พี่แนทยังไม่คลายเศร้าจากข้อความจากเมื่อสัปดาห์ที่แล้วเลยค่ะ
ถึงแม้ว่าเราจะมีชีวิตที่มีความสุข สะดวกสบาย เมื่อเทียบกับประชากรโลกอีกนับแสนนับล้าน เราจะใช้ชีวิตอย่างไรให้คุ้มค่าที่สุดได้
Someone once said: What goes around comes around.
Work like you don't need the money.
Love like you've never been hurt.
Dance like no-one's watching.
Sing like no-one's listening.
Live like it's Heaven on Earth.
มีใครบางคนเคยกล่าวไว้ว่า กงกรรมกงเกวียน เราทำอย่างไร เราก็จะได้ผลกรรมนั้นเป็นการตอบแทน ดังนั้น
จงทำงานราวกับว่าเราไม่ต้องการเงิน
จงรักราวกับว่าเราไม่เคยเจ็บปวดมาก่อน
จงเต้นระบำเริงร่าให้เหมือนกับว่าไม่มีใครจ้องมองอยู่
จงร้องรำทำเพลงราวกับว่าไม่มีใครฟัง
จงใช้ชีวิตราวกับว่ามีสวรรค์อยู่บนโลกนี้
แล้วเราจะทำสิ่งเหล่านี้ได้อย่างไร ทำงานราวกับว่าเราไม่ต้องการเงิน หมายความว่าเราควรทำงานด้วยความรัก
และทุ่มเทให้กับงาน ราวกับว่าเราทำเพื่อให้ได้ทำเท่านั้น ไม่ได้ต้องการสิ่งใดเป็นเครื่องตอบแทน
จงรักราวกับว่าเราไม่เคยเจ็บปวดมาก่อน ทุ่มเทกับความรักอย่างเต็มที่เหมือนกัน ประสบการณ์เลวร้ายที่เคยผ่านมา
จะไม่เกิดขึ้นอีกหากเราลืมมันเสียจะทำปัจจุบันให้ดีที่สุด
จงเต้นระบำเริงร่าให้เหมือนกับว่าไม่มีใครจ้องมองอยู่ จงร้องรำทำเพลงราวกับว่าไม่มีใครฟัง ไม่ต้องสนใจสายตาใคร
ทำตามที่เราพอใจ มีความสุขกับการใช้ชีวิตให้เต็มที่ และจงใช้ชีวิตราวกับว่ามีสวรรค์อยู่บนโลกนี้ มีความสุขกับปัจจุบัน
ทุ่มเท่ และอยู่เพื่อวันนี้ ดังภาษาลาตินที่ว่า Carpe Diem ซึ่งแปลว่า "Seize the day." จงฉกฉวยวันเวลาไว้
Carpe Diem เป็นแนวคิดในช่วงยุคโรแมนติก ที่เชื่อว่าเราควรฉวยวันเวลาไว้ มีความสุข ใช้ชีวิตปัจจุบันให้คุ้มค่า
ไม่นานวันเวลา และวัยหนุ่มสาวก็จะโรยราไป ดังนั้นก่อนที่วันนั้นจะมาถึงเราควรใช้ทุกนาทีให้คุ้มค่าของมัน ดังคำแนะนำข้างต้น
การคิดแบบนี้เข้ากับความคิดของคนไทยที่ว่า "ไม่เป็นไร" "อย่าคิดมาก" "ยิ้มเข้าไว้" แล้วอย่างนี้พี่แนทจะมาเศร้ากับเรื่องของอาทิตย์ที่แล้วทำไมนะ
|