ในขณะที่เศรษฐกิจย่ำแย่ สภาพสังคมเสื่อมโทรม คนตกงาน คนยากจนล้นบ้าน ขอทานล้นเมือง เรามีวิธีการแก้ปัญหาอย่างไร
ถาม Jonathan Swift สิคะ เขามีข้อเสนอในการแก้ปัญหานี้ได้โดยละม่อม และง่ายดายมาก เขาเสนอว่าเราควรนำเด็กมาเป็นอาหาร
เพื่อลดจำนวนประชากร และแก้ไขปัญหาการขาดแคลนอาหารในประเทศไอร์แลนด์ แต่เขาบอกว่าข้อเสนอในการแก้ปัญหานี้เสนอให้ประเทศไอร์แลนด์ประเทศเดียวนะคะ
เขาไม่ได้คิดว่าแนวทางการแก้ปัญหานี้จะสำฤทธิ์ผลในประเทศอื่น แต่ถ้าประเทศอื่นเห็นตัวอย่างการแก้ปัญหาแล้วคิดว่าเหมาะกับประเทศของเขาเหมือนกัน
Swift ก็ไม่ได้หวงลิขสิทธิ์แต่อย่างใด
ใช่แล้วค่ะ น้องๆ ไม่ได้อ่านผิดหรอกค่ะ เขาเสนอให้กินเด็กจริง ๆ ยิ่งเด็กเล็กยิ่งดี พ่อแม่จะได้ไม่ต้องเป็นภาระเลี้ยงดูนาน
แต่กลับได้เงินจากการขาดลูก สามีก็จะดูแลภรรยาตัวเองดีขึ้น เด็กมีเนื้อนุ่ม ถ้าปล่อยให้โตอาจมีเนื้อเหนียวได้
นอกจากนี้เด็กพวกนี้ไม่ต้องมาแย่งอาหารกับผู้ใหญ่ แต่กลับมาช่วยแก้ปัญหาอาหารขาดแคลน เนื้อเด็กจะมีขายตลอดปี ไม่ขาดแคลน
เด็กไม่ต้องโตมาลำบาก เป็นโจรขโมย หรือขอทาน ถ้าเนื้อเด็กเหลือยังส่งไปขายต่างประเทศได้ดุลการค้าอีก อย่างนี้จะไม่ดีได้อย่างไร
Swift เขียนเหมือนนักเศรษฐศาสตร์ ยกตัวเองมาอ้าง และให้เหตุผลประกอบอย่างน่าเชื่อถือ เขาคำนวณตัวเลขประชากรเด็ก
และเสนอราคาซื้อขายเด็ก และต้นทุนค่าเลี้ยงดูเรียบร้อย คำศัพท์ที่ใช้ออกจะเก่า และหรูหน่อย เพราะเป็นงานเขียนเชิงวิชาการ
แต่อย่าเพิ่งท้อนะคะ
ตอนท้ายของบทเสนอ Swift ได้กล่าวไว้ว่า
I profess, in the sincerity of my heart, that I have not the least personal
interest in endeavouring to promote this necessary work, having no other
motive than the public good of my country, by advancing our trade, providing
for infants, relieving the poor, and giving some pleasure to the rich. I
have no children by which I can propose to get a single penny; the youngest
being nine years old, and my wife past childbearing.
เขาขอกล่าวอย่างจริงใจว่าเขาไม่มีส่วนได้ส่วนเสียกับข้อเสนอนี้เลย มันไม่เป็นการเห็นแก่ตัวแม้แต่นิดเดียว
เขาเพียงแต่เสนอแนวทางการแก้ไขนี้เพื่อประโยชน์ของส่วนรวมจริง ๆ เขาไม่ได้เงินแม้แต่เพนนีเดียว เพราะว่าลูกของเขาโตหมดแล้ว
คนเล็กสุดอายุเก้าขวบ และภรรยาเขาก็อายุเลยวัยที่มีบุตรได้แล้ว
ในข้อความที่ยกมามีคำศัพท์น่าสนใจหลายตัวทีเดียว
profess (verb) มีความหมายเหมือนกับคำว่า claim หรือ openly state
sincerity (noun) แปลว่าความจริงใจ ส่วน sincere เป็นรูป adjective ค่ะ
interest (n) ในที่นี้แปลว่าผลประโยชน์ เหมือนคำว่า good ในข้อความว่า public
good แปลว่าผลประโยชน์ของสังคมส่วนรวมค่ะ
motive (noun) แปลว่าความตั้งใจ เจตนารมย์ค่ะ
งานเขียนเรื่อง A Modest Proposal นี้เป็นงานเขียนแบบ satire หรือการเสียดสีสังคม น้องๆ คงไม่ได้หลงเชื่อว่าเขาให้กินเด็กจริงๆ หรอกนะคะ
ที่เขาต้องการจริงๆ คือ การพัฒนาทางการค้า ช่วยเหลือคนจน และเด็กๆ ส่วนให้คนรวยพอใจนั้นไม่ทราบว่าเป็นการประชดซ้อนประชด
หรือเปล่า (advancing our trade, providing for infants, relieving the poor, and giving some pleasure to the rich) มีคนเชื่อจริงๆ
นะคะ Jonathan Swift เขียนเรื่อง A Modest Proposal ในปี 1729 นอกจากนี้ยังเขียนเรื่อง Gualivers Travel
ซึ่งเป็นการเขียนล้อเลียนเสียดสีสังคมอังกฤษ และไอร์แลนด์ในช่วงนั้น แต่มีคนจำนวนมากคิดว่า เรื่อง Gualivers Travel เป็นเรื่องจริง
ขอย้ำอีกทีว่าเขาประชดค่ะ |