เสวนาธุรกิจ โดยนักการตลาดที่เข้าถึงปัญหาและโอกาส ที่ชี้แนะข้อคิด แนวโน้ม และทิศทางการตลาด พร้อมตัวอย่างทั้งที่ประสบความสำเร็จและล้มเหลว ได้อย่างสนุกสนาน


7 วิธีเพื่อการบริการลูกค้าที่เป็นเลิศ (2)
7 วิธีเพื่อการบริการลูกค้าที่เป็นเลิศ (1)
คำชมกับแชมเปญ
สวนไผ่- ถูกและดี: ร้านดีๆ ที่มีจุดขาย



   
เรียนรู้อะไรจากเรื่องชิน คอร์ป วิทยา ด่านธำรงกูล
  ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๙ witaya@yahoo.com

 
“เป็นธรรมชาติของทุกสิ่งทุกอย่างที่เมื่อขึ้นสู่จุดสูงสุดก็มีแต่จะถดถอย กิจการก็เช่นเดียวกันช่วงที่อยู่จุดสูงสุดเป็นช่วงที่มูลค่าของกิจการสูงสุด เนื้อหอมที่สุด ใครๆ อยากจะได้เป็นเจ้าของ เพราะฉะนั้นจะเป็นเวลาที่ดีที่สุดในการขายกิจการหรือหาคนอื่นเข้ามาครอบงำกิจการ”
 

 
เรื่องชิน คอร์ป โด่งดังซะขนาดนั้น ไม่พูดบ้างเห็นจะตกกระแส ถึงจะไม่ได้ประโยชน์อะไรกับเขา ได้แต่เห็นทุ่มเถียงกันไปมา บ้างก็ว่าเป็นรายการซุกหุ้นภาค 2 บ้างก็ว่าถึงจะถูกกฏหมายแต่ว่าไม่ถูกต้อง บ้างว่าถ้าไม่ใช่นายกฯ ก็คงไม่มีใครขุดคุ้ย มีแม้แต่ที่ว่าควรจะเอาภาษีที่เลี่ยงมาแจกจ่ายให้เป็นสาธารณะกุศล ต่างคนต่างว่ากันไป

แต่ที่แน่ๆ การขายหุ้นครั้งนี้มีหลายเรื่องที่ชวนให้คิดในเรื่องของการทำธุรกิจยุคใหม่ บางเรื่องบอกให้รู้ว่าที่เคยคิดแบบเดิมๆ ต้องคิดกันใหม่ ที่คิดชั้นเดียวต้องคิดหลายๆ ชั้น และบางเรื่องบอกว่าถ้าคิดไม่เท่าทันก็ถูกหลอกถูกต้มเอาง่ายๆ

อย่างแรกที่อาจจะตั้งคำถามคือ ธุรกิจเครือชิน คอร์ป ทั้งโทรศัพท์มือถือ ดาวเทียม อินเทอร์ เน็ต ทีวี สายการบิน บริการเงินกู้ และอีกสารพัดอย่างนั้นต่างก็ทำกำไรให้บริษัทมหาศาล กิจการก็มีอนาคตและต่างเกื้อกูลซึ่งกันและกันได้อย่างสมประโยชน์ เหตุใดจึงคิดจะขายเล่า มิสู้เก็บกำไรกินไปเรื่อยๆ ก็เห็นจะได้อีกมากโข คำตอบคือการทำธุรกิจสมัยนี้เรื่องการขายกิจการเป็นเรื่องธรรมดาที่ทำกันอย่างเป็นล่ำเป็นสัน ฝรั่งนั้นขายกิจการกันเป็นกิจวัตรและถือการขายหรือการครอบงำกิจการเป็นเรื่องธรรมดามาก ผิดกับคนไทยเราที่ทำอะไรแล้วก็ผูกพัน เป็นเจ้าข้าวเจ้าของ โดยเฉพาะหากกิจการนั้นตกทอดมาตั้งแต่สมัยปู่ย่าตายาย ต้องทนทำกัน จะขายก็กลัวญาติพี่น้องก่นด่าหรือบรรพบุรุษสาปแช่ง บางครั้งแม้ธุรกิจที่ทำจะตกอยู่ในภาวะถดถอยด้วยเหตุที่สภาพตลาดเปลี่ยนไปแล้ว แต่ก็ต้องทู่ซี้ทำไป ที่สุดเลยเป็นภาระเหมือนเด็กที่เลี้ยงไม่โตสักที

