Donald Murray นักเขียนอีกคนหนึ่งเห็นด้วยค่ะว่า "The most valuable writing tool I have is my daybook
I write in my lap,
in the living room or on the porch, in the car or an airplane, in the meetings at the university, in bed,
or sitting down on a rock wall during a walk
It is always a form of talking to myself, a way of thinking on paper."
เราอ่านภาษาอังกฤษกันมามากในคอลัมน์เพลินภาษาน่ารู้กับพี่แนท แต่เราไม่เคยได้กล่าวถึงการเขียนในภาษาอังกฤษเลย
ที่จริงการอ่านกับการเขียนนั้นสัมพันธ์กันอย่างมากค่ะ เหมือนคำเปรียบเปรยที่เขาใช้กับคอมพิวเตอร์ว่า Garbage in, garbage out.
หรือที่เขาพูดกันว่า You are what you eat. การเขียนกับการอ่านคงจะเป็นเช่นนั้นเหมือนกัน ขอเปลี่ยนคำกล่าว เป็น "You are what you read."
แล้วกันนะคะ เราจะเขียนดีหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับ input การอ่านของเราว่าดีหรือไม่ ถ้าเราได้ศึกษาตัวอย่างงานที่เขียนดี
เราก็สามารถเขียนได้อย่างสวยงามเช่นกัน
เอาหล่ะ เรามาลงมือ ลงปาก (กา) เขียนกันดีกว่า แต่จะเริ่มอย่างไรดีหล่ะ มันไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลยที่จะสร้างสรรค์งานเขียนที่น่าภูมิใจสักชิ้น
แถมยังมีคนคอยกล่าวกรอกหูอยู่บ่อยๆ ว่า "Good writers are born, not made." แปลว่า นักเขียนที่ดีนั้นจะฝึกจะสอนกันคงไม่ได้
มันอยู่ที่พรสวรรค์ของแต่ละบุคคล นักเขียนเก่งๆ แต่ไม่ค่อยฉลาดจะพูดอวดตัวว่าอย่างนี้ค่ะ แต่พี่แนทเชื่อในคำกล่าวที่ว่า
"One percent inspiration, 99% perspiration." นั่นหมายความว่า คนที่ประสบความสำเร็จที่แท้จริงนั้นมาจากแรงบันดาลใจ 1 เปอร์เซ็นต์
และหยาดเหงื่อแรงงานอีก 99 เปอร์เซ็นต์ หรืออีกนัยหนึ่งก็คือ พรสวรรค์อย่างเดียวนั้นไม่พอ ต้องมีพรแสวงด้วย
"Where there's a will, there' s a way." ค่ะ สรุปว่าเราฝึกฝนตัวเองให้เป็นนักเขียนที่ดีได้ "Practice makes perfect." ค่ะ
แล้วเราจะฝึกเขียนได้อย่างไร พี่แนทขอเสนอ Journal, diary หรือ daybook ค่ะ สิ่งเหล่านี้คือสมุดเล่มหนึ่งที่เราบันทึกสิ่งต่างๆ ลงไป
อยากเขียนอะไรก็เขียน นึกได้เมื่อไหร่ก็จด ขี้เกียจเมื่อไหร่ก็เก็บ ง่ายดีใช่ไหมคะ นักเขียนดังๆ หลายคนเริ่มงานเขียนวรรณกรรมของเขาจากสมุดจด journal
เล่มน้อยนี่แหละค่ะ
Ntozake Shange นักเขียนบทละครเรื่อง For Colored Girls Who Have Considered Suicide When the Rainbow is Enuf
ได้กล่าวไว้ว่า "I carry a journal with me almost all the time." Donald Murray นักเขียนอีกคนหนึ่งเห็นด้วยค่ะว่า
"The most valuable writing tool I have is my daybook
I write in my lap, in the living room or on the porch,
in the car or an airplane, in the meetings at the university, in bed, or sitting down on a rock wall during a walk
It is
always a form of talking to myself, a way of thinking on paper."
Donald Murray เขาพกสมุดไปด้วยเสมอ และเขียนได้ทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นบนตักเขาเอง ในห้องนั่งเล่น บนระเบียง บนรถหรือบนเครื่องบิน
ในที่ประชุม หรือเดินๆ อยู่นึกอะไรได้ ก็หยุดพักแล้วหยิบสมุดขึ้นมาจดเฉยเลย
จดๆ ไปเรื่อย ใครจะไปรู้ว่าสิ่งที่เราจดไปจะกลายเป็นบันทึกทางประวัติศาสตร์เมื่อไหร่ Toni Morrison ผู้แต่งเรื่อง Song of Solomon
เขาแอบแจมมาว่า "Some very small incident that takes place today may be the most important event that happens to you this year,
but you won't know that when it happens. You don't know it until much later."
อย่าคิดอะไรมากเลยค่ะ A writer is someone who writes, that's all." Gore Vidal ซึ่งเป็นนักเขียนนิยาย เขาบอกมาค่ะ |