|
| |
อีกประการหนึ่งที่ทำให้กระแส
Retro มาแรง เพราะรูปแบบของข้าวของและการใช้ชีวิตในช่วงทศวรรษ 50-70
นั้นเป็นรูปแบบที่ติดดิน ง่ายๆ แต่มีสไตล์ที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์
บ่งบอกความเป็นอิสระและหลุดจากความฟู่ฟ่าอลังการในยุคก่อนนั้น
|
|
| |
- เปิดพจนานุกรมดู คำว่า Retro ในภาษาอังกฤษเป็นคำที่ใช้เติมหน้าคำอื่นๆ
เพื่อให้มีความหมายว่าย้อนยุค หรือย้อนหลังอะไรทำนองนั้น หรือถ้าจะคิดว่ามาจากคำเต็มว่า
Retrospection ที่แปลว่าการหวนย้อนรำลึกถึงความหลังก็ไม่น่าจะผิดกติกาแต่อย่างไร
หมู่นี้ได้ยินคำนี้บ่อยๆ โดยเฉพาะ Retro Concert หรือการจัดคอนเสิร์ตย้อนยุคที่เอานักร้องรุ่นเก่าๆ
หรือวงดนตรีเก่าๆ ที่แยกวงไปแล้วกลับมารวมกันใหม่ ซึ่งก็ขายบัตรและเรียกเสียงกรี๊ดจากแฟนๆ
ที่หลงใหลเรื่องย้อนยุคได้กระฉูดเหมือนกัน บางสถาบันจัดบรรยายเรื่อง
Retro Marketing หรือการทำการตลาดแบบย้อนยุคเก็บเงินคนฟังได้เป็นกอบเป็นกำไม่แพ้กันกัน
ปี 48 ที่กำลังจะมาถึงนี่จะเป็นปีแห่งการ Retro อย่างแท้จริง ใครที่ไม่อยากตกยุคก็ต้องย้อนยุคตามกระแสกันหน่อย
- กระแสย้อนยุคที่ว่านี้ไม่ใช่ว่าจะไม่มีที่มาที่ไป เพราะเป็นกระแสการย้อนกลับไปนิยมของที่ฮิตกันประมาณช่วงทศวรรษที่
50-70 ซึ่ง คนที่อยู่ในวัยรุ่นหรือหนุ่มสาวในช่วงนั้น บัดนี้อายุประมาณ
30 ปลายๆ ไปจนถึงใกล้ 50 เป็นวัยที่กำลังประสบความสำเร็จในการทำงาน
และทำเงิน คนกลุ่มนี้ที่เคยถูกเรียกว่าพวกยัปปี้ (Yuppies) เมื่อราวสิบกว่าปีก่อน
เป็นกลุ่มที่ถือเป็นเป้าหมายสำคัญในการตลาดปัจจุบัน เนื่องจากมีกำลังทรัพย์ที่จะจ่าย
เพราะเป็นพวกที่เกิดในช่วงที่คนได้รับการศึกษาที่ดี เมื่อการศึกษาดี
การงานก็ดี และรายได้ดีตามไปด้วย คนพวกนี้จำนวนมากเป็นผู้บริหารในหน่วยงานต่างๆ
หรือทำงานวิชาชีพ พร้อมที่จะจ่ายเพื่อการบริโภคในรูปแบบของตัวเอง
ไม่ตระหนี่ถี่ เหนียวเหมือนคนในยุคก่อนหน้านี้ มีการวางแผนการใช้ชีวิตอย่างดีที่จะสามารถหาความสุขกับชีวิตปัจจุบันและอนาคตด้วย
เมื่อประสบความ สำเร็จกับชีวิตแล้วก็เริ่มโหยหากับวันเวลาเก่าๆ เลยเป็นที่มาของสารพัด
Retro อย่างที่ว่า
- อีกประการหนึ่งที่ทำให้กระแส Retro มาแรง
เพราะรูปแบบของข้าวของและการใช้ชีวิตในช่วงทศวรรษ 50-70 นั้นเป็นรูปแบบที่ติดดิน