เดี๋ยวนี้นักธุรกิจไทยหันมาคิดแบบฝรั่ง คือโอกาสขายกิจการมาถึงเมื่อไรก็ตัดใจได้หากได้รับข้อเสนอที่ดี และไม่มีเวลาไหนที่จะดีสำหรับการขายกิจการเท่ากับเวลาที่กิจการนั้นรุ่งเรืองสุดขีด เพราะเป็นธรรมชาติของทุกสิ่งทุกอย่างที่เมื่อขึ้นสู่จุดสูงสุดก็มีแต่จะถดถอย กิจการก็เช่นเดียวกันช่วงที่อยู่จุดสูงสุดเป็นช่วงที่มูลค่าของกิจการสูงสุด เนื้อหอมที่สุด ใครๆ อยากจะได้เป็นเจ้าของ เพราะฉะนั้นจะเป็นเวลาที่ดีที่สุดในการขายกิจการหรือหาคนอื่นเข้ามาครอบงำกิจการ บางคนรอจนกระทั่งกิจการแย่แล้วถึงจะขายกิจการหรือหาผู้ร่วมทุน แต่เวลานั้นคือเวลาที่หาคนซื้อกิจการยากที่สุด และขายได้ในมูลค่าต่ำที่สุด เพราะฉะนั้นที่เคยคิดกันว่าเมื่อธุรกิจรุ่งเรืองต้องหวงแหนเอาไว้เป็นจงอางหวงไข่ก็เปลี่ยนไปเป็นว่าเมื่อไรที่ธุรกิจรุ่งเรืองให้รีบขายกิจการนั้นเสียโดยเร็วแล้วไปเริ่มต้นกิจการอื่นต่อไป

ด้วยความอยากรู้ว่า Rotiboy จะอร่อยสักขนาดไหน คุณภรรยาเลยอาสาไปเข้าคิวรอให้ ซื้อมา 3 ชิ้น ชิ้นละ 25 บาท กัดไปคำแรก็รู้สึกว่าเป็นแป้งนุ่มๆ รสชาติหวานๆ และมีกลิ่นกาแฟ เนื่องจากครีมเหลวๆ ที่โรยหน้าขนมนั่นคือคาราเมลผสมกาแฟนั่นเอง พอเอาไปอบแล้วครีมก็ละลายเป็นเนื้อเดียวกับขนม กัดเข้าไปถึงข้างในจะเจอมาการีนรสชาติเค็มๆ มันๆ ลองนึกรสชาติของโรตีแขกบ้านเราแต่เป็นแป้งที่นุ่มนวลกว่าก็คงจะได้ เด็กๆ กินแล้วคงจะชอบใจ แต่เราสองคนกินแล้วก็หันมามองหน้ากันด้วยความรู้สึกที่อยากจะอุทานออกมาพร้อมกันว่า

กิจการที่เข้าข่ายอย่างนี้ในความเห็นของผู้เขียนคือกิจการของโออิชิ ที่ได้เฝ้าจับตามานานก่อนที่จะโด่งดังอย่างทุกวันนี้ เพราะโออิชิเติบโตเร็วมากและเป็นธุรกิจที่หากจะลงก็จะลงเร็วมากด้วยเช่นเดียวกัน เนื่องจากว่าสิ่งเดียวที่เป็นจุดแข็งของโออิชิคือตรายี่ห้อหรือค่าความนิยม (goodwill) ที่จะสามารถทำให้สินค้าธรรมดาๆ ไม่ว่าจะเป็นอะไรเพิ่มมูลค่าได้จากความนิยมของสาธารณชนที่มีต่อตรายี่ห้อนี้ ในขณะที่รูปแบบกิจการก็ไม่ยากที่จะถูกก๊อปปี้ ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกอะไรที่เมื่อโออิชิเติบโตจนสามารถเข้าตลาดหุ้นได้แล้วผู้บริหารทำกำไรจากมูลค่าหุ้นที่ตัวเองถือได้แล้ว ก็น่าจะถึงเวลาที่จะขายกิจการไปเสียเพื่อจะทำกำไรอีกรอบ ข่าวขายหุ้นโออิชิหรือการขายหุ้นชิน คอร์ป จึงไม่ควรเป็นเรื่องที่น่าตื่นตระหนกหรือเหนือความคาดหมายแต่ประการใด

