สวัสดีค่ะ น้องๆ สบายดีหรือคะ คราวนี้พี่แนทมีข้อความภาษาอังกฤษที่น่าเรียน และน่านำไปเป็นบทเรียนสอนตัวเองมาฝากอีกแล้วค่ะ
ข้อความข้างล่างนี้เป็นข้อความที่แปลมากจากงานเขียนของ ไชย ณ พล ค่ะ เขาเขียนเรื่องของคนโง่เขลา คนฉลาด
และคนมีปัญญาเกี่ยวกับการใช้เวลาของคนทั้งสามประเภทไว้ดังนี้ค่ะ
The foolish call for the unchangeable past
while life walks toward the future;
they simply lose their present and future.
The clever dreams of the unreal future,
while life need something to live with now
they are usually dissatisfied with the present.
The wise stand in the real present,
stretch the past, present and future into a direction.
Their lives are powerful an directed toward success.
ไชย ณ พล กล่าวไว้ว่าคนโง่เขลามักจะจมอยู่กับอดีต พร่ำเพ้อเรียกเอาอดีตซึ่งไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้
ให้คืนกลับมา น้องๆ ทราบไหมคะว่าคนพวกนี้โง่อย่างไร เขาได้ชื่อว่าเป็นคนโง่เนื่องจากเขาต้องมีชีวิตอยู่กับปัจจุบัน
และต้องก้าวไปสู่อนาคต การจมปรักอยู่กับอดีตจะได้อะไร เขาโง่เพราะว่าเขาต้องการเปลี่ยนแปลงในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้
เขาไม่ใช้ชีวิตบนพื้นฐานของความเป็นจริงในปัจจุบัน
ส่วนคนประเภทที่สอง หรือ คนฉลาดนั้นก็จะเป็นคนมองการไกล เพ้อเจ้อกับอนาคตที่ยังมาไม่ถึง คาดหวัง และวาดฝันไว้มากมาย
คนพวกนี้ก็ไม่ฉลาดเท่าไหร่ จริงอยู่ที่ชีวิตเขาจะพัฒนาไปเนื่องจากเขารู้จักวางแผนอนาคต และหวังที่จะพัฒนาตัวเอง
แต่การที่เขาฝันถึงอนาคตก็แสดงให้เห็นว่าพวกเขาไม่มีความสุขกับชีวิตปัจจุบัน คนพวกนี้ฉลาดขึ้นมาหน่อยแต่ก็ยังน่าสงสาร
เพราะเขาก็ไม่ได้ใช้ชีวิตบนพื้นฐานของความเป็นจริงในปัจจุบันเช่นเดียวกับคนโง่เขลา
คนประเภทสุดท้าย คือคนมีปัญญา พวกเขาเป็นคนฉลาดอย่างแท้จริงเพราะเขามีชีวิตอยู่กับปัจจุบัน
ไม่จมอยู่กับอดีต ไม่ปล่อยให้อดีตที่ไม่อาจหวนกลับมา มาเป็นเครื่องพันธนาการตัวเอง และไม่เพ้อฝันถึงอนาคตที่ยังมาไม่ถึง
เขาสามารถประสานเอาอดีต ปัจจุบัน และอนาคตให้เข้ามาเป็นหนึ่งเดียวกัน ชีวิตของคนพวกนี้จริงมีความสุข และประสบความสำเร็จ
น้องๆ คงสงสัยว่า คนฉลาดกับคนมีปัญญาต่างกันอย่างไร คนฉลาดหรือที่เราเรียกว่า Clever นั้นมีความสามารถเรียนรู้สิ่งต่างๆ
ได้อย่างรวดเร็ว มีความคิด รู้จักใช้เหตุผล แต่ก็ยังมีดวงตาสว่างไม่พอ ยังยึดติดกับอคติ หรือ อวิชชามากมาย ส่วนคนมีปัญญา หรือ wisdom
นั้นเป็นปัญญาที่มาจากภายใน เขาสามารถประมวลสิ่งต่างๆ ได้ ทั้งยังก่อความรู้เองได้ ถ้าจะเปรียบคนฉลาดและคนมีปัญญากับดาว
คนฉลาดคงเป็นเหมือนดาวเคราะห์ที่ไม่มีแสงในตัวเอง แต่สะท้อนแสงจากดาวฤกษ์ดวงที่อยู่ใกล้ ๆ
ส่วนคนมีปัญญาเปรียบเสมือนดาวฤกษ์ที่มีแสงในตัวเอง
ก่อนที่จะกล่าวคำลาในวันนี้ขอพูดถึงหลักภาษาเล็กน้อย น้องๆ คงพอจะทราบว่า foolish, clever and wise เป็นคำคุณศัพท์ขยายนาม
หรือที่เราเรียกว่า adjectives แต่ในกลอนนี้ คำทั้งสามเป็นคำนาม คำคุณศัพท์สามารถเป็น nouns
ได้โดยมีความหมายเป็นพหูพจน์นะคะ ดังนั้นคำกริยาที่ใช้กับคำเหล่านี้จึงไม่มี 's' ค่ะ และใช้กับ article 'the' ค่ะ
| the foolish |
หมายถึง |
foolish people |
| the clever |
หมายถึง |
clever people |
| the wise |
หมายถึง |
wise people |
| the rich |
หมายถึง |
rich people |
| the poor |
หมายถึง |
poor people |
| the young |
หมายถึง |
young people |
| the old |
หมายถึง |
old people |
|