ง่ายๆ แต่มีสไตล์ที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ บ่งบอกความเป็นอิสระและหลุดจากความฟู่ฟ่าอลังการในยุคก่อนนั้น
จึงเป็นรูปแบบที่ไม่ล้าสมัย เกือบๆ จะเรียกว่ามีความเป็นอมตะที่พร้อมจะกลับมาได้เสมอ
ซึ่งต่างจากยุคหลังทศวรรษ 50-70 ที่เลอะเทอะเหมือนจับฉ่าย ขาดความเป็นตัวตนที่
ชัดเจนจนหาเอกลักษณ์ไม่เจอ
- ที่จริงเทรนของปี 50-70 กลับมาได้หลายปีแล้วในลักษณะค่อยเป็นค่อยไป
แต่ต่อไปนี้จะเห็นความชัดเจนมากขึ้นทุกทีโดยเฉพาะปี 48 ที่กำลังจะมาถึงเพราะสองสามปีที่ผ่านมาเทรนย้อนยุคนี้พิสูจน์แล้วว่าได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี
- เริ่มที่วงการแฟชั่น เสื้อผ้าในแนวนี้ออกมาอย่างต่อเนื่อง
ถ้านึกไม่ออกก็ขอให้จิตนาการถึงพวกฮิปปี้ในยุคนั้น ลายดอกดวงและลายเรขาคณิตจะอยู่บนเสื้อผ้าของทั้งชายและหญิง
เสื้อผ้าผู้ชายตัวเล็กลงเพราะต้องการโชว์กล้ามเนื้อ เหมือนพระเอกหนังสมัยก่อนที่มีกล้ามเป็นมัด
เสื้อผ้าสไตล์ยิปซีก็จะกลับมา รวมถึงกางเกงขาบานทรงมอส มินิสเกริ์ตของผู้หญิง
เน็กไทของผู้ชายเส้นเล็กลงมีสีสันมากขึ้น รวมไปถึงรองเท้าหัวแหลมๆ
กระเป๋าถือลายและรูปทรงเรขาคณิตไปจนถึงทรงผมที่ฮิตในยุคนั้นด้วย
- เครื่องใช้และของแต่งบ้านแบบย้อนยุคจะมีให้เห็นเกลื่อนในตลาด เฟอร์นิเจอร์ย้อนยุคที่มีรูปลักษณ์และเส้นสายแบบง่ายๆ
อย่างที่ฮิตกันเมื่อ 30-40 ปีก่อนก็กลับมา มีคนบอกว่าเดี๋ยวนี้คนที่จะแต่งบ้านไปเลือกหาโครงเฟอร์นิเจอร์เก่าๆ
กันที่วัดสวนแก้วของพระพยอมซึ่งเป็นศูนย์รวมของที่ไม่ใช้แล้วจากบ้านเรือนทั่วประเทศ
ได้เฟอร์นิเจอร์เก่าๆ ราคาถูกแบบได้เปล่ามาขัดทำสีใหม่ เปลี่ยนเบาะใหม่ก็กลายเป็นเฟอร์นิเจอร์
Retro ที่เข้ากับยุคสมัย วัดสวนแก้วเลยกลายเป็นชุมชนคนหาของย้อนยุคไปแล้ว
เช่นเดียวกับตลาดเฟอร์นิเจอร์เก่าอย่างตลาดจตุจักรก็คงคึกคักมากยิ่งขึ้น
บริษัทเครื่องไฟฟ้ายี่ห้อหนึ่งผลิตตู้เย็นแบบย้อนยุคสมัยคุณแม่ยังสาวที่ดีไซน์กลมมนเหมือนแคปซูลยาออกมาก็ได้รับความนิยมไม่น้อยเหมือนกัน
ของตกแต่งอย่างอื่นเช่น กระเบื้อง สุขภัณฑ์ และอุปกรณ์ตกแต่งบ้านอื่นๆ
ก็พลอย Retroไปตามๆ กัน
- งานบันเทิงแบบ Retro จะบูมแบบสุดๆ ในปี
48 และจะเป็นตัวเร่งเร้าให้กระแสความย้อนยุคเกิดอย่างรวดเร็ว เพราะความบันเทิงเข้าถึงทุกครัวเรือนและจุดกระแสการเลียนแบบการบริโภคได้อย่างรวดเร็วและกว้างขวาง