การขายหุ้นชิน คอร์ปในคราวนี้ยังจะบอกให้รู้ถึงความแยบยลของการทำธุรกิจยุคนี้ว่าใครที่ฉลาดกว่าในการหาช่องว่างช่องโหว่ของกฏหมายได้ก็สามารถประหยัดไปได้มหาศาล อย่างการขายหุ้นที่ไม่ต้องเสียภาษีสักบาทเดียวแถมยังถูกกฏหมายสียด้วย เชื่อเถิดว่างานนี้กุนซือที่เรียกกันว่านักวางแผนภาษีต้องได้รับเงินค่าจ้างไปหลายร้อยล้านบาท การขายหุ้นคราวนี้ทำให้ชาวบ้านทั่วไปรู้ว่าอาชีพนักกฏหมายที่แม่นกฏหมายอย่างยิ่งนั้นสามารถจะหันมาเล่นอีกบทบาทหนึ่งในทางตรงกันข้ามคือการหาและใช้ช่องว่างของกฏหมายให้เป็นประโยชน์กับลูกค้าของตัวเอง แถมวิธีนี้ยังน่าจะได้ค่าตอบแทนงามกว่ามาก ที่น่าเป็นห่วงคือหากคนรุ่นอนาคตเห็นรายได้จากการเป็นนักวางแผนภาษี หรือที่เรียกอย่างตรงไปตรงมาว่าที่ปรึกษาในการหลบเลี่ยงภาษีก็อาจจะหันไปเอาดีทางด้านนี้เสียหมด บ้านเมืองเราจะเกิดศรีธนญชัยอีกมากมายขนาดไหนกันนี่

บทเรียนอีกอย่างหนึ่งที่ได้รับในคราวนี้คือ การตอกย้ำความจริงที่ว่าความลับนั้นไม่มีในโลก โดยเฉพาะในยุคที่การสื่อสารเปิดกว้างอย่างทุกวันนี้ อย่านึกว่าจะปกปิดอะไรได้ตลอดรอดฝั่ง ไม่ช้าหรือเร็วความลับก็ต้องถูกเปิดเผยออกมาจนได้ไม่ว่าจะเอาหุ้นไปซุกไว้ที่ไหน จะโอนให้ใคร ราคาเท่าไร นอกจากนั้นงานนี้ยังสอนบทเรียนว่าคนเรานั้นไม่ควรจะพูดจาโกหก เพราะเมื่อเข้าตาจนแล้วก็ต้องออกมายอมรับอยู่ดี ไม่ใช่ว่าเดี๋ยวๆ ก็บอกว่าเป็นเรื่องของลูกผมไม่เกี่ยว พอคนไปถามลูกๆ ก็บอกว่าไม่รู้เรื่องเป็นเรื่องของผู้ใหญ่ ในที่สุดก็ต้องออกมาเผยตัวจนได้ เมื่อนั้นคนก็สิ้นศรัทธาไปแล้วกับการโกหกคำโตและพลอยคิดไปว่าอะไรๆ ที่พูดๆ มาตั้งแต่อดีตนั้นล้วนเป็นเรื่องโกหกทั้งสิ้น

บ่อยครั้งที่นักการตลาดถูกกล่าวหาว่าพูดความจริงแต่เพียงบางส่วน และพยายามหลีกเลี่ยงที่จะพูดถึงข้อบกพร่องของสินค้าและบริการของตัวเอง ซึ่งนั่นก็ดูจะเป็นข้อกล่าวหาที่ออกจะร้ายแรงมากอยู่แล้ว ขออย่าให้ถึงกับถูกตราหน้าว่านักการตลาดเป็นนักโกหกตัวยงก็แล้วกัน เพราะฉะนั้นความตระหนักในเรื่องความรับผิดชอบต่อสังคม (Corporate Social Responsibility-CSR) ที่มีการรณรงค์กันอย่างคึกคักในเวลานี้จึงน่าจะเป็นสิ่งที่นักการตลาดต้องสังวรณ์เอาไว้ให้มาก และหันมาเอาใจใส่อย่างจริงจัง เพื่อให้ภาพของนักการตลาดไม่ใช่เป็นเพียงคนที่พยายามจะขายของหรือกอบโกยกำไรโดยไม่สนใจอะไรใดๆ ทั้งสิ้น

