแล้ว ศูนย์นี้อาจจะขึ้นอยู่กับโรงพยาบาลหรืออยู่ภายนอกโรงพยาบาลก็ได้
ให้บริการแบบมาตรฐานโรงแรมเลยทีเดียว โรคฮิตๆ ที่คนมารักษากันก็เช่นโรคนอนไม่หลับ
ไมเกรน วิตกกังวล ต้องการเลิกเหล้าเลิกบุหรี่ โรคอ้วน เสริมความงามฯลฯ
เรียกว่ามีบริการทั้งในเชิงป้องกันและการบำบัด ถ้านึกภาพไม่ออกก็ให้นึกถึงห้างสรรพสินค้าขนาดเล็กๆ
อย่างที่เห็นกันทุกวันนี้ แต่แทนที่จะขายของทั่วไปก็จะเป็นการขายบริการทางด้านสุขภาพทั้งห้าง
รวมถึงขายสินค้าสุขภาพทุกชนิด บวกกับโรงแรมระดับห้าดาวเข้าไปด้วย
เพราะคนที่เข้าบำบัดจะต้องมีการพักอาศัยชั่วคราวอยู่ในคอมเพล็กซ์นี้ด้วย
- ทัวร์ธรรมะ เป็นทัวร์ที่กำลังเฟื่องเป็นอย่างมาก
มีหลายรูปแบบ ตั้งแต่ทัวร์ไหว้พระ ซึ่งถ้าคนเคร่งธรรมะก็ต้องบอกว่าเป็นระดับเด็กๆ
ไปจนถึงประเภทที่จัดเป็นสัปดาห์เพื่อจะไปปฏิบัติธรรมะกันอย่างจริงๆ
จังๆ มีทั้งที่ไปอยู่ตามวัดวาอาราม หรือสถานที่ที่สะดวกสบายกว่านั้น
ทัวร์ล้างพิษ ก็เฟื่องไม่เบาแถมเป็นทัวร์ผู้มีอันจะกินเสียด้วย จัดกัน
5 วัน 4 คืน หัวละ 2 หมื่นกว่า คนก็ยังจองกันล้น แต่คงจะต้องมีวิทยากรชูโรงที่มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับด้วย
จะสอนการนั่งสมาธิ โยคะ การกิน การอยู่ การออกกำลังกายเพื่อลดความเครียด
แถมด้วยเที่ยวอีกนิดหน่อย พอไปกลุ่มหนึ่งแล้วก็พยายามสร้างเครือข่ายสมาชิกบอกต่อและแนะนำกันไป
ทัวร์แบบนี้จึงขยายเครือข่ายเร็วมากแบบแทบไม่ต้องโฆษณา อย่างทัวร์ของอาจารย์สาธิต
และทัวร์ของบัลลาวี ใครคิดจะทำทัวร์แบบนี้เพื่อเจาะกลุ่มคนชั้นกลาง
ราคาไม่แพงมากนักก็น่าจะเปิดตลาดได้กว้างขึ้น รับรองหากินได้สบาย
- ธุรกิจงานอดิเรกหรือเวิร์คช้อป
อย่าได้มองข้ามธุรกิจนี้ เพราะกำลังทำเงินกันอย่างขึ้นหน้าขึ้นตา
เมื่อก่อนมักเปิดสอนตามห้างสรรพสินค้า เป็นคอร์สหลากหลายให้คนเลือกเรียน
ความตั้งใจคือต้องการขายอุปกรณ์ ต่อไปนี้จะมีการตั้งเป็นศูนย์งานอดิเรกอย่างเป็นเรื่องเป็นราว
หรือสอนกันในสถานศึกษาทั่วๆ ไป งานอดิเรกพวกนี้ช่วยในการฝึกสมาธิของคน
และช่วยผ่อนคลาย เนื่องจากคนทำเลือกทำในสิ่งที่ตัวเองพอใจ ที่ฮิตกันมากขณะนี้คือ
คอร์สสอนจัดดอกไม้ วาดภาพ สอนทำอาหาร เพ้นท์กระเบื้อง ฯลฯ รวมไปถึงการเต้น
โยคะ การฝึกพลังลมปราณ และอีกสารพัด บางบริษัทถึงกับเชิญวิทยากรมาสอนในบริษัทด้วยซ้ำ
เพราะต้องการคลายความเครียดของพนักงาน ลดโอกาสที่พนักงานจะป่วยทางจิตใจ
และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน
- หนังสือบำบัดความเครียด
ทั้งพ็อกเก็ตบุ๊ค นิตยสาร ลามไปถึงวีซีดี เทปเพลงคลายเครียด จะออกมาวางตลาดให้เห็นกันอีกมาก
เป็นหนังสือและสื่อประเภทฮาวทูทั้งหลายทั้งที่แปลของฝรั่งมา และคนไทยเขียนเอง
พอหนังสือฮิตก็จะติดตามมาด้วยการประชุมสัมมนาในเรื่องนั้นๆ ซึ่งจะทำเงินได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ
- อุปกรณ์บำบัดความเครียด
ทุกวันนี้ก็เริ่มมีให้เห็นเยอะพอควร ต่างก็พยายามขายที่การลดความเครียดทั้งนั้น
เป็นต้นว่า หมอน ที่นอน เก้าอี้ เตียง และอุปกรณ์ต่างๆ ที่ทำให้คนคลายเครียด
นอนหลับสบาย เดี๋ยวนี้ตามห้างสรรพสินค้าหรือสนามบินก็มีเก้าอี้นวดแบบหยอดเหรียญตั้งให้บริการลูกค้าเป็นทิวแถว
เป็นธุรกิจทำเงินไม่น้อย
- สุดท้ายเห็นจะเป็นธุรกิจหมอดูที่อยู่คู่กับสังคมไทยมาทุกยุคทุกสมัย
ว่าไปแล้วหมอดูนับว่าเป็นจิตแพทย์ดีๆ นี่เองที่เป็นคนคอยรับฟังปัญหาของลูกค้า
เพราะส่วนใหญ่คนที่มีปัญหาเท่านั้นถึงจะนึกถึงหมอดู หมอดูไม่ว่าจะเป็นตัวเป็นๆ
หรือประเภทออนไลน์จึงทำเงินได้เพราะเป็นช่องทางหนึ่งในการคลายความเครียดของลูกค้า
- ดูๆ ไปแล้วธุรกิจที่หากินกับความเครียดของคนนั้นก็เป็นธุรกิจประเภทสูงสุดคืนสู่สามัญทั้งนั้น
คือทำให้มนุษย์หันมาทำจังหวะชีวิตให้ช้าลงจากการที่ต้องแก่งแย่งและทำงานแข่งกับเวลาจนเดี้ยงกันเป็นแถวๆ
ลองคิดดูว่าธุรกิจไหนน่าจะทำให้ชีวิตช้าลง ผ่อนคลายลงได้ชั่วครู่ชั่วยาม
ก็เห็นจะเข้าข่ายธุรกิจบำบัดความเครียดของคนได้ทั้งนั้น คิดดูดีๆ
อาจจะเจอสักธุรกิจที่ทำเงินเป็นกอบเป็นกำให้ก็ได้...
-
-
-
-
|
|
|