กิจกรรมที่ผูกเข้ากับการบันเทิงต่างๆ เช่น การเปิดตัวสินค้า การสังสรรค์
จะมีรูปแบบการย้อนยุคมากขึ้น เพราะฉะนั้นก็คงเป็นยุคที่ชิงช้าสวรรค์
รถไต่ถัง สาวน้อยตกน้ำ ฯลฯ ยังคงมีงานให้ทำอยู่ และที่แน่นอนคือจะเห็นการขุดกรุดนตรีและภาพยนตร์เก่าๆ
กลับมาขายและสร้างกันใหม่อย่างคึกคัก คอนเสิร์ตของนักร้องต่างประเทศรุ่นเก่าๆ
ก็จะเข้ามาโกยเงินอย่างเป็นล่ำเป็นสัน จากบรรดายัปปี้ที่ต้องการรำลึกถึงคืนวันเก่าๆ
นอกจากนั้นหนังสือที่เป็นเรื่องราวเก่าๆ ในสมัยนั้นก็จะมีการตีพิมพ์ออกมาวางแผงมากขึ้น
คราวนี้จะได้อ่านหนังสืออย่าง มานะกับมานี พล นิกร กิมหงวน หรือ
บ้านเล็กในป่าใหญ่ อย่างเต็มอิ่มแน่นอน
- ยังมีสินค้าและบริการประเภท Retro อื่นๆ อีกมากมายที่เป็นโอกาสทางการตลาด
ใครที่คิดจะทำสินค้าในแนวนี้ออกมาขายต้องพยายามจับแนวให้ถูกว่าอะไรที่
Retro แล้วน่าจะขายได้ วิธีการง่ายๆ ที่จะหาข้อมูลในเรื่องนี้ก็คือลองหาหนังสือเกี่ยวกับการออกแบบในยุคทศวรรษ
50-70 มาดูหรือเดินตลาดบ่อยๆ ก็น่าจะได้ไอเดียดีๆ ไม่ก็หาภาพยนตร์เก่าๆ
ในยุคนั้นมาดู หรือค้นหาจากอินเทอร์เน็ตก็ได้
- ถึงแม้ว่ากระแส Retro จะมาแรง แต่ว่าไม่ใช่ว่าจะลอกเลียนมาทั้งดุ้นโดยไม่ปรับเปลี่ยนอะไรเลย
เพราะว่ายัปปี้ในยุคนี้แม้จะต้องการรูปลักษณ์แบบย้อนยุค แต่ก็ต้องการความสะดวกสบายและความทันสมัยในการใช้งานสิ่งต่างๆ
เหล่านั้นด้วย อย่างเช่นจะขายตู้เย็นแบบย้อนยุคก็ไม่หมายความว่าจะต้องย้อนยุคไปหมดทุกอย่าง
คงไม่มีใครอยากได้ตู้เย็นเทคโนโลยีเก่าที่มีน้ำแข็งเกาะหนาเป็นฟุตเป็นแน่
เพราะฉะนั้นก็ต้องปรับสินค้าให้สนองตอบความต้องการในยุคใหม่ด้วย
เช่นภายใต้รูปลักษณ์ที่ย้อนยุคนั้นต้องมีระบบละลายน้ำแข็งอัตโนมัติ
มีชั้นวางของที่เพียงพอ มีระบบการกำจัดกลิ่น ฯลฯ หรือถ้าจะขายอาหารการกินหรือเครื่องสำอางแบบย้อนยุคก็ยังต้องการหีบห่อที่สวยงามและสะดวกในการพกพาด้วยเหมือนกัน
การปรับผลิตภัณฑ์ย้อนยุคให้เข้ากับวิถีชีวิตของคนสมัยใหม่จึงน่าจะเป็นคำตอบที่จะทำให้ประสบความสำเร็จได้
- สินค้าและบริการแบบย้อนยุคเป็นอีกช่องโอกาสหนึ่งในปีใหม่นี้
และคงจะหากินไปได้อีกหลายๆ ปี รู้อย่างนี้เห็นทีจะไม่ทำไม่ได้แล้ว
-
-
-
-
|
|
|