บทเรียนจากการขายหุ้นครั้งประวัติศาสตร์จะทำให้เรื่องความรับผิดชอบต่อสังคมหรือจริยธรรมของนักธุรกิจถอยหลังเข้าคลองไปอีก ทั้งๆ ที่จะยังไม่เคยเดินหน้าเลยด้วยซ้ำ งานนี้พิสูจน์ว่าแม้แต่ผู้นำก็มีจริยธรรมได้แค่ระดับต่ำ (Preconventional level) เท่านั้น คือพยายามทำอะไรก็ตามที่ไม่ถูกตราหน้าว่าทำผิดกฏหมาย แต่จะชอบด้วยจริยธรรมหรือไม่ไม่ต้องสนใจ เป็นความรับผิดชอบเพียงในระดับกฏหมายหรือความพยายามที่จะปกป้องตัวเอง (Legal/ Defensive responsibility) ก็เท่านั้น ไม่ได้เกินเลยไปสู่ระดับจริยธรรมหรือจิตสำนึก ที่จะคิดว่าชาวบ้านทั่วไปเขาจะรู้สึกอย่างไร เพราะฉะนั้นที่คาดหวังว่าเรื่อง CSR จะงอกงามในบ้านเราอย่างรวดเร็วคงจะยากสักหน่อย เพราะผู้นำทำเป็นต้นแบบเสียแล้ว

ปัญหาจริยธรรมกับการทำธุรกิจนั้นคงจะอยู่ในการวิพากษ์วิจารณ์ไปได้อีกหลายยก เกิดเรื่องคราวนี้ก็ดีอย่าง เพราะเป็นเหมือนการจุดกระแสความตื่นตัวในเรื่องนี้ แต่กระแสจะดับวูบลงไปหรือจะยังคงสว่างไสวก็ขึ้นอยู่กับคนในสังคมที่เป็นผู้บริโภคทั้งหลาย อย่าให้ใครปรามาสว่าคนไทยลืมง่ายก็แล้วกัน ไม่อย่างนั้นเรื่องจริยธรรมในการทำธุรกิจก็เป็นได้แค่ลมแผ่วเบา ผ่านมาแล้วก็ผ่านไปเท่านั้น....

-----------------------------------------------------------


 

ห้องสนทนา   เม้าท์ระเบิด : โลกกับธรรม : English Corner : ข่าวประชาสัมพันธ์ : BKK Blog : Work at Home : Fan Zone
เกมส์   Games Flash : Jigsaw : Hang Man : Tetris : Slider : จับคู่
รักและคิดถึง   พบเพื่อนใหม่ : E-Cards : Emotion : กลอนแทนใจ : ศาลาพักใจ : เยาวชนคนดี
สารพันบันเทิง   ฟังเพลงออนไลน์ : ภาพยนตร์ : VDO Clip : ซุบซิบดารา : สัมภาษณ์-เบื้องหลัง : เรื่องย่อละคร : ข่าวบันเทิง : ข่าวประจำวัน : ดวงประจำเดือน : ดวงประจำสัปดาห์ : มุมฟุตบอล
สารพัดความรู้   บัญชีทีเบรค : กระดูกและข้อ
ภาษาพาเพลิน   Everyday English : New Nanny : E-Dialog with Voice : รู้จักญี่ปุ่น : ท่องแดนอาทิตย์อุทัย :พี่เลี้ยงภาษาอังกฤษ
ห้องสมุด BKK   Business Letter : Song of the Week : On Khao San Road : เพลินภาษาน่ารู้ : E-Diary : ศัพท์ทันโลก : สืบสายนิยายดัง : Alphabetize : SEX : วัยรุ่น วัยดึก : นางาซากิ: นานานก : ชีวิตหลากสี : ยายวันวาน : พาชิมริมครัว : IT Audit : Chic & Trendy : Indy Zone : เกร็ดความรู้ไอที : Star Corner : New York! New York! : Did you know? : E-Dialog : เสวนาธุรกิจ
BKK Center   Hot Links : เบอร์โทรศัพท์ฉับไว : About us : ติดต่อ BKKonline : BKK Design : Site Map

สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๕๐ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๓๗
ห้ามนำข้อมูลของเครือข่ายนี้ ไปเผยแพร่ต่อโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร
.......................................................................................

Copyright © 1994 Bangkok Online Co.,Ltd.
All rights reserved. Do not duplicate or redistribute in any form
ติดต่อเรา : บริษัท สยามคอนเนค จำกัด เลขที่ 40/141 หมู่11 ม.สุชา1 แขวงหนองค้างพลู เขตหนองแขม กทม. 10160
TEL : 086-335-4404, 081-924-5742 FAX : 0-2806-3921
หมายเลขทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ : 0108314852961